วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

..6 ตุลาฯ..ขอให้ฉันมีความสุข..( เรื่องสั้นๆ )


กริ๊งๆๆๆๆๆ….

กริ๊งๆๆๆๆๆ….

.

.

เสียงโทรศัพท์ปลุกฉันให้ตื่นจากหลับใหล  ฉันไม่ได้มองนาฬิกาที่วางอยู่  แต่ฉันก้อพอที่จะเดาได้ว่านี่มันยังไม่สว่างเลย     

ฉันสัมผัสได้ถึงความเงียบ  ไร้ซึงสิ่งใดๆเคลื่อนไหว..

ฉันปวดหัวนิดๆตอนที่พยุงตัวให้ลุกขึ้น  อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของสายฝนที่กระหน่ำมาในช่วงหัวค่ำ

แต่ฉันก้อกินยาดักไว้แล้วนี่นา…   

แสงไฟจากถนนหน้าบ้านสาดผ่านช่องแสงมาบางๆ  ฉันเปรยตาดูนาฬิกาที่วางอยู่

เที่ยงคืนกว่า    อะไรกันนี่ !  ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง  

.

.

ฉันเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือมาดู  นี่ถ้าเป็นที่ทำงานหละก้ออย่าหวังว่าจะโทรกลับ  ฉันคิดในใจ

ช่างไม่รู้เวลาเสียจริง  หรือว่าไอ้เพื่อนบ้า ที่ป่านนี้ยังจะชวนไปดื่มอีก มันจะอะไรกันนักหนา…

.

..

“ แม่ ” หน้าจอโทรศัพท์บอกกับฉันอย่างนั้น 

ฉันเริ่มคิดไม่ค่อยดีนัก อาทิตย์ก่อนพ่อไม่ค่อยสบาย ต้องไปโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง แต่ก้อคงไม่เป็นไรมาก พี่สาวฉันบอกอย่างนั้น 

พ่อทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก กรำกร้านกับชีวิตชาวสวน  ถึงวันนี้พ่อก้อยังไม่อยู่นิ่ง จนบางครั้งลูกๆทนไม่ไหวต้องใช้วิธีออกคำสั่ง 

แต่พ่อก้อยังดื้อน่าดู….

หลายวันมานี้ฉันไม่ค่อยได้โทรกลับบ้านสักเท่าไหร่นัก งานที่มันรุมเร้าเข้ามาหาฉัน

มันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายอย่างที่คิดฉันพยายามปลอบใจตัวเองทุกๆครั้งที่มันเหนื่อยล้า   มันก้อคงเหมือนกับวังวนของคนทำงานอยู่ในเมืองหลวง 

การใช้ชีวิตแข่งกับเวลา   รีบเร่ง   เหนื่อยหน่ายต่อสิ่งรอบกาย  จนบางครั้งฉันไม่อยากมองอะไร หรือทำอะไรด้วยซ้ำ    

อยากให้ทุกอย่างว่างเปล่า …

ฉันอยากออกมาจากการใช้ชีวิตที่แก่งแย่ง  ออกมาใช้ชีวิตแบบชาวสวนเหมือนพ่อ  เรียบง่าย 

มีความสุขกับสิ่งที่เป็นไม่ต้องรบรากับใครๆ ไม่ต้องแข่งขัน.. 

อืมม์…ฉันต้องการอย่างนั้นจริงๆ

……

ฉันลุกมานั่งบนเตียงฉันนอนไม่หลับ ด้วยจิตใจที่ตื่นกลัว

เสียงเคาะระฆังบอกเวลาของ ยามในหมู่บ้านแว่วมาตามซอยย่อยๆ

……

กริ๊งๆๆๆๆ….

..

.

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง  ฉันไม่ปล่อยมันไปอีกแล้ว

“ ว่างัยครับแม่ ” ฉันถามแม่อย่างรวดเร็ว

แต่ก้อดูเหมือนไม่มีเสียงตอบรับจากสิ่งที่ฉันถามโดยทันที

“ แม่ ” ฉันเรียกกลับไปอีกครั้ง

“ มีความสุขในวันเกิดนะลูก ” เสียงแม่ผ่านโทรศัพท์

เสียงพ่อแว่วๆอยู่ข้างๆ พร้อมพี่สาว

ตอนนี้คนที่นิ่งเงียบไม่ใช่เป็นแม่แล้วหละ  แต่เป็นฉัน

ลองคิดความรู้สึกตอนนั้นบ้างไหม   ลองคิดซิ

น้ำตาของฉันเริ่มคลอเบ้า … 

อบอุ่น  อิ่มใจ   บอกไม่ถูกกับความรู้สึกนั้น

การเริ่มต้นของวัน  ที่  6 ตุลาคม  

มันช่างเป็นวันเวลาที่น่าจดจำ  น่ายินดี กับความสุขที่ฉันได้รับเสียจริง

“ ว่างัย ” เสียงแม่ถามฉัน

“ ขอบคุณครับแม่  ” ฉันตอบไปอย่างนั้น  กับความรู้สึกเขินอาย กำซาบ ทั่วร่ายกายของฉันในขณะนี้

ฉันไม่เคยได้รับอย่างนี้  นานมาแล้ว  ….

จำได้ว่าปีที่แล้วหรือมันอาจเกือบทุกๆปีที่ผ่านมา  ฉันเองด้วยซ้ำที่ลืม   ลืมวันเกิดของตัวเอง 

ไม่มีอะไรมากมายท่ามกลางความเหงานั้น

แม่เพียงจำได้ว่า ฉันเกิดเดือนนี้แต่ไม่แน่ใจว่าวันที่เท่าไหร่  แม่จำได้แค่เพียง ขึ้น 14 ค่ำ เดือนสิบ

ซึ่งมันคงไม่ตรงกับวันที่  6 หรอก ฉันบอกกับแม่   พร้อมกับเสียงหัวเราะ

“ ทำไมโทรมาป่านนี้หละแม่  ”

“ กำลังจะออกไปกรีดยาง ”  แม่บอก

แต่แม่ไม่ได้ออกไปหรอกนะ  พี่สาวออกไปโดยมีพ่อ ไปเป็นเพื่อน

ฉันจำบรรยากาศนั้นได้ดี  อากาศค่อนข้างเย็น  ฉันภาวนาทุกครั้งที่แม่ปลุกไปกรีดยาง  ให้มีฝนตกลงมาทีเถอะ

จะได้ไม่ต้องไปกรีดยาง  นั่นแหละเค้าเรียกว่า กลไกความขี้เกียจกำลังทำงานหละ.. 

ฉันคิดไปว่าในขณะนั้นหากเลือกได้   ทุกคนก้อคงอยากนอนอยู่ภายใต้ผ้าห่มที่อบอุ่น   แต่….

ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถทำได้     หากชีวิตเล็กๆอีกหลายชีวิตกำลังหลับใหลอยู่   

พี่สาวฉันมองไปยังเจ้าตัวเล็กบนที่นอน  ก่อนที่จะเดินออกไปกรีดยาง

“ ขอให้มีสุขภาพดี  มีความสุขนะลูก โชคดีในหลายๆอย่าง   ตอนเช้าแม่จะโทรไปใหม่นะ ”  แม่พูดย้ำอีกครั้ง 

ก่อนที่จะวางสายไป

ฉันยังคงนิ่งเงียบ  มองไปข้างนอกหน้าต่าง  

แสงสว่างบางๆสาดผ่านกระจกบานเล็กๆ

.ในความเงียบนั้น…

..

..

โมบายเรือสำเภาลำเล็ก ของขวัญชิ้นแรก   ที่ฉันแขวนไว้หน้าบ้าน  ส่งเสียงเบาๆเมื่อต้องลม

ฉันมองมันเคลื่อนไหวคล้ายว่ามันกำลังแล่นไปในผืนทะเลที่กว้างใหญ่

กับจุดหมายที่ไม่อาจกำหนดได้    ตามเกลียวคลื่นและสายลมที่พัดไหว…

..

..

รอยยิ้ม....ที่แสดงความรู้สึกนั้น มันชัดเจน  ชัดเจนจริงๆ

..

ฉันอบอุ่น  ฉันมีความสุข  แล้วฉันจะยังต้องการอะไรอีกหละ  

ฉันจะยังต้องการอะไรอีก….

………

.........................

      6 ตุลาคม 51

  ขอให้ตัวฉันมีความสุข..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย หนุ่มใต้ใจดี

 

กลับไปที่ www.oknation.net