วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความในใจของคนไทยที่รักชาติ ผ่านความรู้สึกที่สุดยอดของ พี่โจ นูโว....


โจ นูโว” ทนไม่ไหวตำรวจทำร้ายประชาชน แฉเป็นการทำข้อเสนอ (Proposal) ประกอบการลี้ภัยของใครบางคน เผยมีการให้เงินกระจายไปทุกจุด ลั่นรู้ดี ใครชั่ว ใครเลว เรียกร้องรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ
       
       
หลังจากเกิดเหตุการณ์ตำรวจบุกสลายม็อบด้วยความรุนแรจนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่าน ทำให้หลายๆ ฝ่ายทนไม่ไหวต้องออกมาประณามการกระทำดังกล่าว “โจ นูโว” จิรายุส วรรธนะสิน ก็เป็นหนึ่งในศิลปินที่ไปร่วมลงนามไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วก็ยังแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า "เป็นการทำข้อเสนอ (Proposal) ประกอบการลี้ภัยของใครบางคน ลั่นรู้ดีว่า ใครดี ใครชั่ว !"
       
       “ตอนนี้มันถึงจุดที่แบบมีการแตกแยกกันอย่างรุนแรงมากประเทศชาติแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แม้แต่คนในครอบครัวเดียวกันทุกคนก็ทะเลาะกัน คนร่วมงานกันก็ทะเลาะกันเพียงเพราะเรื่องของคนๆ เดียว กับเงิน กับผลประโยชน์อะไรแบบนี้ คือผมอยู่มาตลอด ผมเกิดพ.ศ.2510 ปี 2519 ผมดูทีวีก็เห็นนักศึกษาถูกให้ถอดยกทรงหมอบอยู่ในสนาม ผมก็ถามพ่อว่านี่อะไร พ่อก็บอกอ๋อวันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนลูก”
       
       “จนกระทั่งพฤษภาทมิฬผมก็เห็นก็รู้ตลอดว่าอะไรคืออะไร จนถึงตอนนี้มันกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เป็นจุดที่แบบทุกคนอึดอัดหมด มันแบ่งเป็นหลายๆ กลุ่ม บางคนก็ได้ผลประโยชน์ไปแล้ว บางคนไม่ได้ก็อยู่เฉยๆ ก็ต้องขอบคุณกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยเพราะข้อมูลเขาดี บางคนไม่ได้ติดตามแต่พอฟังข้อมูลก็ทำให้ฉลาดขึ้น พอคนฉลาดขึ้นคิดขึ้นเป็นเรื่องดีนะครับแต่ก็คงต้องใช้เวลา”
       
       “เรื่องการทะเลาะกันสำหรับผมรู้สึกเฉยๆ อยู่แล้วเพราะผมเห็นการขัดแย้งมาโดยตลอด เหมือนพ่อกับลูกทะเลาะกันเดี๋ยวก็ต้องรักกันเพราะเป็นพ่อกับลูก พ่อหยิบไม้เรียวออกมาตีลูกเดี๋ยวก็ดีกัน แต่ถ้าพ่อเริ่มหยิบระเบิดมาขว้างใส่ลูกมันไม่ใช่ไง ผมรู้สึกว่า...โอ้โห ผมไม่ชอบการใช้ความรุนแรงกับประชาชน”
       
       “ส่วนเรื่องการยุบสภาควรจะเลือกตั้งใหม่ อันนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะไปหยิบยื่นอะไรได้ แต่ถ้าจะถามว่า ถ้าจะให้ยุบสภาทำรัฐธรรมนูญใหม่มันก็น่าจะเป็นทางออกอย่างหนึ่ง แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคนเก่าๆ ความน้ำเน่ามันยังจะกลับมาอีกหรือเปล่า ซึ่งปัญหามันอยู่ตรงนั้น ถ้าผมมีโอกาสก็อยากจะบอกว่า พอเถอะคร้าบ(ลากเสียงยาว) อยู่บ้านเถอะ เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานเถอะ ปล่อยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานกันบ้างก็น่าจะดีขึ้น”
       
       คนเก่า เรื่องเน่าๆ จะกลับมาอีกหรือเปล่าเป็นเรื่องที่เกินจะคาดเดา แต่ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และการที่ตำรวจออกมาแถลงการณ์ว่า ใช้แค่แก๊สน้ำตาในการสลายการชุมนุม เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยังกังขา ในฐานะที่บุคคลสาธารณะที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเหยื่อทมิฬที่โรงพยาบาล “โจ นูโว” ยืนยันว่าแก๊สน้ำตาไม่น่าทำให้คนขาขาดได้
       
       “การที่ผมไปเยี่ยมคนไทยที่บาดเจ็บจากการเข้าไปสลายม็อบที่โรงพยาบาลวชิระ ผมเข้าไปดูแผล ดูจากตาเปล่าและการได้สัมผัส ผมรู้สึกว่า มันไม่น่าจะเป็นแผลที่มาจากแก๊สน้ำตา น่าจะเป็นแผลที่มาจากอะไรที่เป็นสะเก็ดออกมา ถ้าตำรวจไม่ได้ขว้างก็คงอาจจะมีใครซุ่มขว้างอยู่ที่อื่น หรือรอจังหวะขว้าง แต่ผมมองดูแล้วไม่ใช่แก๊สน้ำตาที่จะทำให้คนขาขาดได้”
       
       ส่วนเรื่องที่ตำรวจบอกว่า “ระเบิดเป็นของพันธมิตร” นักร้องชื่อดังบอกว่า...
       “ในความเห็นของผม ผมคิดว่าถ้าใครพกระเบิดไป ก็คงขว้างออกไปแหละครับ คงไม่มีใครเก็บไว้กับตัวเอง อีกอย่างหนึ่งก็อย่าลืมว่าเราก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่รอทำให้มันรุนแรงขึ้น คือผมมองแล้ว ผมคิดว่ามันเหมือนการทำข้อเสนอมันคือการทำข้อเสนอประกอบการขอลี้ภัยมากกว่า ดูแล้วมันแบบ...มันเหมือนเป็นการทำข้อเสนอ (Proposal) ไปขอสปอนเซอร์ เราก็ต้องทำให้โครงการเราน่าเชื่อถือที่สุด การที่จะไปผลักดันให้ม็อบผลักไปโดยดีโดยการเอาโล่ดันๆ ก็ได้ เอาตะบองตีก็ได้แต่ไม่ใช่ ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ขนาดนี้ ตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยสบายซักเท่าไหร่”
       
       สรุปคิดว่าเป็นการจงใจให้เกิดความรุนแรง เพราะ “ทักษิณ ชินวัตร” พึ่งยื่นขอลี้ภัยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
       
“เรื่องนั้นผมไม่รู้ครับ แต่ผมมองว่ามันเหมือนการทำ Proposal ซึ่งการทำ Proposal นั้นมันแลกด้วยเลือด มันก็ไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่”

ขอน้อยขอคาราวะหัวจิตหัวใจครับ...........

ที่มา http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000121028

โดย Gacia

 

กลับไปที่ www.oknation.net