วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปเดินเล่นที่ป้อมปราการ โฮเฮนท์วีล บนภูเขาไฟที่สงบแล้ว - Singen, Germany ตอนที่ 1




โฮเฮนท์วีล (Hohentwiel) เป็น ภูเขาไฟที่สงบแล้ว (extinct volcano)
อยู่ในเขต เฮเกา (Hegau) รัฐบาเด้นวือร์ทเทมแบร์ก (Baden-Württemberg)
ทางตอนใต้ของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
อยู่ห่างจากทะเลสาบโบเดนเซ (Bodensee / Lake Constance) ประมาณ 30 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ที่เมืองซิงเง่น (Singen)

โฮเฮนท์วีล เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 7-8 ล้านปีมาแล้ว เหมือนๆกับภูเขาไฟลูกอื่นๆในเฮเกา
เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วมีแต่ชั้นหินและเถ้าถ่าน
หินเหลวร้อน (magma) ในภูเขาไฟ ประกอบด้วยหินภูเขาไฟก้อนเล็กๆละเอียด (Phonolite)
หลายๆล้านปีต่อมา น้ำแข็งมหึมาจำนวนมาก (glaciers) ในยุคน้ำแข็ง (ice age)
ทำให้ใจกลางข้างในของภูเขาไฟลึกลงไป 260 เมตร เปิดออก
หลายล้านปีต่อมาทำให้เกิดเป็นรูปอย่างที่เห็นกันในปัจจุบันซึ่งผ่านการสึกกร่อนตามกาลเวลา

โฮเฮนท์วีลเป็นที่ตั้งของป้อมปราการบนยอดภูเขาไฟ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ. 914
หรือเมื่อ 1094 ปีมาแล้ว โดย Duke of Swabia โดยการใช้หินจากภูเขาไฟลูกนี้เองมาก่อสร้าง
อีก 200 ปีต่อมา ในศตวรรษที่ 12-13 เป็นสมัยกลางนั้น
ครอบครัวขุนนาง ฟอน ซิงเง่น ทวีล (von Singen-Twiel) มาอยู่ที่นี่
ครอบครัวขุนนาง ฟอน คลิงเง่น (von Klingen) มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ถึงช่วงปีค.ศ. 1300
ครอบครัวขุนนาง ฟอน คลิงเง่นแบร์ก (von Klingenberg) มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ถึงปี ค.ศ. 1521
ต่อมา Duke Ulrich von Württemberg ได้มาพัฒนาโฮเฮนท์วีลให้เป็นป้อมปราการที่แข็งแรงที่สุด
ป้อมปราการนี้แข็งแกร่งมาก ต้านทานการโอบล้อมของจักรวรรดิทั้ง 5 ครั้งได้ในสงคราม 30 ปี
โฮเฮนท์วีล ใช้เป็นที่กักขังนักโทษของรัฐวือร์ทเทมแบร์กในศตวรรตที่ 18
แล้วถูกทำลายเมื่อปี 1800 หลังจากที่ให้ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองแต่โดยดี
ทุกวันนี้ ป้อมปราการโฮเฮนท์วีล จึงเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่ย่อยยับแล้วที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี




โปรดคลิกที่่นี่ เพื่อชมภาพครบส่วน เห็นด้านขวาของภาพจนสุด
1. วันที่ 15 สิงหาคม 2551 ไปเที่ยวชมป้อมปราการโฮเฮนท์วีล
ภาพข้างทางระหว่างเดินขึ้นไปบนภูเขาไฟโฮเฮนท์วีล (Hohentwiel)
ที่เห็นเป็นก้อนๆสีน้ำตาลอ่อนและสีขาวที่กองไว้ คือฟาง ที่เก็บไว้ให้สัตว์กินในฤดูหนาว






2. บริเวณนี้เป็นฟาร์มข้างทางที่เดินขึ้นไปบนภูเขาไฟ Hohentwiel







3. ทางเดินขึ้นไปบนภูเขาไฟ Hohentwiel เป็นป่า มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นตามธรรมชาติ







4. มองลงไปยังท้องนาเบื้องล่าง เห็นฟาง และ หญ้าที่ชาวนาเก็บไว้ให้สัตว์กินในฤดูหนาว






5. ภาพวิวจากเนินเขา







6. ย่านนี้ เป็นย่านภูเขาไฟ มองไปไกลๆ เห็นภูเขาไฟอีกลูกหนึ่ง
ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วเช่นเดียวกับ Hohentwiel






7. บริเวณนี้ เป็นที่ราบบนภูเขาไฟ ชาวนาเลี้ยงแกะบนทุ่งหญ้า






8. มีถังน้ำใหญ่ๆตั้งไว้ให้แกะกินน้ำ ใช้หมาเลี้ยงแกะ คอยต้อนแกะให้เดินไปในทิศทางที่ต้องการ







9. ทุ่งหญ้าบนเนินภูเขาไฟ ดินอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ







10. มีถนนเล็กๆอยู่บนเนินภูเขาไฟ เดินเล่นอยู่บนเขาแล้ว ไม่อยากกลับลงไปอีกเลย







11. ยืนสงบนิ่งมองภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นึกว่าฝันไปเสียอีก
เห็นหมู่บ้าน และ ทุ่งนา อยู่ไกลๆ






12. ที่ดินส่วนใหญ่ เป็นผืนนากว้างๆ






13. นี่คือภาพทางเข้าป้อมปราการบนยอดเขา
น่าเสียดาย ที่นโปเลียน ขนระเบิดมาทำลายจนไม่เหลืออะไรเลย ด้วยความอิจฉา
ไม่อยากให้เยอรมนี มีโบราณสถานที่ทรงคุณค่า ไว้ให้ลูกหลานได้ชม






14. หลังจากที่ให้นโปเลียนมาปกครองเยอรมนี
นโปเลียน ขนระเบิดมาทำลาย ทุกสิ่งทุกอย่างบนโฮเฮนท์วีล
เหลือแต่ซากไว้ให้ลูกหลานดู







15. ใช้หินหนามากๆ สร้างเป็นทางเข้าไป น่าทึ่งในความสามารถของคนเยอรมันโบราณ







16. ป่าไม้บนโฮเฮนท์วีล






17. ส่วนที่เหลือ หลังจากนโปเลียนทำลาย






18. ยังต้องเดินขึ้นไปอีก ป้อมปราการนี้ ใหญ่และ แข็งแรงมากๆ
ข้าศึกล้อมในสงคราม 30 ปี ก็ยังอยู่กันได้






19. ยังต้องเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงยอดเขา






20. บริเวณป้อมปราการใหญ่มาก มีหลายระดับชั้น







21. ภาพถ่ายจากป้อมปราการ มองวิวเบื้องล่าง







22. สภาพป้อมปราการส่วนที่อยู่ชั้นบนสุด ที่ยังคงมีซากให้เห็น






23. สภาพป้อมปราการ ที่โดนระเบิดหลายร้อยตัน ทำลาย จนเหลือแต่ซากกำแพง







24. ประตูทางเข้า สำหรับนักท่องเที่ยว เข้าไปชมบริเวณป้อมปราการบนยอดเขา






25. เดิมเป็นปราสาทหินขนาดใหญ่ หลังโดนระเบิดทำลายเหลือแต่กำแพงปราสาท







26. สภาพเดิม เป็นเหมือนเมืองบนภูเขา อยู่ภายในกำแพงล้อมรอบที่แข็งแรงมาก
มีทั้งร้านขายขนมปัง ร้านทำมีด ร้านทำรองเท้า โรงเรียน โบสถ์ บ้านอยู่อาศัย ฯลฯ







27. บนยอดเขา เป็นที่อยู่อาศัยของ Duke และ ขุนนาง
ด้านล่างที่เดินอยู่นี้ เป็นร้านขนมปัง ร้านทำรองเท้า ร้านทำมีด และ อื่นๆ







28. ทางขึ้นไปบนยอดเขา ไปแต่เช้า ยังไม่มีคนมาก แต่พอขากลับ มีนักท่องเที่ยวมาเยอะแยะ






29. วันนี้ฟ้าใส อากาศเย็นสบาย แม้จะเป็นฤดูร้อน 15 สิงหาคม 2551






30. มองขึ้นไปบนยอดเขา






31. ตรงนี้ เป็นห้องใต้ดิน มีทางลงไปห้องใต้ดิน ทำด้วยหิน แข็งแรงมาก
แม้แต่ระเบิดหลายร้อยตัน ยังทำลายได้ไม่หมด





32. ยืนชมวิวจากยอดเขา







33. ช่องว่างระหว่างภูเขา จะมีสะพานเชื่อม ซึ่งสามารถยกเปิดปิดได้







34. มีแต่ซากกำแพงของบ้านแต่ละหลังบนป้อมปราการใหญ่







35. บ่อน้ำ สำหรับตักน้ำขึ้นมาใช้







36. เดินชมไปเรื่อยๆ มีแต่ซากกำแพงบ้านแต่ละหลังบนป้อมปราการ
เห็นแล้ว ใจหาย สะท้อนใจ นโปเลียนไม่น่าทำลาย เสียดายเป็นอย่างยิ่ง
รัฐบาลเยอรมัน ไม่มีเงินมากพอที่่จะซ่อมแซมให้เหมือนเดิมได้ ต้องปล่อยไว้แบบนี้







37. บริเวณนี้ เคยเป็นร้านขายยา หรือร้านขายขนมปัง จำไม่ได้แล้ว







38. ถนนทางขึ้นไปยอดเขา ม้าก็ขึ้นมาได้






39. เมื่อมาถึงยอดเขา มองลงไปที่ชั้นถัดไป เห็นซากกำแพงบ้าน







40. ทางขึ้นยอดเขา







41. สะพานแบบนี้ มีหลายช่วง สามารถยกออกได้ เพื่อไม่ให้ข้าศึกข้ามมาได้






42. วิวเบื้องล่างอีกมุมหนึ่ง







43. วิวเบื้องล่างอีกมุมหนึ่ง







44. มองลงไป จากทางที่เดินขึ้นมา จะเห็นว่า เป็นระยะทางไกล
ป้อมปราการนี้ใหญ่มาก มีสองระดับของภูเขา เหมือนเป็นเมืองตั้งอยู่บนภูเขาไฟ







45. หินที่นำมาทำทาง กำแพงบ้าน เป็นหินภูเขาไฟทั้งหมด








46. จากมุมนี้ มองลงไปเห็นบ้านชาวนาหลังเดิมที่เห็นตอนที่เพิ่งเดินขึ้นมาบนภูเขา








47. วิวจากยอดเขาอีกมุมหนึ่ง








48. วิวจากยอดเขาอีกมุมหนึ่ง







49. วิวท้องนาเยอรมนี







50. ยืนอยู่ที่มุมนี้ จะเห็นภาพหมู่บ้านอยู่เบื้องล่าง







51. มุมนี้ ใครๆชอบไปยืนถ่ายรูปหมู่กัน








52. บ้านชาวนา และ ฟาง หญ้าที่ม้วนเก็บไว้ให้สัตว์กินในฤดูหนาว








53. วิวจากยอดเขา อีกมุมหนึ่ง








54. สภาพบนยอดเขา กับซากกำแพงบ้านบนยอดเขา








55. ร่มรื่น เขียวชอุ่ม น่าอยู่ ยืนอยู่บนนั้นแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ลำพังในโลก ไม่มีใครเลย
เงียบสงบ และ สวยงาม มองไปไกลๆ เห็นวิวทิวทัศน์เบื้องล่าง







56. หอสังเกตการณ์ ที่ยังไม่ถูกทำลายจนยับเยิน




ลองชมภาพเปรียบเทียบ ระหว่างป้อมปราการที่คงสภาพเดิมไว้ กับป้อมปราการนี้ที่ถูกทำลายแล้ว



ยังเดินไม่ทั่วบริเวณป้อมปราการเลยครับ ไว้ต่อ ตอนที่ 2
ตอนต่อไป จะนำภาพป้อมปราการต้นแบบมาให้ชมครับ
แต่เป็นเพียงภาพวาด ไม่ใช่ภาพถ่าย
เพราะว่าตอนที่นโปเลียนสั่งทหารให้ขนระเบิดมาทำลายนั้น เมื่อปี ค.ศ. 1800 (208 ปีมาแล้ว)
เห็นสภาพป้อมปราการที่ถูกทำลายแล้ว เสียดายมากๆ เสียดายฝีมือคนโบราณ
สร้างป้อมปราการนี้ เมื่อ พันกว่าปีก่อนแล้ว สร้างด้วยหิน แข็งแรงมากๆ

ดีใจเสมอที่เพื่อนๆแวะมาชมภาพแม้จะไม่ได้แสดงความคิดเห็นไว้ก็ตาม
แต่สำหรับท่านที่แสดงความคิดเห็นไว้ ผมจะคลิกตามไปอ่านบล๊อกของท่านด้วย
จะทยอยแวะไปเยี่ยมเพื่อนๆให้ครบทุกท่าน

พบกันอีกที สัปดาห์หน้าครับ หาเวลาอัพบล๊อกได้ สัปดาห์ละครั้งครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุข เพลิดเพลินเจริญใจกับการชมภาพนะครับ




รำลึก - จำรัส เศวตาภรณ์ :- Chamras Saewataporn

โดย chedtha

 

กลับไปที่ www.oknation.net