วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขัดแย้งกันทำไม ร่วมใจกันดีกว่า รักประเทศไทย ร่วมใจร้องเพลงชาติไทยด้วยความภูมิใจ


          ในแต่ละวัน เราจะได้ทราบข่าวของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งในระดับโลก ระดับประเทศ และระดับองค์การ หรือ แม้กระทั่งระดับบุคคล  ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา แต่ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง เนื่องจากหากคู่กรณีมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน หรือ มีความต้องการในสิ่งเดียวกันแต่สิ่งนั้นมีจำกัด ก็จะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้  ซึ่งตามปกติเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นแล้ว คนเราจะมีพฤติกรรมในการจัดการกับความขัดแย้ง อยู่ 5 รูปแบบคือ

  1. การแข่งขัน หรือ สู้ เป็นพฤติกรรมที่แต่ละฝ่ายจะพยายามรักษาผลประโยชน์ของตนเองอย่างเต็มที่โดยไม่คำนึงถึงคู่กรณี  พร้อมที่จะเอาชนะ โดยอาจจะไม่มีการฟังเหตุผลของอีกฝ่ายเลย

  2. การหลีกเลี่ยง  เป็นพฤติกรรมของการหลบเลี่ยง ไม่กล้าเผชิญกับปัญหาความขัดแย้ง หรือ ไม่ยอมรับว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้น

  3. การยอม  คือ การที่อีกฝ่ายยอมผ่อนปรนตามความต้องการของอีกฝ่าย หรือ ยอมสละประโยชน์ของตนเอง  ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากความกลัว หรือ ต้องการรักษาความสัมพันธ์ไว้

  4. การประนีประนอม คือ การที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมสละประโยชน์ของกันและกัน เพื่อหาข้อยุติที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย ซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนจะดี แต่จริง ๆ แล้ว การประนีประนอมทำให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่มีผู้ชนะ และผู้แพ้ที่แท้จริง เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ได้ในสิ่งที่ตนเองมุ่งหวัง

  5. การร่วมมือกัน            คือ การที่ทั้ง 2 ฝ่าย มีการพูดคุยกัน เพื่อหาหนทางในการรักษาผลประโยชน์ของกันและกันให้มากที่สุด ซึ่งอาจทำได้โดยการร่วมมือกันคิดหาวิธีการขยายขอบเขตของสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการ ทำให้คู่กรณีได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า win-win Situations

        หากเป็นสมัยเดิม จะมองเห็นความขัดแย้งเป็นสิ่งไม่ดีที่ต้องขจัดให้หมดไป แต่ในสมัยใหม่ จะมองว่าความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้น แต่ต้องมีการบริหารไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัวมากเกินไป  ซึ่งวิธีที่ถูกต้องเมื่อเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น คือ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา หรือสร้างโอกาสจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

    

  สำหรับสถานการณ์ของประเทศเราตอนนี้ ที่เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคม ต่างฝ่ายต่างเลือกใช้วิธีที่ 1 คือ การต่อสู้ เพื่อเอาชนะซึ่งกันและกัน โดยไม่ได้คำนึงถึงเหตุผลกันแล้ว กล่าวคือ หากฝ่ายหนึ่งบอกขาว ฝ่ายหนึ่งก็บอกดำ ซึ่งสถานการณ์แบบนี้น่าเป็นห่วงยิ่งที่จะเกิดการแตกหัก เกิดสถานการณ์ win-lose คือมีฝ่ายที่ชนะ และฝ่ายที่แพ้ หรือสถานการณ์ lose-lose คือ แพ้ด้วยกันทุกฝ่าย ซึ่งถึงตอนนั้น คงยากที่จะประสานงานกันได้ดีดังเดิม เหมือนแก้วที่แตกละเอียดแล้ว ไม่มีทางที่จะหยิบมาประกอบกันให้เหมือนเดิมได้  คงเหลือแต่ซากปรักหักพังที่ทำให้ทุกคนในประเทศเดือดร้อนกันไปหมด

    

       ดังนั้น คงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะช่วยประสานงานไม่ให้เกิดสถานการณ์แตกหัก เพื่อให้ความขัดแย้งของเราค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนกลับสู่ภาวะปกติ ถึงตอนนั้นเราทุกคนคงยิ้มได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง โดยไม่ต้องมีความกังวลในหัวใจเหมือนดั่งตอนนี้ และสามารถร้องเพลงชาติไทยของเราได้เต็มปากว่า....

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รับสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย

โดย Him

 

กลับไปที่ www.oknation.net