วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

* Every Body’s Every Day Life วันสุดท้าย 26 ต.ค.2551


เทศกาลออกแบบบางกอก 2551 (Bangkok Design Festival 2008)

จัดแสดงระหว่างวันที่ 14-26 ตุลาคม 2551

นำเสนอผลงานศิลปะระดับนานาชาติกว่า 100 ผลงาน จากศิลปิน

13 ประเทศ กว่า 50 คน

.

งานนี้แสดงในพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ คือ สยามพารากอน,

.

สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, ดิ เอ็มโพเรียม, TCDC,

.

หอศิลป์บ้านจิม ทอมสัน และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

.

ภายใต้หัวข้อ “Every Body’s Every Day Life”

ซึ่งสื่อถึงความสำคัญของผลงานสร้างสรรค์ที่มีต่อชีวิตประจำวันของคนทุกคน

.

.

น่าเสียดายที่ดิฉันมีเวลาไปเพียงแห่งเดียว คือ ที่หอศิลป์ฯ กรุงเทพมหานคร

(ตรงข้ามมาบุญครอง/สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ)

.

น่าเสียดายอีกทีที่มีเวลาน้อยมาก จึงเป็นการชมแบบเอาปริมาณ แหะๆ

ทีนี้เรามาดูงานกัน ซึ่งเพียบ ตั้งแต่ชั้น 2-4 แบ่งเป็นห้องๆ

.

ส่วนชั้น 6-9 จัดแสดงถึงปลาย พ.ย. ไปชมมาแล้ว วันหลังคงจะเขียนถึง

ถ่ายภาพได้นะคะ แต่ไม่กล้าใช้แฟลช เกรงจะรบกวนคนอื่น

.

จริงๆ แล้วถ่ายมามากพอสมควร แต่ขอเล่าเฉพาะอันที่โดนจังๆ

เป็นห้องว่างเล็กๆ ซีดีวางกระจายเต็มพื้น

.

ด้านหน้ามีกล่องพลาสติกใสบรรจุธนบัตรแบบบริจาค

ผนังสีขาวใช้เป็นพื้นที่ฉายภาพมุมมองต่างๆ ในกรุงเทพฯ

.

นึกอยู่นานว่าจะเขียนอะไรดี แต่นึกไม่ออก

พอดีไปงานสัมมนา มี presentation ของ รศ.ดร.ลาวัณย์ ์ถนัดศิลปะกุล

ซึ่งเข้ากันได้ดีกับภาพที่จะนำเสนอ ขอแอบอาจารย์เผยแพร่บางประโยค

.

.

Almost half the world —over 3 billion people —

live on less than $2.50 a day.

.

Nearly a billion people entered the 21st century

unable to read a book or sign their names.

.

The poorest 40 percent of the world’s population accounts

for 5 percent of global income. The richest 20 percent accounts

for three-quarters of world income.

.

1.6 billion people —a quarter of humanity live without electricity

51 percent of the world’s 100 hundred wealthiest bodies

.

are corporations

Gap between the rich and the poor

..........................................

หลังชมงาน ดิฉันเดินมาที่สยามสแควร์ กะจะเดินดูของ

แต่เปลี่ยนใจ ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน

ตรงบันไดขึ้น มีพี่ผู้ชายคนหนึ่ง นั่งอยู่ตีนบันได

ดวงตาเหม่อ ถือถุงข้าวเปล่าพร้อมช้อนแสตนเลส

เขากินข้าวเปล่าๆ ไม่มีกับข้าว

ข้างหน้ามีธูปหอมกล่องละ 25 บาท ไม่ค่อยมีใครสนใจซื้อ

.

ดิฉันเดินผ่านขึ้นไป หันมามองด้านหลัง

นึกอยากถ่ายภาพไว้ แต่ยั้งมือ เกรงจะละเมิดความเป็นส่วนตัว

ระหว่างนั้น มีรถพยาบาลติดหนึบหน้าพารากอน

มองไปเห็นพยาบาลในรถ (น่าจะ) บีบที่ปั๊มอากาศสีขาว

คาดว่าผู้ป่วยจะไปโรงพยาบาลตำรวจหรือโรงพยาบาลจุฬา

ถ้ารถไม่ติด เขาคงไปถึงนานแล้ว

เสียงไซเรนไม่อาจแหวกวงล้อมของรถราคาแพงไปสู่เป้าหมาย

ผู้โดยสารหลายคนบนรถเมล์กำลังกลับบ้าน

รถราคาแพงอาจกำลังพาคนขับไปสถานบันเทิง

คนกลุ่มใหญ่กำลังเดินหาซื้อของราคาสูงลิ่วในห้าง

ณ เวลานั้น ได้แต่ภาวนาให้ผู้ป่วยในรถไปถึงโรงพยาบาล

และมีชีวิตรอด

.

นึกตำหนิตัวเองที่ไม่ได้ซื้อธูปหอม

ราคา 25 บาท ถูกกว่าค่ารถไฟฟ้า ถูกกว่าค่ากาแฟเย็นเสียอีก

อยากให้พี่ผู้ชายคนนั้นได้กินข้าวพร้อมกับ

ถ้าใครได้ไปแถวนั้น ช่วยมองหาผู้ชายขายธูปหอม

รูปร่างสันทัด อายุประมาณ 45 ปี ผมสั้นเกรียน

ใส่แว่นสายตาหนาเตอะ คล้ายสายตาสั้นประมาณ 1,000 

และ....ช่วยซื้อด้วย

ส่วนตัวดิฉันเอง รับปากว่าหากพบอีกครั้งจะไม่มีวันลังเล

Dona Dona Dona - Utena

.

โดย มองการณ์ใกล้

 

กลับไปที่ www.oknation.net