วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เยี่ยมเยือน ...ตลาดสามชุก ร้อยปี


หลากหลายเรื่องราวที่ได้ยิน ได้ฟัง มาจากหลายสื่อ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ อินเตอร์เนต ทำให้เราอยากไปเยือนตลาดร้อยปี สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีสักครั้ง

และความขลังของตลาดแห่งนี้ ก็ไม่ทำให้ผิดหวังกับการเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ

ภาพตลาดจากสะพานสูง มุมนี้ที่เป็นมุมที่คุ้นตา ที่เห็นตามเวบไซต์ และหนังสือต่างๆ ใครมาก็ต้องไม่พลาดมุมถ่ายรูปมุมนี้ (ประหนึ่งว่า ไม่มีมุมนี้ ยังมาไม่ถึง ซะงั้น)

ตลาดเริ่มคึกคักตั้งแต่เช้า มุมนี้ก็อีกเช่นกัน (พวกเราต้องมาถ่ายป้ายเช่นเคย)

ร้านขายข้าวอบใบบัว บะจ่าง อาหารที่ใครมาที่นี่ ต้องลิ้มลอง (อีกเช่นกัน) แต่ร้านมีหลายร้าน ก็เลือกเอาตามชอบใจ

รูปนี้ถ่ายตอนก่อนออกรถ เมื่อคืนฝนตก ชอบรูปนี้เป็นการส่วนตัว

โค้งสวย ถนนระหว่างทางเดินทางไปตลาดสามชุก

ตลาดสามชุก

เป็นตลาดห้องแถวไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี(ท่าจีน) และรายล้อมด้วยบรรยากาศของบ้านเรือนรวมถึงเรื่องราวของผู้คนในอดีต โดยแทบไม่มีการดัดแปลงเสริมแต่ง ย้อนอดีตกลับไปยุคสมัยที่ตลาดสามชุกเฟื่องฟู ยุคนั้นชาวบ้านจะนำของพื้นเมือง รวมทั้ง เกลือ ฝ้าย แร่ สมุนไพร มาแลกเปลี่ยนซื้อขายให้กับพ่อค้าที่เป็นชาวเรือ

ต่อมาเมื่อริมแม่น้ำสุพรรณ กลายเป็นแหล่งทำนาที่สำคัญ มีโรงสีไฟขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายแห่ง ตลาดสามชุกก็กลายเป็นตลาดข้าวที่สำคัญ มีการค้าขายกันอย่างคึกคัก ทำให้ตลาดสามชุกไม่จำกัดบริเวณอยู่เฉพาะริมน้ำ แต่ยังขยายมาถึงริมฝั่ง โดยแต่ละปีมีการเก็บภาษีได้จำนวนมาก พร้อมๆกับมีการตั้งนายอากรคนแรก ชื่อ “ขุนจำนง จีนารักษ์”
       
ช่วงเวลาเฟื่องฟูของตลาดสามชุกกินเวลานานหลายสิบปี แต่หลังจากที่มีการตัดถนนผ่านสามชุก ผู้คนเปลี่ยนไปใช้ถนนเป็นเส้นทางสัญจรมากขึ้น ส่งผลให้ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการค้าที่ตลาดสามชุกเริ่มซบเซา แต่ตลาดสามชุกก็ยังคงดำเนินวิถีของตลาดห้องแถวไปอย่างต่อเนื่อ

ด้วยความที่ วิถีชีวิตและลักษณะทางกายภาพของชุมชนตลาดสามชุกมีกาลเปลี่ยนแปลงน้อยมาก แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานับร้อยปี เหตุนี้ประชาคมชาวตลาดสามชุกจึงได้มีการปรับปรุง ฟื้นฟู และร่วมกันอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไม้ของตลาดสามชุกไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เพื่อให้ตลาดสามชุกกลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

และตลาดสามชุกก็มีชีวิต ชีวา ดังว่าจริงๆ ค่ะ

เริ่มต้นจากซอยแรกที่เราเดิน โรงแรมอุดมโชค โรงแรมสำหรับแขกที่เดินทางมาค้าขายในอดีต ปัจจุบันไม่ได้ดำเนินกิจการแล้ว แต่ก็เปิดให้เข้าชมโรงแรมในยุคกว่าร้อยปี

บรรยากาศลอบบี้ของโรงแรมอุดมโชค

มีพิพิธภัณพ์เล็กๆ แฝงตัวอยู่ในตลาดแห่งนี้ ที่รวบรมเรื่องราว สินค้า รูปภาพต่างๆ ของเครื่องดื่มอัดลมน้ำดำ "ร้านบ้านโค้ก" ซึ่งจัดห้องแถวเล็กให้เป็นพิพิธภัณฑ์ของสะสมจากความรักของเจ้าของที่มีต่อสินค้าแบรนด์นี้

ของตกแต่งน่ารักๆ ภายในร้านบ้านโค้ก ใครรัก ใครชอบ น้ำอัดลมยี่ห้อนี้ น่าจะชอบทีเดียว

ร่มโค้กหลากสีสัน ก็นำมาตกแต่งภายในร้านได้น่ารักไปอีกแบบ

ร้านนี้น่าสนใจมากๆ ขายหมีกรอบ เอ๊ย หมี่กรอบ แต่มีหมี่กรอบที่ทำเป็นตัวหมี นั่งโชว์ตัวอยู่ด้วย น่ารัก น่ากินเพลินๆ

ร้านนี้ขายทองม้วนโบราณ หน้าตาไม่เหมือนทองม้วนที่เราเคยเห็น แต่รสชาติหวาน เค็ม กรอบอร่อยแบบวางไม่ลง หอมกลิ่นงาดำอีกด้วย คุณป้าที่ขายน่ารัก ใจดี แถมคุยด้วยว่าทองม้วนแกออกทีวีด้วยน๊ะ (มีรูปยืนยันตั้งไว้หน้าร้านด้วยนะ เอ๊า ทำเป็นเล่น)

โปสการ์ดหลากหลายแบบ วาดภาพมุมต่างๆ ของตลาดร้อยปีแห่งนี้ ยังมีที่ติดตู้เย็น เข็มกลัดที่เราได้ติดไม้ติดมือกันมา

บรรยากาศภายในตลาด

ชอบภาพนี้ อาม่านั่งอ่านหนังสือในบ้าน ซึ่งเป็นห้องแถวเล็กๆ อย่างสบายอารมณ์

ของที่ระลึก ที่คนขายบอกว่า ทำขายทั้งที่ในตลาด แล้วยังส่งออกต่างประเทศด้วย

เรื่องที่น่ารักอีกอย่างของตลาดแห่งนี้ คือ มีเด็กๆ มีเล่นดนตรีไทยขับกล่อมให้การเดินเที่ยวตลาด มีเสน่ห์ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่เด็กๆ เยาวชนได้มีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ ในเวลาว่าง หรือ เสาร์ อาทิตย์ ดีกว่าไปติดอยู่ร้านเกมส์เป็นไหนๆ

ร้านนี้เป็นอีกร้านที่ต้องไปเยือน ร้านถ่ายภาพศิลป์ธรรมชาติ ที่ยังเปิดบริการรับถ่ายภาพด้วยฟิล์ม แถมมีต้นแบบโปรแกรมโฟโต้ช็อบให้ได้ดูด้วย ใครที่อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ต้องไปร้านนี้เลย เจ้าของน่ารัก ใจดี

คริส เพื่อนรุ่นน้องที่มาจากสิงคโปร์ (แต่เจ้าตัวคนประเทศนอร์เวย์...รึเปล่าหว่า ชักจะลืม) โดนพวกเรายุให้ถ่ายภาพแนวโบราณ โดยแปลงโฉมใส่โจงกระเบน เป็นท่านเจ้าคุณ ถือไม้เท้า ดูขึงขัง ถูกใจเจ้าตัวเป็นอย่างมาก

ออกมายืนหน้าร้าน คนเดินผ่านไปมา นึกว่านายแบบหลงยุค (รองเท้าไม่ได้ใส่ด้วยนะ ลืมทิ้งไว้ที่ห้องแต่งตัว)

ท่าทางให้เป็นเจ้าคุณนะเนี่ย (ไม่ได้ขออนุญาต คริส แต่ว่า คริสคงไม่ว่านะ น่ารักดีค่ะ)

" แฟนเก่า" ........................ เสียงแว่วมาจากกลุ่มของเราเอง  แปลว่า พัดลมเก่า

อาม่าร้านศิลป์ธรรมชาติ น่ารัก ใจดี (อีกแล้ว)

อีกมุมน่ารักของร้านขายโปสการ์ด เจ้าของร้านยังเป็นวัยรุ่น แต่ฝีมือการถ่ายภาพโปสการ์ดไม่ธรรมดา น้องอีกคนที่ไปด้วยบอกไม่ชอบเลย ร้านนี้ ไม่สวย (จริงๆ แล้ว คือ ที่ร้านถ่ายได้ดีกว่าตัวเอง รับความจริงไม่ได้ 55)

ของที่ระลึก สีสันจัดจ้าน

ร้านนี้ใช้ขวดน้ำที่เราดื่มแล้วก็ทิ้งไป มาตัด ทาสี ดัด เป็นโคมไฟดอกลีลาวดีได้สวยงาม น่าชื่นชมกับการดัดแปลงสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วให้มีมูลค่าเพิ่ม (คุณลุงจะโดนลอกเลียนแบบมั้ยเนี่ย)

บ้านขุนจำนงค์จีนารักษ์ บ้านอดีตนายอากรที่อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ชอบตู้เย็นใบนี้ ท่าทางจะเก็บของได้เยอะเลย

ลายกระเบื้องปูพื้นที่บ้านขุนจำนงค์สวยมากๆ

ชอบมุมนี้ น่านั่งจิบน้ำชาเวลาบ่าย (กระเบื้องลายไม่เหมือนกัน แต่สวยอีกแล้ว)

นี่ก็กระเบื้องอีกลาย พื้นกระเบื้องสะอาดๆ เย็นๆ น่านั่งเล่นเย็นๆใจ

ศาลเจ้าเล็กๆ ในตลาด

"Girl in the market "

ชอบรูปนี้ด้วย ขออนุญาตเอารูปลงบล็อกหน่อยนะจ๊ะน้องสาว

ร้านกาแฟโบราณ มาที่นี่เจอแต่คำว่าโบราณ ทองม้วนโบราณ กาแฟโบราณ ดีนะที่ขนมจีบที่ซื้อมาเมื่อกี้ไม่ใช่ขนมจีบโบราณด้วย ไม่รู้เดินตลาดนี้นานๆ หน้าจะโบราณตามไปด้วยรึเปล่า

เดินกันเหนื่อย อาหารที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ข้าวห่อใบบัว ที่ร้านคนแน่น เราก็เลยไม่ตามกระแส ไปทานข้าวอบกุ้งกันแทน ห่อใบตองมาหน้าตาน่าทาน แถมน้ำซุปเปรี้ยวหน่อยแบบต้มยำน้ำใส อืมมม....อร่อยเด็ด

ตามด้วยไอติมเขย่าๆ แบบโบราณ และคนกินก็โบราณ (อีกแล้ว)

ตลาดร้อยปีแห่งนี้ถือเป็นอีกแห่งที่อนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี คนในชุมชนมีอาชีพจากการท่องเที่ยว และผู้คนที่นี่ก็มีน้ำจิต น้ำใจที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้อนรับด้วยความอบอุ่น แถมได้เห็นเด็กๆ มาเล่นดนตรีไทยด้วย ยิ่งทำให้ตลาดแห่งนี้มีสีสันและมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ขนาดชาวต่างชาติที่มาเที่ยวตลาดกับเราด้วยความงงๆ ก็ยังชื่นชอบวิถีชีวิตของไทยเรา ถือเป็นชุมชนตัวอย่างที่น่าชื่นชมและเหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สำหรับใครที่เบื่อทะเล เบื่อห้างซุปเปอร์สโตร์ต่างชาติ ขอแนะนำตลาดสามชุก ร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรีค่ะ

::@@@@@@@@@@ :::

Creditted ข้อมูล http://www.thai-tour.com/thai-tour/Central/Suphanburi/data/place/samchuk.htm

โดย Rosefinchy

 

กลับไปที่ www.oknation.net