วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยาตราทัพรับพระองค์ เสด็จทรงทิพย์วิมาน ### ภาพถ่ายจากวันซ้อมริ้วขบวนในงานพระราชทานเพลิงพระศพฯ [ ตอนที่ 2 ]


สวัสดีครับ

ตามสัญญาครับ เอ็นทรีนี้เป็นตอนที่ 2 ของ ภาพถ่ายจากวันซ้อมริ้วขบวนในงานพระราชทานเพลิงพระศพ สำหรับตอนที่ 2 นี้ ก็ไม่ทิ้ง concept การตั้งชื่อเหมือนตอนแรก (ติดตามได้ที่ http://www.oknation.net/blog/sunnyman/2008/10/24/entry-1) คือใช้ชื่อตอนตามข้อความด้านหลังของเหล่าทหารที่ทำหน้าที่ยกพระยานมาศสามลำคาน

ส่วนภาพเปิดเอ็นทรี เป็นภาพเหล่าทหารที่กำลังจัดแถวเพื่อพักผ่อน+ทานอาหารกลางวัน หลังจากที่ได้นำพระยานมาศสามลำคานไปเก็บในโรงเก็บรักษาราชรถ-ราชยานแล้วครับ

ความเดิมจากตอนที่แล้ว

หลังจากที่ตามพระมหาพิชัยราชรถมายังโรงเก็บแล้ว ระหว่างที่โต๋เต๋แถวนั้น ก็ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ มุมกว้างบ้าง ถ่ายเจาะบ้าง ก็ได้ภาพ ดังนี้ ครับ

ภาพนี้ มุมมองผมว่า อันตัวเรานี้มันต่ำต้อยเพียงพื้นหญ้า มิอาจเทียบได้กับพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริยาธราชเจ้าได้เลย (ไม่รู้จะติดลิเก หรือคิดมากไปอ่ะเปล่า เอิก เอิก )

ส่วนภาพนี้ ตั้งใจให้เห็นว่า การที่พระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนที่ได้ เพราะเหล่าพลฉุกชักราชรถ ได้ใช้เชือกเกลียว 4 เส้นนี้ ที่เหล่าพลฉุดชักราชรถได้แสดงความจงรักภักดีครั้งสุดท้ายที่จะแสดงต่อองค์พระพี่นางได้ครับ

 

2 ภาพนี้ ยกความดีให้กับกล้องดิจิม่อนป๊อกแป๊ก Canon A95 ที่สามารถงัดหน้าจอออกมาปรับให้มองภาพได้ โดยที่ผมไม่ต้องลงไปนอนกับพื้น และอาจจะติดพุงหย่ายๆๆ ซึ่งบางครั้งเป็นอุปสรรค์ในการถ่ายภาพ หุ หุ หุ

ส่วนภาพนี้ เป็นภาพของ เกริน (ไม่อ่านว่าเก-ริน นะครับ) เกรินบันไดนาค ครับ  ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยไปถ่ายภาพกัน (ถ่ายแต่พระมหาพิชัยราชรถครับ)

เกรินบันไดนาค นี้เป็นเสมือนลิฟท์ที่ใช้สำหรับอัญเชิญพระโกศ ขึ้น-ลง จากพระมหาพิชัยราชรถครับ โดยหลักการบรรทุกพระโกศขึ้นลง ใช้หลักการเดียวกับกว้านครับ ชมภาพกันเลยครับ

กลไกของเกรินครับ ที่อาศัยหลักฟิสิกส์ของกว้านและเฟือง เพื่อทดแรงในการหมุน เพื่ออัญเชิญพระโกศขึ้น-ลงได้อย่างราบรื่นผ่านลวดสลิงครับ

ภาพคู่กันของพระมหาพิชัยราชรถ และเกรินบันไดนาค ก่อนนำเข้าไปเก็บครับ

ภาพของนาค ที่ฐานของเกริน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ เกรินบันไดนาค ครับ

ระหว่างที่ผมถ่ายภาพอยู่แถวนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ 2 ท่านมาทำการตรวจเช็คระบบช่วงล่าง ระบบเลี้ยว (พูดเหมือนรถยนต์จะได้เข้าใจกัน) หลังจากที่ได้ออกใช้งานเต็มรูปแบบครั้งแรก

เห็นล้อโลหะที่ใช้รับน้ำหนักของพระมหาพิชัยราชรถ แล้วใช่ไหมครับ เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นล้อดังเดิมเลยครับ

ส่วนภาพ เป็นภาพของคุณสมพร  วิเศษค้า ที่กำลังอธิบายเรื่องการซ่อมบำรุง ราชรถ-ราชยานทั้งหมดที่ใช้ในงานนี้ และผมเองเพิ่งทราบว่า การซ่อมบำรุงโครงสร้างหลักทั้งหมดเป็นทหารในกรมสรรพวุธทหารบก ซึ่งเป็นหน้าที่ของทหารมาตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว  ส่วนที่เป็นเครื่องทอง และส่วนประดับประดา เป็นหน้าที่ของช่างสิบหมู่ ของกรมศิลปากร ครับ

พี่สมพร อธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วน และบอกว่าถึงแม้จะเหนื่อยที่ต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย แต่ก็สุขใจที่ได้รับใช้พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งผมเองยังแอบอิจฉาเลยครับ

และนี่ป้ายผ้าแสดงสังกัดบนหน้าอกซ้ายของพี่สมพร ครับ

ส่วนภาพนี้ ผมถ่ายจากช่องเสา บนศาลาที่ยกพื้นสูง ใกล้ๆ กับโรงเก็บราชรถ เพื่อเป็นกรอบ บังคับสายตาให้มองไปยังราชรถ พอดีมีคนเดินมาพอดี ก็เลยได้ภาพเปรียบเทียบความสูงของราชรถกับคน ครับ

ส่วนภาพนี้ เป็นภาพเหล่าทหารที่นั่งๆ นอน เพื่อพักผ่อนเอาแรง ก่อนที่จะทำหน้าที่นำพระมหาพิชัยราชรถเข้าไปเก็บครับ

หลังจากนี้ไม่นานนัก เหล่าทหารก็รวมพลกันอีกครั้ง เพื่อนำพระมหาพิชัยราชรถเข้าไปเก็บ ซึ่งทุลักทุเลมากกว่าจะนำเข้าไปเก็บได้อย่างเรียบร้อย ต้องชักเข้า ดึงออก โดยเฉพาะพลฉุดชักที่ประจำอยู่ด้านท้ายต้องนำรถเข้าแบบถอยหลังเข้าซองอ่ะครับ ซึงความกว้างระหว่างราชรถกับขอบประตูห่างแค่ 1 คน เท่านั้นเอง (ตามภาพที่ 2) อีกทั้งยังต้องระวังยอดบุษบกที่จะชนกับขอบด้านบนอีกด้วย  ที่สำคัญด้านหลังพระมหาพิชัยราชรถมีพลฉุดชักแค่ 2 แถว เท่านั้นเอง

 

 

ส่วนภาพนี้ ราชรถยังไม่เข้าที่ และยอดบุษบก จะชนกับขอบประตูด้านบน จึงต้องชักลากเข้า เข้า ออก ออก อยู่นับชั่วโมงกว่าจะเข้าที่ ส่วนเหล่าบรรดาผู้ชม และช่างภาพก็ลุ้นกันและ เป็นกำลังใจให้กันอย่างเต็มที่ครับ เพราะไม่สามารถเข้าไปช่วยได้

สังเกตุจากภาพ ทุกคนพยายามดึงกันอย่างเต็มความสามารถ และสายตาทุกคนจับจ้องที่ยอดบุษบกครับ  ในขณะที่ด้านในพลฉุดชักอีกส่วนก็ค่อยผ่อนสายเชือก เพื่อมิให้ราชรถออกมาเร็วเกนไป อันอาจจะกระทบ หรือไปเสียดสีกับขอบประตูได้

 

ส่วนภาพนี้ เป็นภาพที่เหล่าทหารนำพระยานมาศสามลำคาน ออกไปซ้อมริ้วขบวนในช่วงบ่ายครับ

หลังจากนั้น ผมก็เดินเข้าไปด้านในของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งปกติผมจะเข้าชมแต่ห้องจัดแสดงหลักและพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ที่อยู่ด้านหน้า แต่วันนั้นลองเดินเข้าไปชมด้านในพบว่ายังมีส่วนที่จัดแสดงอีกมากมายครับน่าชมมากๆครับ แต่ไม่ได้เข้าชมทุกห้องครับ เพราะตอนนั้นเป็นเวลา 14.30 น. แล้ว พยาธิในท้องร้องหาอาหารแล้วครับ  ก็เลยได้แค่เดินโฉบ เป็นการ preview และสัญญาว่าคราวหน้าจะมาใหม่ แล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ

สุดท้ายขอปิดเอ็นทรีนี้ด้วย ภาพน่ารักๆ ของสาวน้อย 2 คนครับ

 2 สาวนี้ มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์กับคุณพ่อ-คุณแม่ คุณพ่อเลยถ่ายภาพให้เป็นที่ระลึก ผมชอบภาพนี้ครับ เพราะพี่สาวคนโตพยายามทำหน้าตาทะเล้นๆ  จนคุณแม่บอกว่าให้ทำหน้า ทำท่าทางดี   ส่วนคุณน้องคนเล็กทำตัวไม่ถูกว่าจะทำตามคุณพี่สาว หรือตามคุณแม่ดี  เห็นภาพนี้แล้วน่ารัก+ตลกดีครับ จึงรีบบันทึกภาพมาครับ

จากการพูดคุยกับคุณพ่อของน้องๆ 2 คนนี้ เป็นคุณพ่อยุคใหม่ดีครับ เพราะมีแนวคิดที่ว่าจะพยายามพาลูกไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าน้อยที่สุด แต่จะพามาพวกพิพิธภัณฑ์ งานนิทรรศการศิลปะ หรือสวนสัตว์ เพื่อให้ลูกๆ ได้เปิดหูเปิดตาที่อื่นๆ บ้างนอกจากห้างฯ ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ

.

.

 

สุดท้ายก่อน ปิดบล๊อก ผมอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกันบ้างครับ ในห้องแสดงหลักเดี๋ยวนี้ มีระบบ interactive กับผู้ชมมากแล้ว น่าดู น่าชม มาก มาก

แต่บางส่วนก็ใช้การไม่ได้ ผมไปดูบางตู้ แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินตามหลังมาลองกดปุ่มนั้นปุ่มนี้ แต่ไฟไม่ติด ระบบไม่เดิน ต่างชาติสายหน้ากัน พร้อมกับบ่นๆ ว่าระบบเสียอีกแล้ว ผมเองเป็นคนไทยที่อยู่ในนั้นด้วยรู้สึกขายหน้า และอับอายเป็นอย่างยิ่งครับ  แต่ก็เข้าใจว่างบประมาณมีจำกัด แต่ถ้าเราไปดูไปชมกันเยอะ พิพิธภัณฑ์เขาจะได้มีรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เราเข้าชม ดีกว่าเราเงินงบประมาณจากหลวง ที่ไม่รู้ว่าเห็นความสำคัญในเรื่องนี้แค่ไหน

ส่วนด้านใน ซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงโบราณวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นงานไม้แกะสลัก งานหินแกะสลัก งานปูนปั้น จากส่วนต่างๆ ของประเทศไทย พบว่า 90 % ที่เข้าชมเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติครับ

จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านไปเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์ชุมชมก็ได้ครับ และถ้าเป็นไปได้พาลูกหลานไปชมได้ก็จะดีครับ

เพราะพิพิธภัณฑ์นั้น เป็นที่แสดงถึงราก แสดงถึงแก่นแท้ แสดงถึงตัวตนของเราครับ อย่าไปหลงไหลได้ปลื้มกับลัทธิบริโภคนิยม  ลัทธิทุนนิยม ที่มุ่งให้เราหลงลืมรากเหง้าของเราเอง เพื่อที่เขาจะได้ครอบงำเราได้ง่ายขึ้นครับ เหมือนเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ท้ายๆ เอ็นทรี รู้สึกจะซีเรียสไปหน่อย ขอจบเพียงเท่านี้ล่ะกันครับ  สวัสดี

ภาพถ่ายทั้งหมด ถ่ายด้วย Nikon F100 + 28-105  และ Canon Powershot A95

ขออภัยที่บางภาพ resolution ต่ำมากกก จนเสียอารมณ์ในการชมภาพ อภัยให้ผมด้วยคร๊าบบบบบ

ขอขอบคุณ

พี่สมพร วิเศษค้า  ที่อธิบายเรื่องพระมหาพิชัยราชรถอย่างละเอียด

คนไทยทุกคนที่ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ และไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง

ขอบคุณคร๊าบบบบบบ

โดย SunnyMan

 

กลับไปที่ www.oknation.net