วันที่ จันทร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัตถุนิยมกับสหาย


วัตถุนิยมกับสหาย

          มนุษย์เราตั้งแต่ครั้งอดีตกาลจนถึงปัจจุบันและอนาคต มีหลักและสิ่งกำหนดวิถีชีวิต โดยรวมแค่ 2 หลักการ คือ วัตถุนิยมกับจิตนิยม บนพื้นฐานของหลักการวัตถุนิยมนี้เราสัมผัสได้ ทางรูป รส กลิ่น เสียง และประสาทสัมผัสอื่นที่มากระทบกับเรา ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ล้วนแต่มีที่มาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระบอบสังคมของมนุษย์ได้มีการพัฒนาบนพื้นฐานของต้องการสิ่งที่ดีและความเหมาะสมของแต่ละยุคสมัย สังคมขนาดเล็กยกระดับและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับของสังคมนั้น ๆ หลายๆ สังคมที่มีความต้องการเดียวกัน รวมเป็นระบอบสังคม อย่างเช่นอดีต สังคมคอมมิวนิสต์บุพกาล สังคมทาส สังคมศักดินา และสังคมทุนนิยม ล้วนแต่ได้รับการยอมรับในยุคสมัย มีความสัมพันธ์และเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จากจุดของสังคมเล็ก ๆ หลาย ๆ สังคม รวมเป็นสังคมใหญ่ ระดับชุมชน ท้องถิ่น ประเทศ อาณาจักร และโลกโดยรวม มีระยะเวลาของสังคมนั้นอย่างชัดเจน แต่เมื่อถึงจุดของความเหมาะสมและสิ่งดีงามนั้นเปลี่ยนไป สังคมก็ต้องพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวหน้า
สังคมโลกในปัจจุบันโดยรวมแล้ว เรียกว่าสังคมทุนนิยม ได้อาศัยทุนเป็นหลักในการดำรงอยู่ มีการใช้ทุนในการพัฒนา และเกี่ยวเนื่องไปกับเศรษฐกิจ การเมือง และอื่น ๆ มนุษย์โลกในปัจจุบันจะยอมรับหรือไม่ยอมรับก็ตาม แต่โดยระบอบของทุนที่มีการพัฒนาถึงชั้นนี้แล้วต้องเข้ามากระทบตัวตนของเราอย่างแน่นอน ตัวเราและประเทศควรดำรงอยู่อย่างไรต่างหาก อันเป็นเรื่องควรสนใจนักวัตถุนิยมอย่างพวกเรา อายุ 50 ปี กันทั้งนั้น ผ่านและพบกับความสำเร็จและความล้มเหลว ผิดหวังสมหวังมาก็มาก เคยทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เข้าร่วมขบวนการต่อสู้ของประชาชน ผู้ยากไร้ ในหลายๆแนวรบ ตามความถนัดของตนบ้างหรือในรูปของการจัดตั้งบ้าง ในขบวนแถวแห่งการต่อสู้ที่ผ่านมา เราได้เก็บรับบทเรียน ประสบการณ์ และได้พบเห็นการสูญเสียทั้งชีวิต ญาติมิตรไปจำนวนหนึ่ง จนกระทั่งเพื่อเป็นที่ระลึกถึง ตัวบุคคล เหตุการณ์ต่างที่ผ่านมา หลาย ๆ แห่งได้จัดสร้างอนุสรณ์สถาน เป็นการเชิดชูและเก็บอดีตที่ดีงามนั้นไว้เป็นเครื่องเตือนใจและเป็นกำลังใจในการที่พวกเราจะได้สร้างสรร ผลักดันให้มีสังคมที่ดีงามต่อไป
คงยังจำช่วงวัยหนุ่มสาวของเราได้นะสหาย เราเรียกร้องต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของสังคม มีการวิเคราะห์สังคมในตอนนี้ว่า เป็น “กึ่งเมืองขึ้น กึ่งศักดินา” มีศัตรู 3 ตัว คือ ขุนศึก ศักดินา และจักพรรดินิยมอเมริกา หรือสรุปสังคมไทยก็เป็นสังคมทุนนิยมที่ยังล้าหลังอยู่ เวลาผ่านมาตอนนี้พวกเราอายุมากขึ้น สังคมก็มีการพัฒนาขึ้น ตามหลักวัตถุนิยมสรรพสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไว ไม่หยุดนิ่ง และก็ไม่ใช่ด้านเดียวทุกสิ่งมี 2 ด้าน แต่ถ้าอะไรเป็นด้านหลัก เราก็ต้องยึดถืออันนั้น จะเอาด้านรองมายึดถือก็ไม่ได้เรายังคงอยู่ในสังคมโลก สังคมประเทศไทย ทุนนิยมในประเทศได้พัฒนาไปกว่าแต่ก่อนมาก ระบอบสังคมเรายอมรับระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ยังมี ตัวขัดขวางการพัฒนาการของสังคมภายในประเทศอยู่หลัก ๆ คือ ขุนศึก และศักดินา เราควรยึดหลักตามรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดถ้าข้อใดยังมีจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ล้มรัฐธรรมนูญ ซึ่งมันก็คือขบฎต่อประเทศและประชาชน ใช้อาวุธเข้าบีบบังคับจัดการปัญหาต่างๆ ตามใจตนเองโดยไม่สนใจว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ เช่นด้านเศรษฐกิจของประเทศเสนอเป็นเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีนี้ได้ผ่านขบวนการทดลอง และวิจัยรอบด้านแล้วหรือ มีระยะผ่านของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมวลรวมแล้วหรือ ทำไมจึงถูกนำมาเสนอให้เป็นภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศได้ ลองถามตนเองและคนรอบข้างว่าชีวิตความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจว่าดีขึ้นหรือแย่ลง
ทางด้านสังคมพวกรัฐประหาร เข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศจริงหรือไม่ เมื่อมันโค่นฝ่ายหนึ่งลงแล้วชูอีกฝ่ายหนึ่ง มันจะเป็นการแก้ความขัดแย้งได้อย่างไร ? จะสมานฉันท์กับใคร ห้ามมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ห้ามออกข่าวอดีตนายก ห้ามพูดเรื่องน้ำท่วมภาคกลาง ห้ามผู้คนในชนบทเดินทางเข้ากรุง ฯ เจรจาพวกแบ่งแยกดินแดน กราบขอโทษโจร แล้วเป็นอย่างไร สมานฉันท์ประเทศชาติ ประชาชนแทนป่นปี้ การคอรัปชั่นตอนนี้เปลี่ยนมือจากนักการเมือง มาอยู่ในมือพวกรัฐประหารแทนแล้ว เอาทหารเรือมาดูแลการบิน เอาทหารพระราชามาคุมการซื้อเครื่องบิน และอื่น ๆ อีกมามาย อยากถามเสหาย ว่าในอดีตเราเคยคัดค้านพวกนี้ ปัจจุบันเราคิดอย่างไรและทำอะไรบ้างที่คิดว่าเป็นผลดีต่อประเทศประชาชน ถ้าสหายยังเป็นนักวัตถุนิยม
คงจะปฏิเสธความคิดเห็นของสหายไม่ได้ จะถูกหรือผิดก็อยู่ที่ตัวสหายแต่ละคน แน่นอนเวลานี้ความขัดแย้งทางความคิดภายในตัวตนของเราย่อมมีอยู่มาก แต่ขอให้คิดดูให้รอบคอบ อะไรถูกอะไรผิด สหายยอมรับหลักการอะไร ถ้าไม่ออกมาขับเคลื่อนไปกับสังคม อยู่เฉย ๆ ค่อยเป็นกำลังใจให้คนที่เคลื่อนไหวก็ยังดีกว่าออกมาเคลื่อนไหว ย้อนยุคกลับไปร่วมพวกขุนศึกและศักดินาขัดขวางความก้าวหน้าของสังคมไทย
สหายเอ๋ย อย่าเก็บอดีตไว้ในหีบซิ ประสบการณ์ และบทเรียนอันมีค่าของเรา น่าจะได้รับการสานต่อไปยังคนรุ่น ๆ ต่อ ๆ ไป อย่าให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงต้องนับจากศูนย์ เขาควรได้รับการถ่ายทอดสิ่งถูกผิดจากเรา อย่างน้อยคอยเป็นพี่เลี้ยงให้ก็ยังดี แต่ถ้าสหายยังมีไฟที่จะทำเพื่อประชาชนก็อย่าได้หยุดอยู่กับที่นะสหาย จงเคลื่อนต่อไปเถอะนะ แล้วพบกันบนเส้นทางประชาธิปไตยครับสหาย
                                                                   สน อีสานใต้

โดย คอมมูน

 

กลับไปที่ www.oknation.net