วันที่ อังคาร กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รำวงไทย : ขวัญใจบ้านทุ่ง (๑)


รำวงไทย : ขวัญใจบ้านทุ่ง  (๑)

ปลายฝนต้นหนาวต้นข้าวในนาเริ่มตั้งท้องออกรวง อีกไม่นานท้องทุ่งจะกลายเป็นทุ่งสีทองเหลืองอร่าม  หลังการเก็บเกี่ยวถือเป็นห้วงเวลาแห่งความสำราญของชาวบ้านทุ่ง  เสียงลำจากเวทีหมอลำ เสียงกองเชียร์รำวงบ้านทุ่งดังสนั่น ภาพสาวน้อยดาวเต้นนั่งบนเวทีรอคิวไอ้หนุ่มนักเต้นเท้าไฟซื้อบัตรมาโค้งวาดลวดลายบนเวที  อดีตและความประทับใจแห่ง “รำวง”  ยังมีมนต์ขลังเสมอ

 

การขนข้าวสู่ยุ้งฉางของชาวบ้านทุ่งในอดีตยังคงใช้เกวียนเป็นพาหนะในการขนส่ง

ปฐมบทเพลงรำวงไทย

รำวงมีคู่มากับสังคมไทยมานานก่อนที่จะเป็นนิยมกันในยุค “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย”  ของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม  นำความเป็นสากลสู่สังคมไทยในนาม “รำวงสามัคคี” หรือ “รำโทน” เป็นวัฒนธรรมการแสดงออกด้านความสนุกสนานของสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน

จากหนังสือ “ลูกทุ่งอีสาน” ของ “แวง พลังวรรณ”  พบว่า “รำวง” หรือ “รำโทน”  มีความเป็นมาจากการที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ออกตรวจราชการในเขตรอยต่อของภาคอีสานและภาคเหนือ มีการนำ “รำโทน” มาแสดงต้อนรับ และมีการบันทึกคำร้อง ทำนองมาดัดแปลงเป็นรำวงมาตรฐานผลงานผ่านการประพันธ์ของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม เป็นเพลงดอกไม้ของชาติ, ดวงจันทร์วันเพ็ญ, บูชานักรบ, ดวงจันทร์ขวัญฟ้า, หญิงไทยใจงาม, ยอดชายใจหาญ   และผลงานการประพันธ์ของจมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) คือ เพลงงามแสงเดือน, ชาวไทย, รำมาสิมารำ, และเพลงเดือนหงาย ภายหลังได้มีการเรียบเรียงดนตรีใหม่และบันทึกเสียงขึ้นใหม่ โดย “พิพัฒน์ บริบรูณ์” หรือ“สมบัติ เพชรลานนา”    จึงทำให้ “เพลงรำวงมาตรฐาน’ ได้รับการเผยแพร่และได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น

วัฒนธรรมรำวงในสังคมไทย

ในระหว่างปี 2480 – 2490 วัฒนธรรม “รำวงมาตรฐาน”  เป็นการแสดงร่วมสมัยที่เผยแพร่และสนับสนุนโดยกระทรวงธรรมการ  เพื่อสร้างความบันเทิงและความสนุกสนานของชุมชน ทำให้เกิด “คณะรำโทน”  ในกรุงเทพฯ หลายคณะ  เช่น คณะรำโทนชาวสามย่าน คณะรำโทน ส.สามัคคี คณะรำโทนปากน้ำ คณะรำโทนดาวสีฟ้า มีรำมะนาเป็นเครื่องดนตรี ประกอบเพลงรำวงมาตรฐานเป็นหลัก รับจ้างแสดงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ค่าจ้างคืนละ 300 – 400 บาท มีนางรำประจำคณะทำการแสดงตั้งแต่ 2 ทุ่ม จนถึง 2 ยาม  โดยผู้ที่ว่าจ้างจะเป็นผู้ขายบัตรในแต่ละรอบ  นอกจากนั้นในงานวัดใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ จะมีการประกวดรำโทน  โดยเน้นความพร้อมในท่ารำ กองเชียร์ และคณะเพลงเชียร์ เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน  

คณะรำโทนชาวสามย่านในยุคนั้น จะมีสุรินทร์ ปิยานนท์, ประชุม พุ่มศิริ, ชูศรี มีสมมนต์, เป็นนักร้องนำ มีผู้แต่งเพลงคือ สมาน รื่นสำราญ, ดำริ วงศ์สุวรรณ (บังและ วงศ์อาบู) วิมล จงวิไล, ประสิทธิ์ พงษ์สำราญ, และสุรินทร์ ปิยานนท์ โดยมีนคร ถนอมทรัพย์ หรือ “กุงกาดิน”  เป็นผู้ผลักดันให้บันทึกเสียง ภายหลังคณะรำโทนเสื่อมความนิยม สุรินทร์ ปิยานันท์ จึงหันมาวาดปกนวนิยาย และภาพประกอบให้กับโรงพิมพ์ จนเสียชีวิตเมื่อ 2 มิถุนายน 2541

ครูเบญจมินทร์ ราชาเพลงรำวงของเมืองไทย

เพลงรำวง-รำโทนเริ่มเสื่อมความนิยมลง เพราะกระแสเพลงลูกทุ่งและวงดนตรีลูกทุ่งเข้ามาแทนที่  โดยมีการบันทึกเสียงนักร้องเพลงรำวงในยุคนั้น ได้แก่ เบญจมินทร์, สุรพล สมบัติเจริญ, นิยม มารยาท, ยงยุทธ เชี่ยวชาญชัย, ศักดิ์ศรี ศรีอักษร, ศรีสอางค์ ตรีเนตร  จนถึงยุคของชัยชนะ บุญนะโชติ, ผ่องศรี วรนุช, เพลิน พรมแดน, แมน เนรมิต, ชาย เมืองสิงห์, พนม นพพร, เรียม ดาราน้อย, ชาตรี ศรีชล 

 

สุรพล สมบัติเจริญ ราชาเพลงลูกทุ่งถ่ายภาพร่วมกับลูกวง

ว                

         ไวพจน์ เพชรสุพรรณ และชัยชนะ บุญนะโชติ นักร้องเพลงแนวรำวงในยุดต่อมา

อย่างไรก็ตามมีนักวิชาการด้านเพลงลูกทุ่งได้กล่าวถึงความเป็นของเพลงลูกทุ่งว่าแท้จริงมิได้มาจากกระแสความโด่งดังของเพลงรำวงไม่ แต่มีพื้นฐานมาจาก “เพลงตลาด” หรือ “เพลงชีวิต” ที่สะท้อนวิถีชีวิต สภาพสังคม อุดมคติและวัฒนธรรมไทย โดยมีท่วงทำนอง คำร้อง สำเนียง และลีลาการร้องการบรรเลงที่เป็นแบบแผนมีลักษณะเฉพาะให้บรรยากาศของความเป็นลูกทุ่ง  ผ่านผลงานการประพันธ์ของครูไพบูลย์ บุตรขัน ครูชะลอ ไตรตรองสอน ครูพยงค์ มุกดา ครูมงคล อมาตยกุล และครูเบญจมินทร์  จนเมื่อในปี 2507  ประกอบ ไชยพิพัฒน์ ได้นำคำว่า “เพลงลูกทุ่ง” มาใช้ในรายการ “เพลงลูกทุ่ง”  ทางสถานีไทยโทรทัศน์ จึงทำให้มีคำว่า “เพลงลูกทุ่ง” นับแต่นั้นเป็นต้นมา

 

ศักดิ์ศรี ศรีอักษร นักร้องจากจังหวัดอุบลราชธานีเจ้าของเพลงผู้ใหญ่ลี แสดงภาพยนตร์เรื่อง "ลูกสาวผู้ใหญ่ลี" คู่กับดอกดิน กัญญามาลย์ รับบทเป็นผู้ญ่ลี

ศักดิ์สยาม เพชรชมภู นักร้องจากจังหวัดมหาสารคาม อดีตกองเชียร์คณะรำวง"ดาวอีสาน" ที่บ้านเกิด ก่อนที่จะโด่งดังเป็นนักร้องในคณะหมอลำ "รังสิมันต์" ในอดีต

 

กุมภวาปี : ตำนานคณะรำวงอีสาน

จากหนังสือ “ตำนานรำวงกุมภวาปี คำมา รุ่งนิรันดร์”  ของแวง พลังวรรณ ได้แบ่งยุคสมัยของรำวงไทยออกเป็น 3 ยุค คือ  ยุคแรกเป็นยุครำโทนที่มีพื้นฐานจากการละเล่นในภาคอีสาน

ยุคที่สองเป็นยุครำโทนในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นยุคเริ่มแรกของรำวงชาวบ้านสู่คณะรำวงอาชีพ โดยมีการประยุกต์ท่วงทำนองและลีลาการเต้นรำของละตินอเมริกัน เช่น สวิง, รุมบ้า, กัวราชา, แซมบ้า, คาลิบโซ (3 ซ่า), คองก้า, ปาทังก้า, โมฮ๊อด มาเป็นจังหวะแบบไทย ๆ

ส่วนยุคที่สามเป็นการประยุกต์รำวงสมัยใหม่ในรูปแบบดนตรีสากล หลังการเข้ามาตั้งฐานทัพอเมริกันทำให้รำวงไทยรับอิทธิพลมาจากดนตรีสากลในแนวโซล, ฮาร์ดร๊อค, เฮฟวี่เมลทอล รวมทั้งการประยุกต์เป็นจังหวะโซลอินเดีย, ตะลุง, สินไซ, ลำแคน, นายอำเภอ, ม้าย่อง  แบบไทย ๆ

คณะรำวงไทยถึงจุดเปลี่ยนในช่วงการตั้งฐานทัพของทหารสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย 8 แห่ง คือ สนามบินดอนเมือง (กรุงเทพฯ)  อู่ตะเภา (ชลบุรี)  ตาคลี (นครสวรรค์) นครราชสีมา, อุบลราชธานี, โนนสูง (อุดรธานี) น้ำพอง (ขอนแก่น)  และนครพนม  มีนักร้องนักดนตรีไทยส่วนหนึ่งไปเล่นดนตรีในค่ายทหารอเมริกัน ภายหลังจึงนำมาประยุกต์กับคณะรำวงไทย จึงทำให้เพลงสากลได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น“

ที่บ้านพันดอน ตำบลพันดอน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นแหล่งกำเนิดรำวงชาวบ้านมาตั้งแต่ยุคกลองโทน  ใช้ตะเกียงเจ้าพายุให้ความสว่าง  มาถึงยุครำวงสมัยใหม่นำเครื่องดนตรีสากลมาประยุกต์กับเครื่องดนตรีรำโทนของไทย           ทั้งนี้เพราะบ้านพันดอนมีพื้นที่อยู่ใกล้กับค่ายรามสูรฐานทัพอเมริกันที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี  จึงนำเอาเพลงสากลมาเล่นในคณะรำวง เช่น คณะจันทร์เพ็ญ, คณะสวาทพัฒนา, คณะบุญมา รุ่งนิรันดร์  เป็นต้น

ข้อมูล/ภาพ อ้างอิง

ทอมมี่ กึ่ม. อีสานบ้านเฮา : พลิกตำนานรำวงอีสาน.  คมชัดลึก วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2549.

แวง พลังววรณ.  อีสานคดีชุด “ลูกทุ่งอีสาน” ประวัติศาสตร์อีสาน ตำนานเพลงลูกทุ่ง.  กรุงเทพฯ : เรือนปัญญา, 2545.                                                                                                                 Dr. Kamala Tiyavanich. The Life Story of Luang Ta Chi. The Council of Thai Bhikkhus in U.S.A, 2548

http://www.esaanvoice.net                                                            http://thaihub.org                                             http://www.culture.go.th/knowledge/tfolksong   http://www.oknation.net/blog/namsean               http://www.oknation.net/blog/pissit   

ตอนที่ 2 ติดตามอ่านจันทร์เพ็ญ ยุครุงเรืองของคณะรำวงอีสาน, รำวงไทยขวัญใจบ้านทุ่ง และดิสโก้เธคกับการล่มสลายของรำวงไทย

 

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net