วันที่ เสาร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อิ่มเดียว หลับเดียว


             

  อิ่มเดียว หลับเดียว


 “ ข้าพเจ้าจะนำท่านย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วมา ขณะที่พระบาทสมเด็จพระ
  เจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ใหม่ๆทรงโปรดการทรงภูษาเป็นสนับเพลาสั้น (กางเกงขาสั้น)ในยามดึก เวรยามรอบพระราชฐานที่ประทับต่างทำหน้าที่กันตามจุดต่างๆไม่มีบกพร่องไม่มีการละทิ้งหน้าที่ ไม่มีการหยอกล้อเฮฮา ส่งเสียงอึกทึก หรือเล่นหัวกันเพราะต่างรู้หน้าที่ของตนว่ากำลังถวายอารักขาและถวายความปลอดภัย แด่องค์พระประมุขของชาติ จอมคนของปวงชนชาวไทย แม้จะมิได้ทรงเสด็จออกมาทอดพระเนตร
แต่ทุกคนก็รู้หน้าที่กันเป็นอย่างดี ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว ลมพัดกรูเกรียวเสียงน้ำค้างตก
ใครจะนึกบ้างเล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จลงมา ทรงพระราชดำเนินไปรเวท ( เดินเล่น ) บางครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเงียบๆ แล้วก็มีพระราชดำรัสทักทายแก่ทหารมหาดเล็กที่ถวายเวรยาม และนายทหารราชองครักษ์เวร ประดุจน้ำทิพย์หยาดลงชโลมดวงใจของผู้ที่ทำการอยู่เวรยามให้ได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณว่า
ทรงเป็นห่วงผู้ที่มาอยู่เวรยามด้วยความจงรักภักดี แม้เวลาจะดึกดื่นแล้วก็ยังคงอยู่ในหน้าที่ด้วยอาการสงบ ที่เป็นการถวายชีวิตเป็นราชพลี...
ตอนนั้น ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านหน้าข้าพเจ้า ซึ่งกำลังหมอบกราบด้วยความเคารพอย่างสุดชีวิต ทรงหยุดพระราชดำเนินแล้วมีพระราชดำรัสเรียกชื่อของข้าพเจ้าจากนั้นทรงพระราชดำรัสต่อไปว่า
“ ชีวิตมนุษย์เรานี่ อิ่มเดียว หลับเดียวเท่านั้น ”
ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านไป จนลับพระองค์
ข้าพเจ้าทบทวนพระราชดำรัสจนขึ้นใจนึกไม่ออกว่าทรงหมายความว่าอย่างไร
จนรุ่งเช้าออกเวรแล้วจึงได้กลับบ้าน
อีกสองสามวันต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปคุยธรรมะกับพระที่วัดเทพธิดาจึงได้เอ่ยถามท่านมหาผู้มีเปรียญเป็นดีกรีว่า
“ ท่านมหาขอรับ คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนี่หมายความว่าอย่างไรขอรับ”
ท่านมหาขมวดคิ้วแล้วย้อนถามผมด้วยความฉงนฉงายทำให้ผมยิ่งงงเข้าไปอีกว่า
“ โยมเฉลิมศักดิ์ไปเอาคำนี้มาจากไหนกันล่ะ ”
ข้าพเจ้ามิได้บอกท่านตรงๆในที่สุดท่านก็ได้ตอบปัญหาให้ผมได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า
“ โยมเฉลิมศักดิ์ คำนี้น่ะผู้ที่ได้กล่าวถึงนี้เป็นผู้มีความรู้ในพระพุทธพจน์อันมีความหมายยาวให้ย่นย่อเข้าใจได้ง่ายอีกด้วย คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนั้น มาจากพระพุทธพจน์ที่ทรงให้ตัดความโลภเพื่อให้ชีวิตเป็นสุข ให้รู้จักคำว่าพอเพราะมนุษย์เรานั้นจะกินได้มากเท่าใดก็ไม่เกินอิ่มของตนพออิ่มแล้วก็เท่านั้นแหละ อะไรก็ไม่วิเศษอีกแล้วการนอนก็เช่นกันจะนอนนานแค่ไหนก็แค่อิ่มนอนของตัวเองเท่านั้นมนุษย์เรานั้นวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะไม่รู้จักอิ่มได้มาอิ่มแล้วก็ยังอยากได้อีก นอนอิ่มแล้วก็อยากนอนอีกอยากได้ให้มันมากขึ้นไปอีก ถ้าคนเรายึดในหลักว่าอิ่มเดียวหลับเดียว โลกก็จะเป็นสุข
ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดี และแสวงหาจนทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว…
คนเรานะโยม จะบริโภคอาหารอันอิ่มเอมโอชะสักเท่าใดก็อิ่มเดียวกินข้าวคลุกน้ำปลา หรือ กินอาหารจีนรสเลิศชามละเป็นพันบาท ก็อิ่มเดียวแค่อิ่มเท่านั้น กินเข้าไปไม่ได้แล้วจะนอนบนที่นอนยัดนุ่นรองด้วยสปริงอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ นอนในสลัม หรือ นอนในคฤหาสน์ ก็แค่นอนหลับอิ่มเดียวเท่านั้นเต็มอิ่มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมา ชีวิตของมนุษย์ทุกคนก็เท่าเทียมกันด้วยอิ่มเดียวและหลับเดียวนี่แหละ ”

โดย toujaa

 

กลับไปที่ www.oknation.net