วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Nude History ::: Nude Duo เขย่าวงการ ::: ภัสร บุณยเกียร์ติ & สุพรรณี จิตเที่ยง


คงจะไม่มีใครเถียงว่ามนุษย์ทุกคนชอบความสวยงาม คงไม่มีใครชอบดูรูปศพ หรือรูปของความผุผังของสังขารนอกจากท่านที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น เพื่อปลงสังเวช หรือใด ๆ ก็ตาม และย่อมปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าความงามของเรือนร่างนั้น เป็นสามัญที่สุดแล้วของความงาม โดยเฉพาะความงามของสรีระเพศหญิง

ซึ่งเป็นความงามในสองแง่สองง่ามมาตลอด ขึ้นอยู่กับว่าศิลปินผู้นำเสนอจะนำเสนอออกมาในรูปใด ในรูปของการยั่วยุทางกามารมย์ก็จะกลายเป็นการนำเสนอในแง่ "อนาจาร" แต่หากนำเสนอในแง่ของความงามตามธรรมชาติก็จะกลายเป็นการนำเสนอในแง่ของ "ศิลป" ไป แน่นอนที่สุดค่ะ เรา "เลือกเสพ" ได้

สายลมฯ เองก็มิใช่ผู้รู้ที่จะแยกแยะแต่ประการใด แต่ที่นำมานำเสนอนี้เพราะเห็นว่าเป็นความงามตามสรีระร่างกาย ซึ่งปัจจุบันบางท่านยังคงเก็บรักษาไว้ได้อย่างคงทนถาวร ไม่ผุกร่อนไปกับการเวลาได้อย่างน่านับถือ

ศิลปการถ่ายภาพ "เปลือย" ในสมัยก่อนต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่มุ่งถ่ายไปในทางยั่วยุ "อนาจาร" แม้นว่านางแบบบางคนจะงามล่ำงามวาดไม่เหมาะกับการนำเสนอดังกล่าวก็ตาม คิดแล้วเสียดายที่พวกเธอมาเกิดเร็วไปเสียสิบกว่าปี ถ้าเป็นสมัยนี้คงได้มีคนเดือดร้อนกันบ้างไม่มากก็น้อย

กลับมาพูดถึงคู่ Nude Duo ที่เขย่าวงการเสือป่าไทยที่ต้องการการปลุกใจอยู่เป็นนิจ ในช่วงนั้นมีดาราที่คนไทยสมัยก่อนเรียกว่า "ดาวยั่ว" หรือที่เราสมัยนี้เรียกว่า "เซ็กซี่สตาร์" และในขณะที่ "ดาวยั่ว" ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมทั่วไป แต่ "เซ็กซี่สตาร์" กลับได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

อย่างว่านะค่ะ "เวลาเปลี่ยน ..... คนเปลี่ยน"

ไม่พูดพล่ามทำเพลงกันและเอากันคู่แรกเลยและกัน

เพ็ญพักตร์ - ภัสสร

ตามที่ Profile ใน wikipidia ได้ระบุไว้ว่า หนึ่งในบรรดาสามีของ เพ็ญพักตร ศิริกุล ก็คือ ธีรพงษ์ เหลี่ยวรักษ์วงศ์ ตากล้องภาพนู๊ดมือฉมังซึ่งปัจจุบันเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฏหมายของ ฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียร์ติ การถ่ายภาพคู่ครั้งนี้จึงฮือฮากันมาก แต่ด้วยสปิริตของทั้งคู่ภาพจึงออกมาอย่างสวยงามและน่าจดจำ

ในช่วง 10 กว่าปีก่อน ฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียรติเป็นคนหนึ่งที่สวยไม่เป็นรองใคร ด้วยดีกรีอดีตขวัญใจช่างภาพรุ่นเดียวกับพี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ และยังบินไปคว้ามิสอินเตอร์เนชั่นแนล หรือนางงามนานาชาติที่ญี่ปุ่นในปีนั้นๆอีกด้วย

ฮันนี่ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยหลากหลายบทบาททั้งแสดงภาพยนต์ และถ่ายแบบ ภาพยนต์ที่ ฮันนี่เล่นในช่วงเวลานั้นต้องยอมรับว่าไม่ค่อยมีทางเลือกให้กับเธอซักเท่าไหร่นัก อีกทั้งภาพลักษณ์ทีมีข่าวว่าเธอเป็นเด็กของเจ้าพ่อคนดัง ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเธอนั้นเน้นความเซ็กซี่ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมให้ออกมากระจ่างตายิ่งขึ้น

และราวกับเป็นสูตรสำเร็จของดารารุ่นเดียวกัน ฮันนี้ ปรับเส้นทางเดินชีวิตในวงการบันเทิงของเธอเข้าสู่วงการนักร้อง และมีชื่อเสียงโด่งดังกับ อัลบัม "เสือ" ให้กับค่ายคีตาเรคคอร์ด

ลงท้ายด้วยข่าวการสมรสกับตากล้องนู๊ตชื่อดังแห่งยุค ธีรพงษ์ เหลี่ยวรักษ์วงศ์ และมีทายาทด้วยกันทำให้เธอห่างหายไปจากวงการอยู่พักใหญ่ จนสุดท้ายเธอก็กลับมาแสดงละครให้กับช่องต่าง ๆ ในปัจจุบันและต้องยอมรับว่าความงามของเธอแทบไม่ต่างไปจากเดิมเลย แม้นจะงามคมสมวัยมากขึ้นก็ตาม

ในเดือนมีค 2546 แม่เสือสาวได้ออกมาวาดลวดลายช่วยคลายร้อนรับSummer ไปหนึ่งครั้งกับทางนิตยสาร LIBS

เห็นแบบนี้แล้ว ต้องบอกว่าสมแล้วที่เป็นอดีต ขวัญใจช่างภาพ นางสาวไทย 2531 ... นางเอกยอดนิยม ... ดาราตุ๊กตาทอง .... นักร้องเซ็กซี่ซะจริง ๆ

คู่ต่อไปซึ่งพี่ คนโทฯ คนโก้ รอคอยมานานขนาดต้องท้วงติง

เพ็ญพักตร์ ศิริกุล - สุพรรณี จิตเที่ยง....

หนังไทยในยุคนั้นจะออกแนวหนังบู๊ "ระเบิดภูเขา เผากระท่อม" สิ่งที่มากับหนังบู๊ก็คือ ดาวร้าย และ ดาวยั่ว "ดาวยั่ว" ระดับขวัญใจแห่งยุคนั้นคนหนึ่งก็คือ....

"เจ๊อ๋อย" สุพรรณี จิตต์เที่ยง

สุพรรณี จิตเที่ยง ปรากฎโฉมบนหนังสือ "หนุ่มสาว" (ม.ค.2523) คู่แข่งตัวฉกาจของหนังสือ"แมน" มีบรรณาธิการชื่อ "ปกรณ์ พงศ์วราภา" ซึ่งต่อมาหนุ่มสาวก็แปลงร่างมาป็น หนังสือ "GM" ในปัจจุบัน

แต่ว่าความดังของเจ๊อ๋อย แค่ลงหนุ่มสาวเล่มเดียวคงน้อยเกินไป หนังสือ "แมน" ก็เลยจีบสุพรรณีมาขึ้นปกด้วยอีกเล่มนึง

แต่เล่มที่ "ดังค้างฟ้า" คือเล่มที่ถ่ายรูปโดย ช่างภาพหนุ่มรูปหล่อชื่อ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ อัมบั้มรวมภาพเล่มพิเศษในเครือ "หนุ่มสาว" แม้จัดทำเมื่อวัยจะบ่ายคล้อยไปนิด แต่เจ๊อ้อย ยังเซ็กส์ซี่เหมือนเดิม

แต่ที่สร้างความฮือฮาได้ไม่แพ้กันก็เมื่อบริษัทน้ำเมาที่เรา ๆ และท่าน ๆ รู้จักกันดี พาทั้งสองคนนี้มาเจอกันในรูปแบบของปฏิทินประจำปี นั้นคือ "เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และ สุพรรณี จิตเที่ยง"

เจ๊อ๋อยผันตัวเองออกจากวงการดาวยั่วมาในระยะหนึ่งซึ่งดาวต่าง ๆ จรัสฟ้ามากขึ้น หนึ่งในนั้นเธอตั้งวงดนตรีหญิงอันดับต้น ๆ ของประเทศที่รู้จักกันดีคือ "สามบอมส์" ร่วมกับเพื่อนเซ็กซี่บอมส์รุ่นน้อง อันได้แก่ ฉวีวรรณ บุญปรก ทัดทรวง มณีจันทร์ และสร้างวงดนตรี "สามบอมส์ จูเนียร์" ให้เป็นที่รู้จักกันในแนวการร้องเพลงที่ผสานความเซ็กซี่ที่คุณดื่มได้ด้วยสายตา ต่อจากนั้นชีวิตเธอก็โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงอีกพักใหญ่ก่อนจะผันตัวเองไปประกอบกิจการส่วนตัว

นี่คือ หนึ่งในตำนานนู๊ดไทย ที่ฮือฮาเขย่าวงการทีเดียวเชียวหละค่ะ

ปล. พี่ชัย_แม่นอยู่ รอก่อนนะเดี๋ยวขอรวบรวมภาพซักแว๊บบบนูงงงง จะจัดให้ อิอิอิ

ขอบคุณข้อมูลและภาพบางส่วนจาก Internet และ

http://www.cokethai.com

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net