วันที่ อังคาร กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิยาย...WW III


สงครามโลกครั้งที่ 2  WW II

สาเหตุของสงคราม

1. ความไม่เป็นธรรมของสัญญาแวร์ซายส์

2. เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในปี ค.ศ.1929-1931

3. ความอ่อนแอของสันนิบาตชาติ

รายละเอียด WW II  เพิ่มเติม http://board.narak.com/topic_light.php?No=40184

นิยาย WW III

สาเหตุของสงคราม

1. ความไม่เป็นธรรมของระบอบทุนนิยมสามานย์

2. เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในปี ค.ศ 2008-2010

3. ความอ่อนแอทางด้านศีลธรรมของโลก การเมืองทั่วโลกปั่นป่วน

4. เกิดลัทธิซาตาน http://www.jesus-is-savior.com/False%20Religions/Wicca%20&%20Witchcraft/signs_of_satan.htm

ข้าพเจ้าจะลองพยายามเดาสิ่งที่พวกบ้าสงครามจะทำ
เพื่อลงไว้เป็นทางหนีทีไล่ หากเรารู้อาจได้ระวังตัวครับ

เดาเอาว่า

๑. กลุ่มสังคมนิยมได้แก่ จีน, รัสเซีย, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ
๒. กลุ่มทุนนิยมได้แก่ อเมริกา, ยุโรป, อิรัก, ญี่ปุ่น

ทั้งนี้ เวลาสองค่ายคานอำนาจกันให้สังเกตุดังนี้

๑ หากอเมริกันนำทัพ มักถูกจีนสะกัด
๒ หากยุโรปหรืออังกฤษนำทัพ จะถูกรัสเซียสะกัด
๓ หากญี่ปุ่นขยับ จะถูกเกลาหลีเหนือสกัด
๔ หากอเมริกันบุกอิรัก จะถูกอิหร่านคุกคาม

นี่คือ หมากหลักๆ นี่เราเห็นเขาเดินโต้กันไปมาทางจิตวิทยา

เราจะแบ่งโซนหรือยุทธภูมิออกเป็น

๑ เอเชีย โซนนี้เริ่มถูกจีนครอบงำด้วยอิทธิพลทางเศรษฐกิจ
๒ ยุโรป โซนนี้อเมริกาสามารถรักษาพันธมิตไว้ได้อย่างแน่นหนา
๓ อเมริกา โซนนี้คือฐานสำคัญของอเมริกา รองลงไปก็คือยุโรป
๔ อาฟริกา โซนนี้จีนเริ่มเข้าไปครอบงำด้วยอิทธิพลทางเศรษฐกิจ
๕ อื่นๆ ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวรุนแรง

แต่ละโซนจะมีการขยายอิทธิพลตลอดเวลา และมีการประเมินกำลังกันตลอด
หากเห็นว่าตนเสียเปรียบแล้ว ฝ่ายที่เสียเปรียบจะเริ่มตอบโต้และทำการบางอย่าง
ดังนี้ สามารถสังเกตุการคุกคามและแพร่อิทธิพล และประเมินกำลังทั้งสองฝ่ายได้

โซนเอเชียนั้น อเมริกันตกเป็นรอง ยิ่งเมื่อเหตุระเบิดในอินเดีย
ส่งผลให้อินเดียไม่ไว้ใจปากีสถาน นำสู่การตกลงร่วมทางรถไฟ
เศรษฐกิจกับจีน และอีกหลายประการต่อมา

อินเดียก็เป็นฐานใหญ่ของจีนอีกเช่นกัน

ดังนี้เอเชียค่อนข้างเข้มแข็งจนอเมริกันทำอะไรไม่ไหว ทั้งนี้ อาศัย
ญี่ปุ่นเป็นทัพนำในโซนนี้ ทว่า ความอ่อนแอของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทำ
ให้ไม่อาจใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องผูกพันธมิตร จีนกลับกวาดไปก่อน
ญี่ปุ่นจึงเหมือนตกอยู่ในวงล้อมเสือใหญ่ สามตัว คือ จีน, อินเดีย
และ รัสเซีย โดยมีหมาจิ้งจอกคอยขย้ำคอหอยใกล้ๆ คือ เกาหลีเหนือ

ญี่ปุ่นนับว่าไม่มีทางออก ไม่มีทางหนี มีแต่นับวันล่มสลายเท่านั้น

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการเมืองภายในที่ร้อนแรง และ
เล่เหลี่ยมจัดที่สุด ทำให้การครอบงำของสองขั้วทำได้ยากขึ้น ต่าง
พยายามดึงประเทศเล็กน้อยเหล่านั้นมาเป็นพวก เพื่ออาศัยเป็นฐาน
ยิงจรวดสู้กันเมื่อถึงเวลานั้น ทว่า ประเทศไทยซึ่งอยู่ใจกลางไม่เล่นด้วย
จำต้องไปแย่งพม่า จึงต้องไปแย่งกันแทรกแซงพม่า มั่วไปหมด

พม่าหากเข้าร่วมกับฝ่ายใดก็ตาม ก็จะได้รับผลร้ายปรามาณูลูกหลงไปด้วย

ส่วนทางด้านเอเชียตะวันตก ได้แก่ แถบอินเดีย, ปากีสถาน, เนปาล ฯลฯ
อาศัยอินเดียเป็นสำคัญ หากอินเดียเข้าร่วมคงได้รับส่วนแบ่งเป็นประเทศเล็ก
ประเทศน้อยที่ตนอยากได้กลับคืน ไม่ว่าจะเป็นปากีสถาน, บังคลาเทศ ฯลฯ
คิดว่าอินเดียคงมองว่าตนเป็นหุ้นส่วนใหญ่และต่อรองเอาไม่น้อย ไม่เพียงแค่
ประเทศเดียวแน่

อินเดียก็จะกลายเป็นสนามภูมิรบรองๆ ลงไปอีก ...

กลยุทธ์ฝ่ายสังคมนิยม

๑ เอาการค้าเข้าบังหน้าเพื่อหาพันธมิตรทางการทหารให้มากที่สุด
๒ บีบอเมริกันให้เศรษฐกิจตกต่ำลงเรื่อยๆ ให้ทั่วโลกยอมเปลี่ยนมาเป็นสังคมนิยม
๓ แย่งชิงพื้นที่ทางการค้าพร้อมขยายอิทธิพลทางความสัมพันธ์พิเศษที่ซ่อนเร้น
๔ ยั่วยุให้อเมริกันเผยโฉมหน้านักบุญใจบาปให้โลกเห็น เพื่ออ้างเหตุทำสงคราม
๕ ใช้สนามรบขนาดเล็กรองรับการตอบโต้ แล้วใช้อาวุธจำนวนมากสู้สนามใหญ่
เช่น ให้เกาหลีเหนือต่อสู้ในโซนเอเชียแทนตน ใช้อิหร่านคุกคามสู้อเมริกา
๖ ปิดตายอเมริกา ให้ต้องเดินหน้าเข้าสู่สงครามเท่านั้น ไม่ต่อรองทางการค้าจริง
๗ ตอบโต้ข่มขวัญ แสดงแสนยานุภาพ เพื่อให้ชาวโลกสยบเป็นพวกตน ทิ้งอเมริกา


เดินกลยุทธ์อย่างมีระบบ รุกไม่มีถอย อเมริกันขยับก็ตอบโต้ทันทีไม่ถอยแม้นคืบเดียว

การจัดกระบวนทัพของสังคมนิยม

๑ รัสเซีย เป็นแหล่งสนับสนุนเทคโนโลยีทางการทหารให้โลกสังคมนิยม
๒ จีน เป็นผู้วางแผนรบ และเดินหน้าเจรจาต่อรอง ใช้การค้าเป็นเครื่องมือรบ
๓ อินเดีย ตรึงกำลังในเขตเอเชียตะวันตกทั้งหมด เป็นพลสำรองระดับสอง
๔ เกาหลีเหนือ ออกหน้าท้าทำสงครามสยบทั่วเอเชีย เอาประเทศเล็กแลกใหญ่
๕ อิหร่าน ออกหน้ายั่วยุแถบประเทศค้าน้ำมัน กดดันสหรัฐริดรอนผลประโยชน์แฝง
๖ พม่า เป็นตัวแทนทัพย่อมเยา ที่ตรึงกำลังเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
๗ ผู้ก่อการร้ายไร้สัญชาติ กระจายกำลังพร้อมสร้างสถานการณ์ได้ทั่วโลก


สลับกันเดินรุกถอย เพื่อยั่วยุบ้าง กดดันบ้าง ขยายอิทธิพลช้าๆ บ้าง ช่วงชิงบ้าง

การแก้หมากของฝ่ายทุนนิยม

๑ เอาชนะในศึกเล็กเพื่อคงความเชื่อมั่น สยบสงครามโลก โดยมุ่งเอาชนะในอิรัก
๒ ใช้อำนาจทางการค้าที่มีอยู่ กดดันและริดรอนตอบโต้ เพื่อไม่ให้เกิดสงครามจริง
๓ ใช้การเจรจาต่อรองกับประเทศเล็ก หวังเอาเงินฝาดหัวให้ยอมจำนน เช่น เกาหลี
๔ ใช้การเจรจาฟื้นความสัมพันธ์เก่า ขยายอิทธิพลในเขตยุโรปที่ตนเป็นเจ้าถิ่น
๕ ใช้องค์กรระดับโลก ต่างๆ เข้าสกัดการเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้อเมริกันโดนตรงๆ
๖ แสดงแสนยานุภาพทางทหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โลกไม่เข้าร่วมฝ่ายตรงข้าม


อเมริกันวางแผนโดดเดี่ยว ประเทศอื่นช่วยเพียงทรัพยากรเท่านั้น ไม่ได้จริงใจเลย
อเมริกันโดดเดี่ยวมาก จำต้องอาศัยองค์กรระดับโลกที่ตนมีอิทธิพลเดิม
ครอบงำอยู่ มาเป็นตัวแทนเจรจาและกดดันฝ่ายสังคมนิยม แต่ก็ไม่เป็นผล

ปัจจัยเสี่ยงสงคราม คือ เสถียรภาพทางการเมืองทั่วโลก

ทั่วโลกมีการเปลี่ยนตัวผู้นำมากมาย บ้างตาย บ้างถึงวาระลาออก บ้างถูกปลด
บ้างมีปัญหาการเมืองภายใน สภาพทางการเมืองโลก ทั่วโลกขาดเสถียรภาพมาก
ง่ายต่อการเกิดการประทุเป็นฉนวนระเบิดแล้วลุกลามเป็นสงครามไปทั่ว

ควรจับตาผู้นำของโลกคนสำคัญดีๆ ใครเปลี่ยนตัว ส่งผลต่อความมั่นคงอย่างไร?

ปัจจัยเสี่ยงสงคราม คือ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

โดยเฉพาะอเมริกาและญี่ปุ่นถือว่าโดนหนักมาก ส่วนจีนนั้น เติบโตแบบไม่เปิด
เสรีการค้าอย่างจริงใจ ทำให้ไม่เดการหมุนเวียนสินค้าทั่วโลกได้สะดวกเหมือน
อดีต หากเศรษฐกิจล่ม ย่อมจะเกิดการรัฐประหาร และนำไปสู่สงคราม

ควรจับตามองเศรษฐกิจทั่วโลกว่า ประเทศใดพังพาบจะไปก่อน เมื่อนั้นก็สงคราม

ปัจจัยเสี่ยงสงคราม คือ ภาวะวิกฤติสิ่งแวดล้อม

กระทบต่อถึงเศรษฐกิจ อันนำไปสู่สงครามได้เช่นกัน โดยจะเกิดเป็น
ทอดๆ (วิกฤติแล้วเศรษฐกิจล่มจึงนำไปสู่สงคราม) ทั้งนี้ ในกรณีเกิด
จากภัยธรรมชาติเป็นเหตุ จำต้องเป็นรูปแบบนี้ ยังเตรียมตัวได้ทัน

แต่คาดว่าปัจจัยที่นำเข้าสู่สงครามไม่ใช่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

http://www.palungjitrescuedisaster.com/showthread.php?p=483

โดย KK-rich

 

กลับไปที่ www.oknation.net