วันที่ จันทร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ป้ายไม่สนุกกับทุกข์ซ้ำซากของชาว กทม.


บางส่วนจากเรื่อง "ป้ายไม่สนุกกับทุกข์ซ้ำซากชาว กทม."

ตีพิมพ์ในเซ็คชั่นจุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2551

นับถอยหลังสู่วันที่ 5 ตุลาคม 2551 ตอนนี้กรุงเทพฯ โดนป้ายหาเสียงครองเมืองไปแล้ว แต่ป้ายไหนจะผ่าน ป้ายไหนจะแป้ก มีหลายความเห็นมาร่วมสนุก 

พรรษพล ลิมปิศิริสันต์ ประธานบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท มันเดย์ จำกัด อีกตำแหน่งเป็น นายกสมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (Bangkok Art Directions’ Asssociation - B.A.D.) ไม่แน่ใจว่าหลักการโฆษณาจะนำมาใช้กับการใช้สื่อรณรงค์หาเสียงทางการเมืองได้หรือไม่ จึงออกตัวว่าความเห็นต่างๆ เป็นมุมมองส่วนตัว ทั้งนี้เนื่องจากเขาเชื่อว่าการเลือกซื้อสินค้าและบริการผู้บริโภคมีการตัดสินใจที่แตกต่างอย่างมากกับการเลือกนักการเมืองเพื่อไปทำหน้าที่ด้านการบริหาร

อย่างไรก็ตาม จุดร่วมสำหรับการใช้สื่อสองประเภท อยู่ที่การสร้างความน่าสนใจ พร้อมๆ ไปกับความน่าเชื่อถือ เพียงแต่ในทางการเมืองความน่าเชื่อถือย่อมต้องมาเป็นอันดับแรก

"ป้ายของคุณชูวิทย์ถือว่าตรงตามหลักโฆษณามากที่สุด คือโดดเด่น มีอิมแพ็ค อย่างไรก็ต้องมอง ขายความเป็นคุณชูวิทย์ชัดเจน สื่อตรง ทั้งคำพูด หน้าตามุ่งมั่น แต่ไม่แน่ใจว่าประชาชนจนจะมาลงคะแนนให้หรือเปล่า"

พรรษพล บอกว่าแม้เขาเองจะเป็นคนรุ่นใหม่ทำงานด้านโฆษณาที่ดูทันสมัย แต่สำหรับการใช้สื่อทางการเมืองกลับมีมุมมองค่อนข้าง "อนุรักษ์นิยม" และเห็นว่าป้ายหาเสียงควรสื่อถึงนโยบายและความน่าเชื่อถือของผู้สมัครเป็นหลัก แต่หากไม่ต้องการให้ดูเชยก็สามารถใช้การดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ฟอนต์และจัดวางเลย์เอาต์ให้ดูเท่ทันสมัย ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ในป้ายหาเสียงของบ้านเรา

ทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์ การ์ตูน "หมอ" หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เห็นพ้องว่าป้ายที่เตะตาสุดๆ คือป้ายของ "ชูวิทย์" เพราะดึงดูดความสนใจทั้งจากการใช้สีดำ-แดง และ "แอ็คติ้ง" ดุเดือดกว่าใครๆ รองลงมาคือป้ายของ "ลีน่า จัง" เพราะเป็นผู้สมัครหญิงเพียงคนเดียว การใช้สีชมพูสด ชื่อก็แปลกจำง่าย ถ้าเทียบป้ายในกลุ่มผู้สมัคร "หน้านิ่ง" (อภิรักษ์ ประภัสร์ ดร.แดน) ต้องถือว่าป้ายของ ลีน่า จัง ดูเด่นกว่าทุกคน

แต่จากมุมมองศิลปะ "ทิววัฒน์" ให้คะแนนป้ายหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ได้เต็มที่ไม่เกิน C+

"ทุกคนคงคิดว่าไม่คุ้มที่จะลงทุน เพราะใช้งานแป๊บเดียว แล้วคนส่วนใหญ่ก็ดูข้อมูลอื่นประกอบการตัดสินใจ"

ทิววัฒน์ ชี้ว่าป้ายเป็นสื่อเงียบ แต่ทรงพลัง โดยยกตัวอย่างที่ทุกคนยังจำได้ติดตา คือฝาเข่งเรียกคะแนนนิยมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เมื่อปี 2528 ซึ่งโดดเด่น แปลกตา เรียบง่าย ไม่แพง รวมทั้งสะท้อนบุคลิกภาพและสื่อสาระความเป็น พล.ต.จำลอง ได้ดี จนชาว กทม.เทใจให้เต็มที่

  • อารมณ์หลากหลาย "ป้ายหาเสียง"

ผลการสำรวจ (แบบง่ายๆ) เกี่ยวกับความคิดเห็น (และความรู้สึก) ของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่มีต่อป้ายของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ (เฉพาะที่พบเห็นกันบ่อยๆ)

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

ข้อเด่น: น่าเชื่อถือ วิชาการ เฟรนด์ลี่ ขะมักเขม้น รักธรรมชาติ นโยบายเป็นรูปธรรม ป้ายหลากหลายชวนอ่าน พร้อมทำงาน แอ็กติ้งกำลังพอดี

ข้อด้อย: นโยบายยิบย่อย จุกจิก ไม่เข้าตา เห็นทำท่าพับแขนเสื้อแล้วรู้สึกว่าเป็นคนมีลีลาก่อนจะเริ่มลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

ข้อเด่น: เด่น สะดุดตา ขึงขัง จริงใจ แตกต่างจากป้ายอื่นๆ อย่างชัดเจน ประหยัดมีการนำสติ๊กเกอร์มาติดข้อความบนป้ายเดิม เห็นแล้วอยากอ่าน ขำ

ข้อด้อย: ขำ สนุกอย่างเดียว ด่าคนอื่น เห็นปัญหาแต่จะแก้หรือเปล่า ขอโอกาสแต่ไม่บอกว่าจะทำอะไร ไม่มีนโยบาย ไม่ทำการบ้าน ผิดหวัง

ประภัสร์ จงสงวน

ข้อเด่น: สีส้ม สดใส น่าสนใจ สวมเสื้อหนังถ่ายภาพกับรถช้อปเปอร์ไม่เหมือนใคร คนรุ่นใหม่ หล่อ

ข้อด้อย: บุคลิกเพลย์บอยไม่เหมาะกับนักบริหาร ถ่ายคู่ช้อปเปอร์ดูไม่รู้หน้าที่ หน้านิ่งจนไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรหรือเปล่า ป้ายไม่หลากหลาย ไม่มีนโยบาย ติดป้ายช้าทำให้รู้สึกว่าไม่พร้อม

ลีน่า จังจรรจา

ข้อเด่น: ดึงดูดความสนใจ ต้องหันไปดูทั้งที่ไม่ตั้งใจ จำเบอร์ผู้สมัครได้ง่าย

ข้อด้อย: บันเทิง festival เหมือนป้ายขายเครื่องสำอาง หน้าและชุดสีชมพูโดดเด่นเกินเนื้อหา นโยบายเป็นไปได้ยาก ติดป้ายถี่และเยอะเกินไป น่ากลัว

อภิรักษ์ โกษะโยธิน

ข้อเด่น: นิ่งๆ สะท้อนบุคลิกของผู้สมัคร ตรงไปตรงมา ไม่หวือหวา มีผลงานมาโชว์ มีนโยบาย เป็นผู้ใหญ่ใจดีตามบุคลิกของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นป้ายหาเสียงตามมาตรฐาน

ข้อด้อย: เชย โบราณ ไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ ดูเรื่อยเฉื่อย ตัวหนังสือเยอะเกินไป ไม่มีเวลาอ่าน ขี้เกียจอ่าน

  • ทำไมทุกข์ของชาว กทม.ถึงซ้ำซาก น่าเบื่อหน่าย

"สาเหตุสำคัญมาจาก ภาระหน้าที่ซึ่งมีอยู่จำกัด และความไร้ประสิทธิภาพที่จะดำเนินการเหล่านั้น" รองศาสตราจารย์ วันชัย มีชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีมุมมองร่วม

" กทม.เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ซ้อนทับอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ภารกิจหลายอย่างแม้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ แต่ก็เป็นลักษณะ "เหยียบตาปลา" หน่วยงานระดับชาติ กทม.จึงต้องเผชิญอุปสรรคทั้งจากฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ

"ยังไม่พูดถึงศักยภาพอันจำกัดของ กทม.เอง ที่มีสาเหตุจากความเป็น "ราชการ" ซึ่งทำงานโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน แต่ขึ้นตรงต่อผู้บังคับบัญชา ทั้งที่ กทม.เป็นหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่โดยภาพรวมถือว่าไม่เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจที่แท้จริง...

"ประเด็นหาเสียงจึงวนเวียนอยู่ 4-5 เรื่องมาทุกยุคทุกสมัย คือ ขยะ น้ำท่วม จราจร สิ่งแวดล้อม และทางออกก็ซ้ำซาก แต่ขาดประสิทธิภาพเวลาทำงานจริง" วันชัย ระบุว่านี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คน กทม.ไม่ให้ความสนใจมากนักกับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะในแง่นโยบายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง"

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net