วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มุมหนึ่งของพงไพร ในเสียงกระซิบของตาปี


มุมหนึ่งของพงไพร ในเสียงกระซิบของตาปี  
                                                                       ลุงแดง เขาสก เรียบเรียง

สายน้ำตาปี แม่น้ำสายหลัก หัวใจของชาวสุราษฎร์ธานียังคงไหลเรื่อยไปตามกาลเวลา สายน้ำสีครามเริ่มต้นจากลำน้ำเล็ก ๆ บนยอดเขาหลวง ไหลผ่าน “ดงเคียนซา” ผืนป่าดงดิบที่ยิ่งใหญ่ผืนหนึ่งของภาคใต้

เสียงกระซิบจากตาปี บอกเล่าความอุดมสมบูรณ์แห่งพงไพร มีทั้งบึงน้ำใสบริสุทธิ์ เป็นที่พักพิงของช้างป่าโขลงใหญ่ และบ่อถ่านหินโบราณล้ำเลอค่า แล้วสายน้ำยังพัดพากลิ่นหอมชื่นใจของจันทร์กระพ้อ ไม้งามแห่งดงเคียนซาโชยมาให้คนเมืองได้สัมผัส

ทว่า ท่ามกลางเสียงกระซิบแห่งตาปี ยังมีเสียงเล่าขานตำนานการต่อสู้ของนักรบแห่งลุ่มน้ำตาปี แทรกขึ้นมาจากลำน้ำสาขาสายเล็ก ๆ นามว่าคลองปะ หย่อมพื้นที่ป่าสีเขียวขนาดใหญ่กลางคลองปะ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา กลายเป็นป่าดงดิบพื้นเดียวและผืนสุดท้ายที่ยังคงความเป็น “ดงเคียนซา” ไว้อย่างดีเยี่ยม

มุมหนึ่งของพงไพร เยาวชนในชุดลูกเสือและเนตรนารีกำลังตื่นตาตื่นใจกับพืชพรรณไม้ในป่าดิบชื้นนานาชนิด บ้างสาละวนอยู่กับการดึงทากออกจากรองเท้าเพื่อน เสียงเฮฮาดังลั่นดง ถัดไปที่ริมคลองปะ ในหนำ (กระท่อม) หลังเล็กๆ ชายชราผมหงอกขาวในชุดทหารสีเขียว มีแถบสีแดงที่ปกเสื้อ พร้อมตัวอักษรย่อ ทปท. (กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย) ปักที่หน้าอก ดวงตาที่ฝ้าฟางตามวัย กลับเป็นประกายสดใสแข่งกับรัศมีดาวแดงขอบทองบนหน้าหมวก บอกเล่าวีรกรรมการต่อสู้ของนักรบลุ่มน้ำตาปี ซึ่งหลายคนเป็นปู่ เป็นตา เป็นพ่อ เป็นแม่ของเด็กๆ ที่กำลังนั่งฟังอยู่ด้วยแววตาเจิดจ้าไม่แพ้กัน

ถัดจากหนำเป็นร้านยาว หรือโรงเรือนรวมของสหายชาย อดีตนักรบทปท. คนหนึ่งกำลังสอนลูกหลานถึงวิธีจัดเป้และผูกเปลนอนของ ทปท.ในสมัยก่อน แต่ที่นี่ เด็กๆ ไม่ค่อยมีสมาธิในการฟังนัก เพราะกลิ่นหอมอันเย้ายวนของเครื่องแกงจากโรงครัว ที่สร้างเลียนแบบครัวในค่าย ทปท. สมัยก่อน ซึ่งเป็นเตาแบบเก็บควันแต่ไม่เก็บกลิ่น

เสียงนกหวีดดังยาว 3 ครั้ง เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาอาหาร เด็กๆ ส่งเสีย “เฮ” แล้ววิ่งออกจากมุมต่าง ๆ ของป่า ไปรวมตัวกันที่โรงอาหารข้างสนามบาสเก็ต บอล ซึ่งก็สร้างจำลองแบบสนามออกกำลังกายของทหารทปท.เช่นกัน ที่นั่น พี่เลี้ยงในชุด ทปท.เต็มยศ กำลังยืนยิ้มพร้อมแจกจ่ายอาหารให้ลูกหลาน

“ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ค่าย 514” (ศรป.514) เกิดขึ้นมาจากความร่วมมือร่วมใจของผู้ปฏิบัติงาน นักรบและมวลชนแห่งค่าย 514 หรือ สฎ. 2 เมื่อปี 2548 โดย “สหายเพลิน” ได้บริจาคที่ดินกว่า 10 ไร่ เขตตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา มูลค่านับล้านบาท ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งค่ายของทปท.กองทัพ 514 มาก่อน และยังคงสภาพป่าดงดิบเขตร้อนที่สมบูรณ์ไว้อย่างดีเยี่ยม ให้เป็นสมบัติของส่วนกลาง

สหายและมวลชนเขตงาน 514 ร่วมแรงสานต่อเจตนารมณ์ของสหายเพลินด้วยการจัดสร้างศูนย์อนุรักษ์การเรียนรู้ฯ ขึ้น โดยด้านหนึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของระบบนิเวศป่าเขตร้อนชื้น อีกด้านหนึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของนักรบและมวลชนแห่งลุ่มน้ำตาปี โดยได้จัดสร้างค่ายจำลองขึ้น มีทั้งโรงเรือนส่วนบุคคล โรงเรือนรวม โรงพยาบาล โรงครัว ห้องสุขา สนามกีฬา โดยมีสหายและมวลชนเป็นวิทยากรคอยให้ความรู้แก่เยาวชน เพื่อบ่มเพาะให้เยาวชนตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ และความสำคัญของจิตสำนึกกล้าต่อสู้กล้าเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

การดำเนินงานจัดสร้าง “ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ค่าย 514” (ศรป.514) ก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง จากปี 2548 จนถึง 2550 โดยมีเยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่รอบดงเคียนซาและอำเภอใกล้เคียง มาใช้บริการของศูนย์ฯ อยู่เป็นระยะ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งของ อำเภอเคียนซา และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พฤษภาคม 2551

 
 
 

โดย คอมมูน

 

กลับไปที่ www.oknation.net