วันที่ พุธ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธนาคารต้นไม้ ตอน1


ธนาคารต้นไม้

วาระแห่งชาติว่าด้วย “การปลูกต้นไม้ใช้หนี้”

 ภายใต้ยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเอง และความมั่นคง 

ด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา 

”คืนชีวิตให้แผ่นดิน ปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกร”

...

คณะทำงานธนาคารต้นไม้

 

นายจินดา  บุญจันทร์   

ผู้นำชุมชนแห่งชาติ  สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

...

  นายพงศา  ชูแนม 


หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ


ข้าราชการดีเด่นปี 2537


บุคคลดีเด่นด้านการอนุรักษ์


รางวัลลูกโลกสีเขียว ปี 2542

.

.

ร.ต.ไสว  แสงสว่าง 


ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ท่าชนะ


ผู้จัดการธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่


รางวัลลูกโลกสีเขียว ปี 2550


“วิถีพอเพียง  แบ่งปัน  ผูกพัน  คน  ดิน  น้ำ  ป่า”

.

แนวพระราชดำริที่มีต่อการอนุรักษ์และการปลูกป่า


 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างความตระหนักให้มีความรักป่าไม้

ให้ยืนยงโดยปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชาชนว่า

“เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน

แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง”

พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริสำหรับการปลูกป่า ดังนี้


1.  ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก คือ


        1) เลือกให้ได้ที่เหมาะสมแล้วก็ทิ้งป่านั้นไว้ตรงนั้น ไม่ต้องไปทำอะไร

เลย ป่าจะเจริญเติมโตขึ้นมาเป็นป่าสมบูรณ์โดยไม่ต้องปลูกเลย


        2) ไม่ไปรังแกป่าหรือตอแยต้นไม้ เพียงแต่คุ้มครองให้ขึ้นเองได้เท่านั้น


        3) ในสภาพป่าเต็งรังป่าเสื่อมโทรมไม่ต้องทำอะไร เพราะตอไม้จะ

แตกกิ่งออกมาอีกถึงแม้ต้นไม้ไม่สวยแต่ก็เป็นต้นไม้ใหญ่ได้


2. ปลูกป่าในที่สูง  ใช้ไม้จำพวกที่มีเมล็ดทั้งหลายปลูกบนยอกพื้นที่สูง

เมื่อโตแล้วออกฝัก  ออกเมล็ดก็จะลอยตกลงมาแล้วงอกเองในที่ต่ำต่อ

ไปเป็นการขยายพันธุ์โดยธรรมชาติ


3. ปลูกป่าต้นไม้ลำธารหรือปลูกป่าธรรมชาติ
        1)ปลูกไม้ที่มีอยู่เดิม คือ ศึกษาดูก่อนว่าพืชพันธุ์ไม้ดั้งเดิมมีอะไร

บ้างแล้วปลูกแซมตามรายการชนิดต้นไม้ที่ศึกษามาได้
        2)งดปลูกไม้ผิดแผกไปจากเดิม ไม่ควรน้ำไม้แปลกปลอมต่างพันธุ์

ต่างถิ่นเข้ามาปลูกโดยยังไม่ศึกษาอย่างแน่ชัดเสียก่อน


4. การปลูกทดแทน ในปี พ.ศ. 2543 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้เหลือเพียง

ร้อยละ 33.96 ของพื้นที่ทั้งประเทศหรือประมาณ 109 ล้านไร่เท่านั้น 

หากจะเพิ่มเนื้อที่ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศแล้ว คนไทยต้องช่วยกัน

ปลูกป่าถึง 19 ล้านไร จึงจะเพิ่มป่าไม้ได้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน

นโยบายการปลูกป่าแห่งชาติ พ.ศ. 2528

.

แนวพระราชดำริการปลูกป่าทดแทนตามแนวทฤษฎีการพัฒนาป่าไม้


วิธีการที่ได้พระราชทาน คือ


 1)  ปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมหรือพื้นที่ต้นน้ำลำธาร


 2)  ปลูกป่าทดแทนตามไหล่เขา ต้องปลูกต้นไม้หลาย ๆ ชนิดเพื่อใช้ประโยชน์

อเนกประสงค์


 3)  ปลูกป่าทดแทนบริเวณต้นน้ำบนยอดเขาและเนินสูง


 4)  ปลูกป่าที่ยอดเขาเพื่อลุ่มน้ำตอนล่าง


 5)  ปลูกป่าบริเวณอ่างเก็บน้ำ


 6)  ปลูกป่าเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำ


 7)  ปลูกป่าให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น


 8)  ปลูกป่าเสริมธรรมชาติเพื่อเพิ่มที่อยู่อาศัยแก่สัตว์


 9)  การปลูกป่า 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง พระองค์มีพระราชดำรัส ดังนี้

.
 “การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้

ให้ใช้วิธีปลูกไม้ 3 อย่าง แต่มีประโยชน์ 4 อย่าง

คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ

โดยปลูกรองรับการชลประทาน

ปลูกรับและปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้อย

โดยรับน้ำฝนอย่างเดียว ประโยชน์อ่างที่ 4 คือ

สามารถช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ”

.

ความเป็นมา


ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร

         หนี้สินอันเกิดจากภัยธรรมชาติและความผิดพลาดหรือล้มเหลวในการผลิต

ทางการเกษตร ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการที่ผ่านมาแก้ไขโดย


1. ขายที่ดินทำกินปลดหนี้


          - บุกรุกป่าหาที่ทำกินใหม่
          - อพยพเข้าในเมืองรับจ้างขายแรงงาน


2. เอาชีวิตเป็นเดิมพันปลดหนี้ด้วย
          - ประกันชีวิต
          - กองทุนฌาปนกิจ


3. ประท้วงเรียกร้องให้รัฐปลดหนี้

.

แนวคิดคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ



     1. ไม่ต้องขายที่ดินปลดหนี้


     2. หยุด! บุกรุกป่าแต่ปลูกป่า 3 อย่าง เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง


     3. ไม่ต้องอพยพไปรับจ้างแรงงานเป็นทางในระบบทุนนิยม


     4. ไม่ต้องตาย ปลดหนี้ จากเงินประกันหรือกองทุนฌาปนกิจ


     5. เลิกประท้องปลดหนี้แตะจะปลูกต้นไม้ใช้หนี้อยู่อย่างมีเกียรติ

มีศักดิ์ศรี ปลูกต้นไม้บนที่ดินทำกิจของตนเอง ที่ดินสาธารณประโยชน์

จากภูผาสู่มหานที จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ

.

.

...ปลูกต้นไม้ใช้หนี้  เป็นคำที่เข้าถึงใจของชาวบ้านพวกเขารับข่าวสาร

ไปแล้วรู้ได้ทันทีว่าจะทำอะไร ? และทำอย่าง ไร?

หากพวกเตาช่วยกัน 10 ล้านคน ปลูกต้นไม้คนละ 5 ไร่ 10 ไร่ 

เราก็จะได้ป่าไม้ทั่วประเทศเราสูญเสียไป 80-90 ล้านไร่คืนมา

ถึงครึ่งหนึ่ง นอกจากเราจะแก้ปัญหาหนี้สินได้แล้ว

ยังช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้อีกด้วย...”

คำกล่าวของ นายกรัฐมนตรี  พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์
กับตัวแทนอยู่นำชุมชนในคณะกรรมการผู้น้ำชุมชนแห่งชาติ
เมื่อวันที่  1  พฤษภาคม 2550 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

.

“คืนชีวิตให้แผ่นดิน ปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกร”

พิธีเปิดวาระแห่งชาติว่าด้วย  “การปลูกต้นไม้ใช้หนี้”

....


ภายใต้ยุทธศาสตร์การพึ่งตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย

พลังงาน อาหารและยา วันศุกร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2550

ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สาระสำคัญของวาระแห่งชาติว่าด้วย

“การปลูกต้นไม้ใช้หนี้”

ภายใต้ยุทธศาสตร์การพึ่งตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย

พลังงาน อาหารและยา คณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

 นโยบาย “ปลูกต้นไม้ใช้หนี้”  ภายใต้ยุทธศาสตร์การพึ่งตนเอง

และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหาร และยา

เป็นพัฒนาการต่อเนื่องจากประสบการณ์และองค์ความรู้

ในโครงการนำร่องตามแผนยุทธศาสตร์

การปลูกต้นไม้ใช้หนี้เพื่อแก้ปัญหาความยากจน

ของคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ที่มุ้งเน้นการฟื้นฟูความสมดุลให้กับระบบนิเวศ

และพัฒนาฐานทรัพยากรของชาติ มุ่งแก้ไขปัญหาโลกร้อน

และปัญหาหนี้สินของเกษตรกร และเป็นการวางรากฐาน

การพัฒนาเศรษฐกิจของชาติตามแนวปัญญาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ในระยะยาว โดยมีกิจกรรมรูปธรรม “ปลูกต้นไม้ใช้หนี้”

บนที่ดินทำกิจของตนเองเป็นกิจกรรมหลักที่สำคัญ

เป็น “หนี้” ที่มีความหมายสองนัย คือ หนี้ธรรมชาติหรือหนี้แผ่นดิน

และหนี้สินอันเกิดจากความผิดพลาดหรือล้มเหลว

ในการผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรที่เข้าร่วมทำกิจกรรม

.....

 นโยบาย “ปลูกต้นไม้ใช้หนี้” ภายใต้ยุทธศาสตร์การพึ่งตนเอง

และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหาร และยา

นำองค์ความรู้ในสังคมไทยมาใช้ในการขับเคลื่อนงาน 

2 กลุ่ม องค์ความรู้ คือแนวทางพระราชดำริ

“การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” 

ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและองค์ความรู้และประสบการณ์

ของโครงการนำร่องตามแผนยุทธศาสตร์การปลูกต้นไม้ใช้หนี้

เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ของ คณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี คือ “การปลูกพืช 7 กลุ่ม

ประโยชน์ 5 ประการ การปลูกพืช 7 กลุ่ม ประกอบด้วย

ไม้ชั้นต้น ไม้ชั้นกลาง ไม้ชั้นล่าง พืชหน้าดิน

พืชหัว พืชน้ำ และพืชเถา ที่มีประโยชน์ 5 ประการ คือ เป็นอาหาร

เป็นยา เป็นที่อยู่อาศัย พลังงานและการใช้สอย

เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศของชุมชน

และมีมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจ สร้างรายได้ทั้งรายเดือน รายปี

รายได้เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน และเป็นบำนาญชีวิตเมื่อถึงวัยชรา

มุ่งแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรอย่างยั่งยืน 

.

.

ปล. โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ

ชมรายละเอียดเรื่อง ธนาคารต้นไม้ เพิ่มเเติมได้ที่  http://treebank.multiply.com/

โดย คนปลูกต้นไม้

 

กลับไปที่ www.oknation.net