วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ล่องแม่น้ำตรัง : อธิบายอดีต เข้าใจปัจจุบัน พัฒนาอนาคต (๒)


ล่องแม่น้ำตรัง : อธิบายอดีต เข้าใจปัจจุบัน พัฒนาอนาคต (๒)

เรื่อง-ภาพ : ธิดารัตน์  ธนานันท์

 

 

    อ้า...เอ้อ...เอ้อ...                  นอนให้สบาย..

แม่ซื้อทั้งหลาย                          อย่าได้หลอกหลอน...

แม่ซื้อทั้งเส                             กล่อมเจ้าในเปลให้หลับนอน...

อย่าได้หลอกหลอน                     กล่อมเจ้าให้นอนหลับ...เอ้อ...เหอ...

 

เพลงช้าหรือเพลงกล่อมเด็กหนึ่งในหลายๆ เพลงที่ยายปลอด ชูงาน (ประมวลศิลป์) อายุ ๙๑ ปี  อยู่หมู่ที่ ๕  บ้านพรุบัว ตำบลลำภูรา ขับร้องให้หลานๆ เหลนๆ ฟัง แต่เพลงที่นิยมอันดับหนึ่งเกือบทุกหมู่บ้านคือ “ไก่เถื่อนเหอ ขันเทือนทั้งบ้าน ลูกสาวขี้คร้าน นอนให้แม่ปลุก”

 หากเป็นคำคล้องจองเราขอเทคะแนนให้กับ “เพชร ครับ ลับ ผม หวาน ได้ ราย เอง” เป็นคำพูดหยิกแกมหยอกโดยการนำชื่อของกำนันผู้ใหญ่บ้านในอดีต (ตัวหนา) ตามด้วยคำที่บ่งบอกถึงการตกปากรับคำที่ถึงเวลาก็ทำไม่ได้ (ฮา)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากการสืบค้นเรื่องราวตาม “โครงการจัดทำฐานข้อมูลชุมชนตามแนวแม่น้ำตรังเพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์” ที่มีหัวหน้าหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง เป็นผู้กุมหัวเรือ มีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นผู้ให้ทุน ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๐ ใช้เรือเพรียวจำนวน ๔ ลำ ประกอบด้วยฝีพายทั้งที่มีประสบการณ์และมือใหม่ แบ่งกันประสานงานในพื้นที่แต่ละชุมชนเพื่อสำรวจข้อมูล  

เรือแต่ละลำจอดแวะท่าริมแม่น้ำตรังและคลองสาขา เริ่มตั้งแต่ตำบลหนองบัว ตำบลคลองปาง อำเภอรัษฎา ตำบลห้วยนาง ตำบลบางดี ตำบลหนองช้างแล่น ตำบลเขากอบ ตำบลทุ่งต่อ ตำบลปากคม ตำบลนาวง ตำบลลำภูรา อำเภอห้วยยอด ตำบลท่าสะบ้า ตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ ตำบลนาท่ามใต้ ตำบลนาท่ามเหนือ ตำบลนาตาล่วง ตำบลหนองตรุด ตำบลบางรัก ตำบลควนปริง ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง ตำบลนาพละ ตำบลนาโยงใต้ อำเภอนาโยง ตำบลควนธานี ตำบลโคกยาง ตำบลคลองลุ ตำบลย่านซื่อ ตำบลบางหมาก ตำบลบางเป้า ตำบลบ่อน้ำร้อน เทศบาลเมืองกันตัง ตำบลกันตังใต้ ตำบลนาเกลือ และตำบลเกาะลิบง อยู่ในเขตอำเภอกันตัง

ความแตกต่างของสภาพภูมินิเวศน์ที่เราเห็นจากแม่น้ำสายนี้ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ลงศึกษาอย่างพวกเรามาก จากแผนที่แนวแม่น้ำตรังทอดตัวจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้เกือบจะเป็นแนวดิ่ง จะมีคดโค้งอยู่มากในพื้นที่นาท่ามใต้ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างอำเภอเมืองและอำเภอวังวิเศษ หากใช้พื้นที่อำเภอเมืองเป็นจุดศูนย์กลางความกว้างของแม่น้ำที่อยู่ในเขตอำเภอกันตังก็มีมากกว่า ก่อนจะไหลไปสู่ปากน้ำกันตัง และเชื่อมต่อกับเส้นทางประวัติศาสตร์ของการตั้งเมืองเก่าอย่างเกาะลิบง

สิ่งที่เราคาดหวังไม่ใช่เพียงข้อมูลจากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่ หากเราพยายามมองหาบุคคลผู้สนใจ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเล่าขาน การบันทึก การถ่ายทอด และสืบต่อประวัติศาสตร์ชุมชนจากคนตัวเล็กตัวน้อยในชุมชนเอง

เป้าหมายอันดับแรกในการลงพื้นที่ของเราคือ ผู้สูงอายุ ยิ่งอายุเฉียดร้อยก็ยิ่งดี หลายคนความจำยังเป็นเลิศ สุขภาพแข็งแรง อารมณ์ดี แต่มีปัญหาหูหนัก ต้องอาศัยล่ามหรือพูดเสียงดังเป็นพิเศษ อย่างที่บ้านน้ำตก ตำบลหนองบัว ยายอ่อน รอดวงศ์ อายุ ๙๗ ปี เป็นผู้ทำสถิติสูงสุดในแฟ้มประวัติบุคคลผู้ให้ข้อมูลของเรา

       

เนื้อหาที่เราพยายามสืบค้น อาทิเช่น ชื่อบ้านนามเมือง การตั้งถิ่นฐาน กลุ่มตระกูล ร่องรอยประวัติศาสตร์ สภาพแม่น้ำ ความเป็นอยู่ อาชีพ ประเพณี ความเชื่อ การละเล่น สำนวน คำคม บทร้อง รวมถึง ตำนานและเรื่องเล่า อย่างตำนานนางเลือดขาว ที่ถ้ำพระพุทธ หรือตำนานการนำทรัพย์สินมีค่าไปร่วมทำบุญพระธาตุนคร ที่ถ้ำเขาปินะ หรือการเล่าเรื่องช่องเขาขาด ตำบลนาวง ที่ว่ามาจากพระรามแผลงศรมาโดนภูเขาแยกออกจากกันเป็นเขาขาดกับเขาเจดีย์ ส่วนเศษเขากระเด็นไปตกที่เขาวิเศษ เป็นต้น

พื้นที่ที่มีเรื่องราวหรือมีคนสนใจ เช่น ตำบลนาวง ลำภูรา นาท่ามใต้ เขาวิเศษ นาพละ บางรัก ควนธานี ย่านชื่อ บางหมาก บ่อน้ำร้อน กันตัง กันตังใต้ เราก็ชักชวนผู้รู้ในตำบล ผู้สนใจ เด็กและเยาวชน ให้มาตั้งวงคุยร่วมกันและลองทบทวนตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากการสำรวจพื้นที่และศึกษาผ่านงานวิจัยในรอบแรก

นอกจากจะได้เรื่องราวที่ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังเห็นถึงความสุขของการเล่าที่มีคนเห็นคุณค่า คนฟังก็ได้ทั้งความรู้และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กับรับรู้ถึงวิถีการดำรงชีวิตของคนรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย

ในเวทีพูดคุยของตำบลบางรัก เราจะเห็นคนทั้งสามรุ่น คือ นายบัณฑิต  วิจารณ์ (โกซิ้ม)  อายุ ๗๓ ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบางรัก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้ข้อมูล  นายวิรัตน์  แก้วลาย ผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ ตัวแทนของผู้ใหญ่ที่ช่วยประสานงาน สภาเด็กและเยาวชนตำบลบางรัก ที่สนใจศึกษาประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นตัวเอง เห็นแบบนี้แล้วโกซิ้ม เลยบอกว่า “นอนตาหลับแล้ว เพราะได้ถ่ายทอดความทรงจำต่างๆ ทั้งความเจริญรุ่งเรืองและวิถีชีวิตของท่าจีน ให้ลูกหลานแล้ว”

ยังมีสิ่งละอันพันละน้อยจากเวที ที่เล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ ที่ตำบลหนองตรุด นายจรัญ หลงละเลิง อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒ เล่าว่าเมื่อก่อนปลามากจริงๆ “ขณะพายเรือ ปลาก็ติดไม้พายขึ้นมาในเรือเลย" ตรงกับที่อดีตผู้ใหญ่บ้าน ตำบลเขาวิเศษ นายเยื้อน อ่อนรู้ที่ อธิบายอย่างเห็นภาพว่า “เวลาปล่อยควายฝูงลงไปเหยียบนา ปลาลอยขึ้นมาตาย เหม็นฟุ้งไปทั้งคุ้ง” สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยที่ได้จากการศึกษาเบื้องต้น ที่ยังรอคอยการสานต่อจากพื้นที่

หลังจากที่ฝึกปรือฝีมือกันมาพอสมควรก็ถึงเวลาที่ฝีพายทั้งหลายได้พบกับปรมาจารย์ทางด้านประวัติศาสตร์ตัวจริงเสียงจริง รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ร่วมกิจกรรมการล่องเรือตั้งแต่กันตังถึงท่าจีน พร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายเป็นช่วงๆ แต่สายฝนก็ไม่เป็นอุปสรรค นั่นเพราะได้ทำให้เรารู้ว่าการสัมผัสพื้นที่จริงทางน้ำสามารถไปเชื่อมต่อกับสิ่งที่สำรวจทางบกและจากการพูดคุยกับคนในพื้นที่ได้อย่างไร

ระหว่างทางเราแวะชมวิถีชีวิตการผลิตจากแบบอุตสาหกรรมชุมชนที่ย่านซื่อ และชิมลูกจากสดๆ จากฝีมือการผ่าลูกจากอย่างเชี่ยวชาญของคนย่านซื่ออย่างพี่อำพรรณ  ศรีสุวรรณ อสม. หมู่ที่ ๓ ผู้ประสานงานพื้นที่และไกด์นำทางตลอดการล่องเรือของเรา

การเดินทางในครั้งนั้น เราได้เห็นสายน้ำที่แยกออกเป็นคลองย่อยตรงตามที่เคยเห็นในแผนที่ เราได้เห็นต้นหลาชะโอนที่แทบจะหาดูไม่ได้แล้วหลงเหลืออยู่ที่ตำบลควนธานี มีโอกาสได้เห็นต้นสาคูยืนต้นตายบริเวณริมแม่น้ำตรังในเขตอำเภอเมือง ที่สำคัญ เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงจากการกัดเซาะตลิ่งพังที่เป็นการทำลายทั้งจากธรรมชาติและจากฝีมือมนุษย์

ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านคงจะพอเห็นภาพอดีตและปัจจุบันของการศึกษาประวัติศาสตร์ตามแนวแม่น้ำตรังมาพอสมควร และสิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาอนาคตได้อย่างไร? 

ติดตามได้ตอนจบ ฉบับหน้าค่ะ

 

 

 

 

 

 

โดย วานิชสุนทรนนท์

 

กลับไปที่ www.oknation.net