วันที่ พุธ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธนาคารต้นไม้ ตอน 2


..... ธนาคารต้นไม้  ตอน 2 .....

ยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยพลังงาน อาหาร และยา
เป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้น
 1.   การฟื้นฟูความสมดุลให้ระบบนิเวศ และพัฒนาฐานทรัพยากรธรรมชาติ
 2.   มุ่งแก้ไขปัญหาโลกร้อน และปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและ
 3.   วางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในระยะยาวมีกิจกรรรมรูปธรรม บนที่ดินทำกินของตนเองเป็นกิจกรรมหลัก เป็นหนี้ในความหมายสองนัยคือ หนี้ธรรมชาติหรือหนี้แผ่นดิน และหนี้สินอันเกิดจากความผิดพลาดหรือล้มเหลวในการผลิตทางการเกษตร

ยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา เป็นยุทธศาสตร์ที่ควบคุมเป้าหมาย 3 กลุ่ม 10 ประการ

เป้าหมายเพื่อการปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกร
 1.  แก้ไขปัญหาพื้นฐานเรื่อง หนี้สิน ของเกษตรกรโดย 3 มาตรการสำคัญคือ
 มาตรการการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์หนี้สินของเกษตรกร และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะหนี้สินซึ่งแตกต่างกันไปในเกษตรกรแต่ละราย/กลุ่มตามเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
 มาตรการการปรับปรุงโครงสร้าง และมาตรการอื่นในระยะที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมยุทธศาสตร์มีช่วงเวลาในการปรับเปลี่ยนวิธีการในการผลิต แบบแผนการดำเนินชีวิต
 มาตรการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินคุณค่าทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปลูกป่า และมูลค่าทางเศรษฐกิจสัมพันธ์กับการจักการหนี้ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ
 2.   ขยายผลการดำเนินงานของโครงการนำร่องตามยุทธศาสตร์การปลูกต้นไม้ใช้หนี้เพื่อแก้ไขความยากจน
 3.   ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกร 10ล้านคน/ครอบครัว ปลูกต้นไม้บนที่ดินทำกินของตนเอง 4-5 ไร่ต่อครอบครัว จะช่วยให้ประเทศฟื้นคืนป่าได้ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าไม้ที่สูญหายไปตลอดช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมาภายในระยะเวลา 5 ปี (2550-2554)

เป้าหมายทางด้านเศรษฐกิจ
 1.  ความหลากหลายของผลผลิตจากผืนดิน มีอาหาร มียา มีสร้างบ้านเรือน มีพืชพลังงานมีส่วนเกินขายเป็นรายได้ประจำวัน รายเดือน รายปี รายได้ เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินและมีต้นไม้ เป็นบำนาญชีวิตเมื่อถึงวัยชรา ช่วยให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้ในเชิงเศรษฐกิจตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 2.  เกษตรการสามารถนำรายได้ดังกล่าวไปปลดเปลื้องหนี้สินที่มีอยู่กับสถาบันทางการเงินทั้งในระบบและนอกระบบ
 3.  ประเทศชาติปละประชาชนได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากข้อตกลง “คาร์บอนเครดิต” ในทางสากล
 4.  สร้างฐานทรัพยากรในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในระยะยาว เป็นทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับกานผลิตอาหาร(เพื่อสุขภาพ) ยา(ยาสมุนไพร)พลังงาน(จากพืช) และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากป่าไม้

เป้าหมายด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 1.  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเกษตรกรรม โดยการสร้าง ฐานทรัพยากรป่าไม้บนที่ดินทำกิจของเกษตรกรอันจะส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพบนที่ดินทำกินและการฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศน์ในชุมชนท้องถิ่น
 2.  เพิ่มปริมาณต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของชาติ อันเป็นฐานทรัพยากรสำคัญการพัฒนาที่สอดคล้องกับศักยภาพของชาติ ในระยะยาว
 3.  ลดปัญหาภาวะโลกร้อน ภัยแล้ง และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

คำถามจากเวทีปลูกต้นไม้ในใจคน
 1.  ไม่เป็นหนี้ปลูกต้นไม้ได้หรือไม่ ?
 2.   ไม่เป็นลูกค้าธนาคารปลูกต้นไม้ได้ไม่ ?
 3.   ไม่เป็นเกษตรกร ปลูกต้นไม้ได้หรือไม่ ?
 4.   ปลูกอย่างน้อยคนละกี่ต้น ?
 5.   ปลูกแล้วขายใคร ?
 6.   ปลูกแล้วตัวได้หรือไม่ ?
 7.   ที่ดินถือครองปลูกต้นไม้ได้หรือไม่ ?
 8.   ปลูกต้นไม้แล้วประเมินค่าอย่างไร ?
 9.   ควรปลูกต้นไม้อะไร ? บ้าง กล้าไม้จะหาที่ไหน ? ฯ ลฯ

บทสรุปจากเวทีเครือข่ายลุ่มน้ำหลังสวน
 เพื่อตอบโจทก์ทุกข้อ คำถามทุกคำถาม ตลอดจนขยายข้อจำกัดโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้เป็น “ธนาคารต้นไม้(TREE BANK)” ขับเคลื่อนการพัฒนาตามนโยบาย “ปลูกต้นไม้ใช้หนี้” โดยการสร้างการเรียนรู้ตามกลยุทธ์ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ของการพัฒนาตามกลยุทธ์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติฉบับที่ 8-10 ที่เน้นการพัฒนา “คน” เป็นศูนย์กลาง” โดยกระบวนการที่ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นหลัก อีกฝ่ายหนึ่งมามีส่วนร่วม แต่เป็นกระบวนการที่มีข้อมูล  ข่าวสารและความรู้เป็นฐานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาศึกษาวิเคราะห์สังเคราะห์ร่วมกัน จนเกิดทางเลือกในการปฏิบัติและการพัฒนาครอบครัวและชุมชน เรียกว่าเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาด้วย “กระบวนการเรียนรู้”หรือ”กระบวนการทางปัญหา”และเรียกการพัฒนาโดยกระบวนการเรียนรู้นี้ว่า “การพัฒนาบนฐานความรู้”(knowledge based development)

ธนาคารต้นไม้คืออะไร
 ธนาคารต้นไม้ คือ องค์กรภาคประชาชนที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการปลูก รับฝากต้นไม้และสร้างมูลค่าต้นไม้ ให้เป็นเงินหรือทรัพย์ประกอบไปด้วย ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ และธนาคารต้นไม้สำนักงานสาขา

ธนาคารต้นไม้ มีความเป็นมาอย่างไร
 ธนาคารต้นไม้ เกิดจากแนวคิดการสร้างความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้กับประชาชนทุกคนที่ปลูกต้นไม้ โดยการใช้ต้นไม้เป็นทรัพย์สินและเกิดจากยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความยากจนภายใต้แนวทางปลูกต้นไม้ใ
ช้หนี้

แนวคิดธนาคารต้นไม้
 1.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดที่จะให้ภาคประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรปลูกต้นไม้เศรษฐกิจในที่ดินทำกินของตนเองแล้วสร้างมูลค่าต้นไม้ เป็นทรัพย์สิน เป็นเงินเพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าวไปเป็นทุนหรือชำระหนี้ธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นนิติบุคคลคลอกจนการใช้มูลค่าไม้เป็นหลักทรัพย์หรือหลักประกันต่าง ๆที่จะต้องทำระหว่างรัฐกับประชาชน
 2.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดให้ชุมชนปลูกต้นไม้ในที่ดินส่วนรวม เพื่อสร้างมูลค่าเป็นทรัพย์สินของชุมชนส่วนรวม
 3.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดิน และมุ่งแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยแนวคิดสร้างโลกหลายใบบนโลกใบเดียว
 4.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดให้เกษตรกรกักแผ่นดินทำกินและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดินตลอดจนป้องกันการซื้อขายที่ดิน
 5.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการรับรองสิทธิต้นไม้ที่ปลูกและรับรองสิทธิในที่ดินที่ประชาชนได้ปลูกต้นไม้
 6.   ธนาคารค้นไม้ มีแนวทางสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ สร้างเครือข่าย กลุ่มคนที่ปลูกต้นไม้
 7.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการสร้างความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
 8.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดการดำรงวิถีการเกษตรที่มุ่งเอาภูมิปัญญาชาติพันธุ์ไทยทำการเกษตรให้เกิดความหลากหลายในพื้นที่ และสร้างสมดุลแก่ระบบนิเวศ

หลักการธนาคารต้นไม้
 -   หลักการที่  1  ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ณ ที่ใด ประชาชนมีสิทธิในการเป็นเจ้าของ
 -   หลักการที่  2  ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ณ ที่ใด ประชาชนย่อมมีสิทธิดูแลรักษาคิดมูลค่าเพื่อใช้สอยเป็นพลังงาน อาหารและยา ตลอดจนตัวขายเป็นสินค้า
 -   หลักการที่  3  ผืนแผ่นดินที่ประชาชนปลูกต้นไม้ ประชาชนย่อมได้รับการรับรองสิทธิทั้งต้นไม้และที่ดินให้เป็นของประชาชน
 -  หลักการที่  4  ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ย่อเป็นทรัพย์ของประชาชนและต้นไม้ทุกต้อนย่อมมีมูลค่า
 -  หลักการที่  5  ต้นไม้ทุกต้นที่ประชาชนปลูกย่อมสร้างสีเขียวให้แผ่นดิน และ ความสมดุลให้กับระบบนิเวศ ตลอดจนแก้ปัญหาโลกร้อนได้โดยดุษฎี

ผลที่พึงได้รับจากธนาคารต้นไม้
 1.  ธนาคารต้นไม้สารถรับรองสิทธิแก่ต้นไม้และสร้างทรัพย์สินแก่สมาชิก
 2.  เกิดการแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้ประชาชนสามารถรักษาที่ดินทำกินไว้ได้
 3.  ลดภาระการปลูกป่าภาครัฐมาเป็นการส่งเสริมภาคประชาชน
 4.  แก้ปัญหาหนี้สูญและการเรียกร้องให้ปลดหนี้ด้วยวิธีการเรียกร้อง
 5.  สร้างสมดุลให้แก่พื้นที่
 6.  เพิ่มปริมาณต้นไม้ขึ้นในประเทศและโลก เพื่อแก้วปัญหาโลกร้อนกับวิธีคิดสร้างโลก 5 ใบในโลกใบเดียว
 7.  สร้างเครือข่ายภาคประชาชนกับรัฐและธนาคาร
 8.  กระบวนการรักษาพันธุกรรมพืช
 9.  ลดการนำเข้าไม้จากต่างประเทศ
 10.  สร้างกระบวนการออกโดยใช้ต้นไม้เป็นทรัพย์
 11.  สร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตในระยะยาว เกิดกระบวนการพออยู่ พอกิน พอใช้ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นไปตามพระราชดำริ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
 12.  เพิ่มพื้นที่ป่าจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรให้ใกล้เคียงกับป่า

 หลักการและเหตุผล
 ธนาคารต้นไม้ (TREE BANK)
เป็นพัฒนาการเนินงานต่อเนื่องจากประสบการณ์และองค์ความรู้ในโครงการนำร่องตามแผนยุทธศาสตร์ การปลูกต้อนไม้ใช้หนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักอำนวยการคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ตามนโยบาย “การปลูกต้นไม้ใช้หนี้” ภายใต้ยุทธศาสตร์การพึ่งตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยพลังงาน อาหารและยา มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาโลกร้อนและปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและเป็นการวางรากฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจของชาติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระยะยาว โดยมีกิจกรรมรูปธรรม คือ “ปลูกต้นไม้ใช้หนี้” บนที่ดินทำกินของตนเองเป็นกิจกรรมหลักและปลูกต้นไม้สาธารณะและป่าชายเลนเป็นกิจกรรมรองที่สำคัญเป็น “หนี้” ที่มีความหมายสองนัย คือ หนี้ธรรมชาติหรือหนี้แผ่นดิน และหนี้สินอันเกิดจากความผิดพลาดหรือความล้มเหลวในการผลิตทางการเกษตรกรที่เข้าร่วมทำกิจกรรม
 จากพิธีเปิดวาระแห่งชาติว่าด้วยการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ การพึ่งตนเองและความมั่งคงด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2550 ณ ตึกสันติไมตรีธรรมเนียบรัฐบาล เป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรที่ได้ร่วมรับฟังในที่นั้นเกิดความรู้ความเข้าใจ และหวังที่จะดำเนินกิจกรรมในโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ เพื่อที่จะเรียนรู้ในการจักการการสร้างเครือข่ายและสร้างระบบการจัดการทรัพยากรชุมชนร่วมกันให้สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับครอบครัว ชุมชนเครือข่าย นอกจากนี้การปลูกต้นไม้ใช้หนี้ยังเป็นการลดปัญหาความยากจน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายมีกินมีใช้พอเพียงตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถที่จัดการหนี้สินของเกษตรกรได้ในระยะยาวและนำไปสู่การจัดระบบสวัสดิการชุมชนให้กับตนเองและผู้ที่ด้อยโอกาสในชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสิ่งที่สำคัญเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของชุมชนของประเทศ ของโลกนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์เพื่อแก้ไขภาวะปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน

วัตถุประสงค์โครงการ
 1.  เพื่อเกิดความมั่งคงทางด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา โดยการปลูกต้นไม้ในระดับครอบครัว สมาชิกและเครือข่าย
 2.  เพื่อฟื้นฟูความสมดุลระบบนิเวศน์และพัฒนาฐานทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 3.  เพื่อให้สมาชิกเครือข่ายสามารถใช้ชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนของครอบครัวและชุมชน
 4.  เพื่อเฉลิมฉลองพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระชนมายุ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550
 5.  เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้การจักการพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นของพืช 7 กลุ่ม 5 ประโยชน์
 6.  เพื่อให้สมาชิกลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มีเศรษฐกิจที่ดีอย่างยั่งยืน และพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็ง

รายละเอียด วิธีการ ขั้นตอนการดำเนินการตามโครงการ
 1.  ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีตัวแทนจากธนาคารต้นไม้สาขา ๆ ละ 2 คนเป็นคณะกรรมการธนาคารต้นไม้ ตั้งอยู่ 84   ถ.เอเชีย 41   สี่แยกเขาหลาง   ม. 6   อ.ละแม จ.ชุมพร 86170 โทรศัพท์ 077-549246-4  มือถือ 081-8912334  มีนายจินดา   บุญจันทร์ เป็นประทานคณะกรรมการ ว่าที่ ร.ต.ไสว  แสงสว่าง เป็นผู้จัดการธนาคารต้นไม้ และนายพงศา  ชูแนม   เป็นรองผู้จัดการนาคาร้นไม้
 2.  ธนาคารต้นไม้สาขา   เป็นการรวบรวมสมาชิกที่มีความสมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ มีที่มาจากการรวมกลุ่มระดับชุมชน/หมู่บ้าน ในพื้นที่หมู่บ้าน/ตำบล/พื้นที่ใกล้เคียงกัน ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาละ 9-15 คน เป็นคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้สาขา
 3.  ระบบการจัดการของธนาคารต้นไม้ มี 2 ระดับ คือ
 3.1  ธนาคารต้นไม้สาขา  มีระบบการจัดการ คือ
  3.1.1  กองทุนพันธุ์ไม้  มีบทบาท ดังนี้
 1)  ดำเนินการจัดหาปัจจัยสำคัญ 3 อย่าง คือ ถุงเพาะชำกล้าไม้ , เมล็ดพันธุ์ไม้และต้นกล้าไม้
 2)  กองทุนพันธุ์ไม้ ให้สมาชิกแต่ละคนเบิกถุงเพาะขำไปทำกิจกรรมเพาะชำกล้าไม้ในครัวเรือนของตนเองโดยมีหลักการการจัดการทีชัดเจน เช่น เบิกถุงไป 100 ถุง ต้องคืนกล้าไม้ 20 ถุง
 3)  กองทุนพันธุ์ไม้ จำทำทะเบียนประเภทพันธุ์ไม้และจำนวนที่สมาชิกเป็นทะเบียนกล้าไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา
  3.1.2  เรือนเพาะชำกล้าไม้  เป็นระบบการจัดการไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา เพื่อรองรับการจัดการกล้าไม้ที่สมาชิกคืนให้กับกองทุนพันธุ์ไม้ ตามอัตราที่ธนาคารต้นไม้สาขากำหนดพร้อมส่งเสริมให้มีการเพาะชำกล้าไม้เพื่อ แจก-แลก – ขาย เรือนเพาะชำ มีบทบาทสำคัญ   ดังนี้
 1)  ดูแลทะเบียนกล้าไม้ของสมาชิกและทะเบียนกล้าไม้ของกองทุนพันธุ์ไม้และทะเบียนกล้าไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา
 2)  สนับสนุนกล้าไม้ ให้สมาชิก (ที่ไม่เบิกถุงเพาะชำไปชำกล้าไม้เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านใดด้านหนึ่ง) ไปปลูกในที่ดินของตนเองคนละ 80 ต้น อย่างน้อย 9 ต้น
 3)  สนับสนุนกล้าไม้สำหรับการปลูกในพื้นที่สาธารณะของชุมชน
 4)  จำหน่ายกล้าไม้สร้างรายได้ให้กับกองทุนพันธุ์ไม้เพื่อให้มีเงินทุนขยายกิจกรรมการเพาะกล้าไม้และการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ในปี (รุ่น) ต่อไป หรือนำมาจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้สมาชิก ฯลฯ
 5) รับฝากขายกล้าไม้ส่วนเกินของสมาชิกโดยมีค่าจัดการตามอัตราที่ธนาคารต้นไม้กำหนด
 6)  ดำเนินการจัดหาปัจจัยวัสดุโรงเรือนเพาะชำ,ดิน,ปุ๋ยอินทรีย์,วัสดุการเกษตร,ระบบน้ำอุปกรณ์การเพาะชำ ฯลฯ
 7)  ขอรับกล้าไม้จากส่วนงานที่เพาะชำกล้าไม้แจก
 8)  เพาะชำกล้าไม้เพื่อแจก-แลก-ขายให้กับสมาชิกหรือบุคคลโดยทั่วไปในราคาที่ธนาคารค้นไม้กำหนด


       3.1.3 การบริหารจัดการ
   ธนาคารต้นไม้สาขามีสมาชิกอย่างน้อย 50 คน ดำเนินงานโดยคณะกรรมการสาขาละ 9-15 คน ดำรงตำแหน่งอย่าง ๆ มีบทบาทสำคัญ ดังนี้
   1)  จัดเวทีประชุมหลักสูตร “ปลูกต้นไม้ในใจคน” ภายใต้ศูนย์เรียนรู้ “ตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการปลูกต้นไม้ใช้หนี้”
   2)  ส่งตัวแทนคณะกรรมการดำรงตำแหน่งธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ ตลอกจนเข้าร่วมกิจกรรมของธนาคารต้นไม้สาขาต่าง ๆ
   3)  เสนอข้อบังคับ ระเบียบ ขั้นตอนการดำเนินงานต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกลงมติเห็นชอบถือให้บริหารจัดการ

   4)  จัดให้มีสวัสดิการ ค่าตอบแทนให้กับสมาชิกและคณะกรรมการตามสมควร
   5)  จัดทำฐานข้อมูลสมาชิกและพันธุ์ไม้
   6)  จัดทำแบบประเมินมูลค่าไม้ตลอดจนแผนที่ GIS
       3.1.4 สมาชิกธนาคารต้นไม้  แต่ละสาขาต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คน อยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนและพื้นทำกิน ติดต่อใกล้เคียงกัน
   1)  สมาชิกต้องสมัครใจเข้าเป็นสมาชิกโดยจัดทำใบสมัครเป็นสมาชิกจะเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์เมื่อผ่านการเรียนรู้ตามหลักสูตรการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ตามนโยบายของรัฐบาลจากศูนย์เรียนรู้ของชุมชนที่ได้รับมอบหมายจาก (คณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี วิทยาการหลัก 3 ท่าน คือ นายจินดา  บุญจันทร์ , ว่าที่ ร.ต. ไสว แสงสว่าง และ นายพงศา   ชูแนม)
   2)  สมาชิกต้องเข้าร่วมทำกิจกรรมของธนาคารต้นไม้ตามหลักเกณฑ์ของการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ทั้งการเพาะกล้าไม้ การปลูกต้นไม้บนที่กินทำกินของตนเอง (อย่างน้อยคนละ 9 ต้น) และกิจการอื่น ๆ ตามแนวปฏิบัติของนโยบายและแนวทางที่ธนาคารต้นไม้กำหนด
   3)  สมาชิกสามาถนำกล้าไม้ส่วนเกินจากการเพาะปลูกบนที่ดินทำกินของตนเอง ฝากเรือนเพาะชำของธนาคารต้นไม้สาขา  เพื่อแลกหรือจำหน่ายตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้นไม้กำหนด


 3.2 ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่  มีระบบการจัดการ คือ
         3.2.1 จัดเวที “ปลูกต้นไม้ในใจคน” ให้กับสมาชิกธนาคารต้นไม้สาขา
       3.2.2 ขยายเครือข่ายธนาคารต้นไม้สาขา/สมาชิกธนาคารต้นไม้
       3.2.3 ประชาสัมพันธ์โครงการให้รู้จักแพร่หลาย
  3.2.4.จัดประชุมคณะกรรมการธนาคารต้นไม้และประเมินมูลค่าไม้
  3.2.5 ขอรับสนับสนุนงบประมาณจากส่วนราชการและเอกชน
  3.2.6 จัดให้มีการอบรมสัมมนา ศึกษาดูงานให้แก่สมาชิก
  3.2.7 ขอรับสนับสนุนกล้าไม้ให้แก่สมาชิกและธนาคารต้นไม้สาขา
  3.2.8 จัดกิจกรรมปลูกป่าชุมชน ป่าชายเลน หรือที่ดินสาธารณะประโยชน์  เช่น วัด  โรงเรียน  ริมถนน ฯลฯ
   3.2.9 ประสานงานและเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ฯลฯ
   3.2.10 ตรวจเยี่ยมธนาคารต้นไม้สาขาและสมาชิก
   3.2.11 ตามงานผลการดำเนินให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


ชมรายละเอียดเรื่อง ธนาคารต้นไม้ เพิ่มเเติมได้ที่
http://treebank.multiply.com/

โดย คนปลูกต้นไม้

 

กลับไปที่ www.oknation.net