วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

:: อาลัยปู่เย็น... เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชร ::


 

 

ภาพของชายชรารูปร่างผอมบาง นั่งอยู่บริเวณส่วนหัวของเรือลำน้อยซึ่งจอดสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของสะพานลำไย 


เป็นภาพที่คุ้นตาของใครหลายคน ไม่แต่เฉพาะคนในจังหวัดเพชรบุรีเท่านั้น

ผมคิดว่าคนในจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทย ก็คงคุ้นชินกับภาพนี้

ทั้งจากรายการโทรทัศน์ จากหนังสือพิมพ์  และสื่อประเภทต่างๆ ที่ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของชายชราผู้อาศัยอยู่ในเรือท่านนี้

จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ


ผมเชื่อว่าเกือบทุกคนต้องเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือได้รับรู้เรื่องราวของชายชราผู้นี้มาบ้างไม่มากก็น้อย

 


นายเย็น  แก้วมะณี ชื่อนี้อาจไม่เป็นที่คุ้นหูสำหรับบางคน

แต่ถ้าบอกว่าชื่อนี้คือชื่อ และนามสกุลจริงของ

ปู่เย็น แห่งเมืองเพชรบุรี หลายคนคงร้องอ๋อทันที...


ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง "ปู่เย็น เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี"

ผู้ซึ่งช่วยจุดประกายการฟื้นฟูสภาพอันย่ำแย่ของแม่น้ำเพชรบุรี ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น

และยังนำมาซึ่งการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเพชรบุรี ในวันนี้อีกด้วย


ผมคงขอที่จะไม่กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของปู่เย็น รวมทั้งเรื่องราวการดำเนินชีวิตของแกในที่นี้

เนื่องจากว่าหลายๆ ท่าน รับรู้เรื่องราวกันมาอย่างละเอียดแล้วจากสื่อต่างๆ (อาจจะรู้ลึกยิ่งกว่าผมก็เป็นได้)

แต่สิ่งที่ผมจะเล่าให้ฟังนี้ คือเรื่องราวที่ได้จากการได้ไปพบและพูดคุยกับปู่เย็น เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา

ซึ่งผมว่ามีอะไรหลายอย่างให้ขบคิด และมีประโยชน์ค่อนข้างมากสำหรับผม จึงอยากจะแบ่งปันให้กับทุกท่าน

เผื่อว่าจะมีข้อคิดดีๆ สำหรับใช้ในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ




"สวัสดีครับปู่ ปู่กินอะไรอยู่"

เสียงตะโกนของผม ทำให้ปู่เย็นยุติการกินอาหารกลางวันของแกลง พร้อมทั้งหันหน้ามองมายังที่มาของเสียง   

ผมเห็นแกเทก๋วยเตี๋ยวในชามสังกะสีที่ยังกินเหลืออยู่อีกเกือบครึ่งหนึ่งทิ้ง แล้วก้มลงล้างชามตรงข้างลำเรือนั่นเอง

"อ้าว ปู่อิ่มแล้วเหรอ ทำไมไม่กินให้เสร็จก่อนล่ะ หนูรอได้"

เจ๊ต๋อยเอ่ยถามด้วยสีหน้าแปลกใจ หลังจากปู่เย็นเก็บชามที่ล้างแล้วไว้ในเรือ

"ไม่เป็นไรหรอก กินเมื่อไหร่ก็กินได้ ผมอยู่ตรงนี้ทั้งวัน แต่คนที่มาเยี่ยมผม เขาไม่มีเวลาอยู่กับผมทั้งวันหรอก

เดี๋ยวเขาก็ไปกันแล้ว มีธุระต้องไปทำอีก บางคนต้องเดินทางไปอีกไกล ผมต้องเห็นใจเขา..."

เป็นไงครับ คำตอบของคนอายุ 108 ปี เล่นเอาทั้งผมและเจ๊ต๋อยอึ้งกันไปพักใหญ่เลย



หลังจากนั้นเราก็นั่งคุยกับปู่ด้วยเรื่องสัพเพเหระ เรื่องสุขภาพ และความเป็นอยู่ของแก

ทำให้เราได้รู้ว่าปู่ไม่ได้หาปลาไปขายเหมือนก่อนนี้แล้ว

"ปลามีน้อย ปลาที่หาได้ตัวไม่โต ผมไม่เอาขายหรอก ไม่พอให้เขาแกง เอาไว้กินเองดีกว่า"



นอกจากรู้ว่าแกไม่ได้หาปลามาขายแลเว  เรายังได้รู้อีกว่าปู่โดนขโมยเงิน 

ใช่แล้วครับ ปู่เย็นโดนขโมยขึ้นเรือ...!!
 
แกบอกว่ามีเด็กวัยรุ่น 2 คน เข้ามารื้อของในเรือขณะที่แกกำลังหลับ แล้วขโมยเอาเงินที่แกเก็บไว้ไปหมดเกลี้ยง

(เงินซึ่งได้จากผู้คนที่มาเยี่ยม มาหาแกได้ให้ไว้ใช้)
 
เลวจริงๆ ไอ้พวกนี้...!! (งานนี้ปู่ไม่ได้บอกตำรวจที่มาเฝ้าอยู่ให้รู้)


แต่ที่ทำให้เราอึ้งหนักขึ้นไปอีก คือ คำพูดที่แกบอกกับเราว่า

"คนมันไม่มี มันถึงได้มาเอา ถ้ามันมีนะ มันก็คงไม่มาเอาของเรา

นี่มันไม่มี มันถึงเอา ผมได้ว่าอะไรมันไม่หรอก"




"ปู่ครับ ขอถ่ายรูปปู่หน่อยนะครับ"

ผมบอกแก หลังจากหยิบกล้องตัวเก่งออกมาเตรียมบันทึกภาพ 

"เอา เอา..."

โอ้โห ปู่เย็นตั้งท่าเตรียมให้ถ่ายรูป ราวกับว่าเป็นนายแบบมืออาชีพทีเดียว

"ต้องให้ผมอ้าปากมั้ย"

ปู่ถามขึ้นมา ขณะที่ผมกำลังจะกดชัตเตอร์


"อ้าว! ทำไมล่ะครับปู่ ปู่จะอ้าปากทำไม"

ผมถาม ด้วยความประหลาดใจว่าปู่แกจะเล่นมุกไหนเนี่ย

"คนกรุงเทพ เขาชอบให้ผมอ้าปากเวลาถ่ายรูป เขาบอกว่าปู่เย็นตัวจริงต้องอ้าปากแบบนี้"

ปู่เย็นตอบข้อสงสัยของผม พร้อมทั้งทำท่าประจำตัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รู้จักแก 


ปู่เย็น แห่งจังหวัดเพชรบุรี

 

ผมสังเกตว่ามีคนเริ่มทยอยเดินลงมาตามขั้นบันไดจากบนสะพานเป็นกลุ่มๆ

ทุกคนคงตั้งใจจะมาหาและพูดคุยกับปู่เช่นกัน (แหม ก็ปู่เป็นคนดังระดับประเทศไปแล้วนี่นา)

เราสองคนจึงได้บอกลาปู่ เพื่อหลีกให้แขกคนอื่นๆ ของแกได้เข้าไปทักทายและพูดคุยกับแกบ้าง 


หลังจากวันนั้นเมื่อได้ไปเพชรบุรี เราก็มักจะขับรถผ่านไปดูแกที่สะพานลำไยเสมอ

หลายครั้งที่เราพบว่าปู่เย็นกำลังยุ่งกับการต้อนรับแขกของแกอยู่ ทำให้เราไม่ได้ลงไปทักทาย

และก็อีกหลายๆ ครั้งที่เราพบว่าแกกำลังนอนหลับอยู่ในเรือ ทำให้เราไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของแก
 
ด้วยความคิดที่ว่าเรามาเพชรบุรีทุกเดือนอยู่แล้ว คงได้ลงไปทักทายแกจนได้ล่ะน่า

แต่เราคิดผิดครับ!!!


นายเย็น  แก้วมะณี หรือปู่เย็น

ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 10 โมงครึ่ง ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2551

ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน หลังจากที่แกป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอด หลังจากจมน้ำเพราะเหตุเรือล่ม

ประกอบกับการพักผ่อนน้อย ทำให้ร่างกายของแกอ่อนแอลงเรื่อยๆ


เป็นการปิดตำนาน

"ผู้เฒ่าทรนงแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี"

ลงด้วยอายุรวมทั้งสิ้น 108 ปี


...................


หวังว่าสิ่งต่างๆ ที่ปู่เย็นได้เป็นผู้จุดประกายขึ้นในสังคมตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศ

ทั้งกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูธรรมชาติ 
การใช้ชีวิตแบบพอเพียง  พออยู่พอกิน

การเอื้ออาทรต่อกันและกันระหว่างผู้คนในสังคม ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกัน คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ฯลฯ

คงจะไม่จางหายไปกับกระแสคลื่นของแม่น้ำเพชรบุรีนะครับ


ลาก่อนครับ


"ปู่เย็น ผู้เฒ่าทรนง แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี"


..............................

 
เพลง : คนจนผู้ยิ่งใหญ่
ศิลปิน : คาราบาว

 

โดย นายครก

 

กลับไปที่ www.oknation.net