วันที่ อังคาร ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ป่า-เลใต้ระบุรัฐยังไม่เลิกขายอุทยาน


เมื่อวันทื่ 19 .. 51 องค์กรชุมชนรักษ์ป่าต้นน้ำตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด (ครท.) จัดเวทีสาธารณะเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งองค์กร 1 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 150 คน ประกอบด้วยชาวบ้านในพื้นที่, องค์กรสมาชิกเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด และองค์กรพันธมิตรในพัทลุง ตรัง และสุราษฎร์ธานี

สำหรับกิจกรรมในงาน เริ่มจากการกล่าวเปิดงานและพิธีกรรมทางศาสนาในช่วงเช้า ต่อมาช่วงบ่ายมีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์และแนวทางขององค์กรต่างๆ หลังจากนั้นมีการเสวนาเรื่อง “รัฐยึดที่ดินชาวบ้านให้นายทุนค้ากำไร: สถานการณ์ปัญหาและทางออก” วิทยากรประกอบด้วย นายสุรพล สงฆ์รักษ์ อนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและป่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, อาจารย์ปรีชา จันทร์ภักดี ที่ปรึกษาองค์กรภาคประชาชน, นายอานนท์ สีเพ็ญ ตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด (ตรัง-พัทลุง-กระบี่), นายสมบูรณ์ คำแหง ตัวแทนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ดำเนินการโดย นายสุชาติ สงฆ์จันทร์ ตัวแทนองค์กรชุมชนรักษ์ป่าต้นน้ำตำบลตะแพน

นายสุรพล สงฆ์รักษ์ กล่าวว่า สถานการณ์เรื่องที่ดินล่าสุดรัฐบาลมีนโยบายให้นายทุนเช่าอุทยาน แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงว่าได้ยกเลิกนโยบายนี้ไปแล้ว แต่ความคิดที่จะแปลงสินทรัพย์เป็นทุนยังมีอยู่ นั่นคือการแปรเปลี่ยนทรัพยากรซึ่งเป็นต้นทุนของสังคม เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมไปเป็นทรัพย์สินในครอบครัวของปัจเจกบุคคล หรือนิติบุคคล เพื่อประโยชน์ของคนที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมืองเพียงบางกลุ่ม  

“นี่คือกระบวนการดูดซับผลผลิตของสังคมไปอยู่ในมือของนายทุน เพราะเราต้องไม่ลืมว่า อุทยานตั้งขึ้นและดำรงอยู่ได้ก็ด้วยการทุ่มเททรัพยากร และงบประมาณแผ่นดินเข้าอุดหนุนมายาวนาน แต่วันนี้จะถ่ายโอนสิทธิการใช้ประโยชน์ไปอยู่ในมือของนักธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ได้เปรียบอยู่แล้วให้ได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น เป็นการขยายความแตกต่างทางเศรษฐกิจ ความแตกต่างทางชนชั้นในสังคมมากยิ่งขึ้น เป็นนโยบายที่เลือกปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ขณะที่ขับไล่ชาวบ้านในชุมชนดั้งเดิม โดยการประกาศเขตอุทยานทับที่ดินของชุมชน และไม่ยอมแก้ปัญหาที่คาราคาซังมายาวนานนี้ คนจนมากมายถูกดำเนินคดีอาญาและแพ่ง ถูกเรียกเงินคนละหลายล้านบาท”

นายสุรพล กล่าวต่อไปว่า ที่ดินที่เราหักร้างถางพง เป็นสิทธิและความชอบธรรมของเรา แต่ฝ่ายรัฐบอกว่าไม่มีสิทธิ ให้เอากฎหมายเป็นตัวตั้ง โดยรัฐเป็นคนออกกฎหมาย ใช้อำนาจทางการเมือง บอกว่าอำนาจของคนจนไม่มี นอกจากนี้กำลังผลักดันให้รับรองร่าง พ...อุทยานฉบับใหม่ ซี่งยังคงผูกขาดอำนาจ ไม่มีโควต้าให้ชุมชนมีส่วนร่วม เนื้อหาในกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้นายทุน กำหนดชุมชนที่ถูกประกาศทับที่เป็นเขตผ่อนปรน จะย้ายวันไหนก็ได้ ไม่มีหลักประกัน ไม่มีความมั่นคง รัฐบาลไม่สนใจ การไม่ยอมรับสิทธิการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นความรุนแรงชนิดหนึ่ง เพราะเท่ากับผลักดันให้ชุมชนไปยืนอยู่ริมปากเหวแห่งความไม่มั่นคงในการดำเนินชีวิต การถือครองที่ดินทำกินและการทำประโยชน์ที่ดิน การตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัย ซึ่งกระทบไปถึงคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ การศึกษา โดยเฉพาะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารโดยตรง

ด้านนายอานนท์ สีเพ็ญ กล่าวว่า แม้ตอนนี้ยังไม่เปิดให้นายทุนเช่าที่อุทยานอย่างเปิดเผย และยังไม่แก้กฎหมายอุทยานให้เอื้อการท่องเที่ยว แต่ในพื้นที่สวยงามของอุทยานจำนวนมากได้ปล่อยให้นายทุนทำธุรกิจท่องเที่ยวไปแล้ว เช่น ที่อุทยานดอยสุเทพ-ปุย ได้ทำไนท์ซาฟารี ใช้สปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่ส่องดูสัตว์ผสมพันธุ์กลางคืน โดยซื้อสัตว์หายากและราคาแพงจากต่างประเทศ ปรากฏว่าตายไปมาก เพราะปรับตัวเข้ากับบ้านเราไม่ได้ ส่วนสัตว์ที่รอดก็ไปรบกวนชาวบ้าน เช่น ช้างไปกินกล้วย ส่วนที่อุทยานหาดเจ้าไหม ก็เปิดบริการโรงแรมหรูริมหาด เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการอะไร บอกว่ามี นส.3 ที่จริงในที่อุทยานไม่น่าจะออกเอกสารสิทธิ์ได้ แต่กับชาวบ้านที่อยู่มาก่อนอุทยานกลับมาสั่งรื้อทำลายสวนยาง

สำหรับทางออกในการแก้ปัญหา นายสมบูรณ์ คำแหง แนะนำว่า ชุมชนต้องรวมกลุ่มกัน และมีแผนการจัดการทรัพยากรและกติกาที่ชัดเจน ตลอดจนต้องหาพรรคพวกเชื่อมกันเป็นเครือข่ายในระดับภาคและระดับชาติ และทำความเข้าใจต่อสังคม ให้รู้ปัญหา และรู้จักตัวตน ทั้งนี้ ในเดือนหน้าพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศอุทยานทับที่ชุมชน ทั้งเลและป่าในหลายจังหวัดจะร่วมกันหาแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน รวมทั้งการเอื้อให้นายทุนทำธุรกิจการท่องเที่ยวในที่อุทยาน

ด้านนายสุรพล สงฆ์รักษ์ เสนอทางออกให้ยกร่างข้อเสนออุทยานที่อยู่ร่วมกันได้ทั้งฝ่ายชาวบ้านและราชการ และจัดทำโฉนดชุมชน ซึ่งรับรองขอบเขตที่ชัดเจนของชุมชน ตลอดจนผลักดันให้ อบต. ให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากร เช่น รับรองสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชนที่ทำประโยชน์มายาวนานและต่อเนื่อง, จัดทำข้อเสนอการแก้ปัญหาที่ดินร่วมกับชุมชน แล้วนำเสนอฝ่ายปกครองและนโยบายต่อไป หาก อบต. สามารถทำได้แบบนี้ถือว่าเป็นปากเสียงแก่ชาวบ้านอย่างเเท้จริง

โดย พญาไฟสีเทา

 

กลับไปที่ www.oknation.net