วันที่ อังคาร กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รำวงไทย : ขวัญใจบ้านทุ่ง (๒)


รำวงไทย : ขวัญใจบ้านทุ่ง (๒)

จันทร์เพ็ญ : ขวัญใจนักเต้นจากอุดรธานี

คณะรำวง “จันทร์เพ็ญ” ถือเป็นรำวงระดับแนวหน้าของจังหวัดอุดรธานี มีเวทีขนาดใหญ่ นางรำจำนวนมาก รวมทั้งนักร้อง นักดนตรีวงใหญ่ครบชุด รับงานแสดงทั่วภาคอีสาน รวมทั้งในเขตภาคกลาง

นอกจากนั้นยังมีคณะรำวงที่ได้รับความนิยมในยุคนั้น เช่น คณะลูกโพธิ์ไทรทอง, คณะสันทนาการ จากจังหวัดนครพนม คณะดอกฟ้าภูไทย คณะการเวกยุคพัฒนา จากจังหวัดกาฬสินธุ์ คณะแคนแคน คณะลูกไทย และคณะจันทราป่าสัก จากจังหวัดสะบุรี

เพลงที่นักร้องเชียร์รำวงนำมาร้องในยุคนั้นจะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยม หรือเป็นเพลงเก่าของไวพจน์ เพชรสุพรรณ, พร ภิรมย์, ชาย เมืองสิงห์  ต่อช่วงมาถึงนักร้องอีสาน เช่น  เทพพร เพชรอุบล, ดาว บ้านดอน, ศักดิ์สยาม เพชรชมพู  วิเศษ เวณิกา มาถึงเพลงของสายัณ สัญญา, ยอดรัก สลักใจ แต่ถ้าเป็นแนวสตริงยุครุ่งเรืองของรำวงเห็นจะเป็น เพลง ม. 21 ของเอราวัณ มาถึงยุคของวงชาตรี, รอยัลสไปรท์, แกรนด์เอ๊กซ์   

                นางรำในคณะรำวงในอดีต ภาพจาก   http://www.oknation.net/blog/namsean

เพลงสากลถึงเป็นหัวใจสำคัญของคณะรำวง  มาประยุกต์เข้ากับรสนิยมแบบไทย ๆ ถึงแม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ด้วยท่วงทำนองที่เร้าใจ จึงเป็นที่นิยมของนักเต้นเท้าไฟเป็นอย่างดี  เริ่มจาก My first time (เจ้างัวน้อยผู้น่ารัก), Sundown, Papa, Love me love my dog, Why do I love you so, More than I can say, Stay, lyin eyes,  มาถึงเพลงยอดฮิต Beautiful Sunday, One way ticket  แต่ถ้าจะเป็นจังหวะสามช่ามัน ๆ ต้องยกให้  Black majic women และ Samba pa ti  ของ Santana  ซึ่งอิทธิพลของเพลงสากลเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการรับฟังจากสถานีวิทยุกระจายเสียงท้องถิ่นในท้องถิ่น  เช่น รายการของปรีชา ดอกไม้ทอง ทางสถานีวิทยุทหารอากาศมหาสารคาม รายการของสาคร พรหมภักดี ทางสถานีวิทยุ 909 กรป.กลาง สกลนคร เป็นต้น

รำวงไทยหัวใจลูกทุ่ง

ในปี 2512 -2518 ถือเป็นยุครุ่งเรืองของคณะรำวงไทยในภาคอีสานและภูมิภาคอื่น งานประจำปีของจังหวัดจะต้องมีการจ้างคณะรำวงดัง ๆ ไปร่วมงาน  เช่น งานทุ่งศรีเมืองจังหวัดอุดรธานี งานนมัสการพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม งานทุ่งศรีเมืองจังหวัดอุบลราชธานี  นอกจากนี้ก็จะมีการว่าจ้างไปสมทบในงานสวนสนุกในระดับหมู่บ้าน

การว่าจ้างคณะรำวงไปแสดงจะว่าจ้างเป็นรายคืนผ่านสำนักงานในตัวจังหวัด  การแสดงจะเริ่มตั้งแต่ 2 ทุ่ม สิ้นสุดการแสดงตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ ส่วนเวทีการแสดงผู้ว่าจ้างจะนำถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร วางเป็นฐาน จากนั้นจะใช้ไม้เนื้อแข็งวางเป็นคานแล้วใช้ไม้กระดานปูทับเป็นแนวราบเพื่อเป็นเวทีสำหรับนักเต้นเท้าไฟ

เมื่อคณะรำวงมาถึงบริเวณงานจะนำเครื่องดนตรี เครื่องไฟ ระบบแสง สี เสียง ติดตั้งบนเวที ส่วนคณะนางรำทางเจ้าภาพจะเตรียมที่อาบน้ำแต่งตัวไว้ให้  หรือแต่งตัวบนรถคณะรำวง รวมทั้งข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงคณะรำวงก่อนทำการแสดง

ห้วงเวลาแห่งความสำราญจึงเริมขึ้น เมื่อเวทีพร้อม นักดนตรีพร้อม นางรำพร้อม แฟนรำวงมองไปบนเวทีด้วยหัวใจคึกคะนอง สายตาจดจ้องไปยังนางรำที่หมายปองบนเวที ดนตรีบรรเลงเพลงไหว้ครูของนางรำดังกระหึ่มทำเอาหัวใจไอ้หนุ่มบ้านทุ่งยิ่งคึกคะนองยิ่งนัก  จากนั้นจึงเป็นการโชว์วง จนถึงรอบฟรีเป็นการอุ่นเครื่อง ก่อนที่จะทำการขายบัตรตามปกติ  หรือมีรอบเหมาสำหรับบุคคลทั่วไป

บนเวทีรำวงอาจมีเรื่องทะเลาวิวาทเป็นเรื่องปกติ  นักเต้นบางกลุ่มก็อาจใช้เวทีรำวงเป็นสถานที่แก้แค้นคู่อริมาจากงาน       ในหมู่บ้านอื่น บางครั้งอาจถึงขั้นทำร้ายร่างกายหรือเสียชีวิต  แต่ส่วนใหญ่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ที่กว้างขวางในท้องถิ่น สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ นานทีจะมีนักเลงจากต่างถิ่นมาลูบคม 

วัฒนธรรมรำวงไทยมิได้มีเพียงการเต้นรำเพื่อความสนุกสนานของเหล่านักเต้นเท้าไปเท่านั้น แต่สำหรับผู้ชมด้านล่างเวทีถือเป็นความรื่นรมย์สำหรับการชมและรับฟังอรรถรสจากความบันเทิงจากเพลงลูกทุ่ง เพลงสากลที่ได้รับความนิยม  อีกทั้งการได้ชมลีลาของเหล่านักเต้นเท้าไฟที่วาดลวดลายบนเวทีก็คุ้มแล้ว

ดิสโก้เธค : กับการล่มสลายของรำวงไทย

หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 สหรัฐอเมริกายกฐานทัพออกจากประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบันเทิง ร้านอาหาร ไนท์คลับ บาร์ต่าง ๆ ในเมืองไทย  จึงทำให้เกิด  “ดิสโก้เธค” มาแทนที่  รวมทั้งมีการนำเวทีดิสโก้เธคไปแสดงในงานประจำปีหรืองานสวนสนุกทั่วไป ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการจ้างคณะรำวง การบริหารจัดการไม่ยุ่งยาก จึงทำให้ธุรกิจรำวงไทยเริ่มไม่ได้รับความนิยม

คณะรำวงจึงจำเป็นต้องยุบวงเหลือไว้เพียงตำนานความยิ่งใหญ่ในอดีต  นักร้องนักดนตรีก็ไปเล่นในวงหมอลำ วงดนตรี บางคนก็ทำธุรกิจร้านอาหาร  ห้องบันทึกเสียง เป็นนักดนตรีในห้องอัดส่วนกลางมีชื่อเสียงโด่งดังในยุคต่อมา เช่น หนุ่ม  ภูไท, บุญทอง โพธิ์สุภา จากรำวงคณะดอกฟ้าภูไทย จังหวัดกาฬสินธุ์, นิค นิรนาม จากคณะรำวงจันทร์เพ็ญ, สุริยะ ตะวันฉาย จากคณะรำวงลูกโพธิ์ไทรทอง จังหวัดนครพนม ก็นำนักร้องไทยไปแสดงในต่างประเทศ

                   

ด้านนางรำก็ผันตัวเองเป็นดาวเต้นในคณะหมอลำ คณะดนตรีลูกทุ่ง ส่วนหนึ่งก็กลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดมีครอบครัว ประกอบอาชีพตามอัตภาพ เหลือเพียงตำนานอันรุ่งเรืองของคณะรำวงอยู่ในความทรงจำ

จากยุครุ่งเรืองสู่การล่มสลายของรำวงไทย คือยุคสมัยของความเจริญทางวัฒนธรรมการแสดงของชาวบ้านทุ่ง โดยมีกลิ่นอายของวัฒนะรมตะวันตก  อย่างไรก็ตามวัฒนธรรม “รำวงไทย” ยังคงแฝงลึกอยู่ในวิถีชีวิตของสังคมตลอดมา ในงานจัดเลี้ยง สังสรรค์ของหน่วยงาน ชุมชน วัฒนธรรม “รำวง” ยังคงถูกนำมาใช้อย่างง่ายงามและเหมาะสม รวมทั้งวัฒนธรรม “รำวงการกุศล” ในงานบุญประจำปีของหมู่บ้านยังคงอยู่คู่กับชุมชนสังคมชนบทไทยตลอดมา

คืนวันอันแสนสุขที่บ้านทุ่งมิอาจหวลคืน เช่นเดียวกันกับ "คณะรำวง" ที่เหลือไว้เพียงตำนานแห่งความทรงจำ

ข้อมูล/ภาพ อ้างอิง

ทอมมี่ กึ่ม. อีสานบ้านเฮา : พลิกตำนานรำวงอีสาน.  คมชัดลึก วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2549.

 แวง พลังววรณ.  อีสานคดีชุด “ลูกทุ่งอีสาน” ประวัติศาสตร์อีสาน ตำนานเพลงลูกทุ่ง.  กรุงเทพฯ : เรือนปัญญา, 2545.                                                                                                                                     Dr. Kamala Tiyavanich. The Life Story of Luang Ta Chi. The Council of Thai Bhikkhus in U.S.A, 2548

http://www.esaanvoice.net                                                             http://thaihub.org                                        http://www.culture.go.th/knowledge/tfolksong                 http://www.oknation.net/blog/namsean                                                              http://www.oknation.net/blog/pissit

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net