วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความรักที่เราอาจเคยหลงลืมกันไปบ้าง


วันนี้ มีเรื่องดีๆ มาฝาก อีกแล้วค่ะ

เพื่อนๆ ส่งอีเมล์มาให้  อ่านแล้วซึ้งมาเลย ถึงแม้จะมีกลิ่นความเป็นตะวันตกอยู่บ้าง  แต่ถ้าชาวเอเชียหรือคนทไทยอย่างเรา ได้มองเห็นถึงรู้สึกเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในหัวใจเหล่านี้บ้าง  เชื่อว่าความรักในครอบครัวจะสมบูรณ์และอบอุ่นแน่ๆ เลยค่ะ

เมื่อแฟนผมให้ไปออกเดทกับหญิงอื่น' (อ่านน่ะ...ให้จบด้วย... ดีมากจริงจริง)

  หลังจากที่แต่งงานมาได้ 21 ปี  ผมก็ค้นพบวิธีใหม่ในการทำให้ความรักสดใสมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
  เพราะ...วันหนึ่งภรรยาผมบอกว่า ผมต้องออกเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง  มันเป็นไอเดียของเธอล้วน ๆ จริง ๆ นะ
  ' ฉันรู้ว่าคุณรักเธอ' ภรรยาผมพูด
  'แต่ผมรักคุณนี่' ผมเถียง
  'ฉันรู้ค่ะ แต่คุณก็รักเธอคนนี้ด้วยเหมือนกัน'
  ผู้หญิงคนนั้นที่ภรรยาอยากให้ผมไปหา คือ 'แม่' ของผมเอง
  ซึ่งเธอเป็นหม้ายและใช้ชีวิตเพียงลำพังกับสัตว์เลี้ยงมา 19 ปีแล้ว  เนื่องจากงานที่รัดตัว ทั้งเจ้านายและลูกค้าที่ผมจะต้องรับผิดชอบ  และยังมีภรรยาและลูก ๆ ที่ต้องดูแล  ทำให้ผมไปเยี่ยมแม่เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น  ผมตอบตกลงกับภรรยา และขอบคุณที่เธอให้โอกาสเช่นนั้น
  วันที่ผมโทรไปหาแม่ เพื่อชวนท่านออกไปทานข้าวเย็นและดูหนัง
  แม่ถามผมว่า 'มีอะไรหรือ? ลูกสบายดีรึเปล่า?'
  แม่คิดว่าการที่ผมโทรมาหาอย่างกระทันหัน  หมายความว่า มีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น
  ผมตอบแม่ว่า 'ไม่มีอะไรคับ ก็อยากคุยกับแม่ และคงจะดีมาก ถ้าเราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ตามลำพังสองคนแม่ลูกบ้าง ทานข้าวด้วยกันสักมื้อ ดูหนังด้วยกันสักเรื่อง'
  แม่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า 'ได้สิจ๊ะ แม่ยินดีมากเลยจ้ะ' + 'แล้วลูกมีเวลาว่างแล้วเหรอจ๊ะ หยุด  งานได้เหรอ'...
  เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ผมขับรถไปรับแม่ที่บ้าน  ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
  เมื่อผมไปถึงบ้านแม่ ผมก็สังเกตได้ว่า  แม่เองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
  แม่สวมเสื้อโค้ทนั่งรอผมอยู่ในบ้านเรียบร้อยแล้ว  แม่ม้วนผมแล้วสวมชุดที่แม่ใส่ในวันฉลองครบรอบการแต่งงานครั้งสุดท้าย  พลางยิ้มรับผมด้วยใบหน้าที่แจ่มใสราวกับทูตสวรรค์
  แม่บอกเพื่อน ๆ ว่า 'จะออกไปเที่ยวกับลูกชาย'
  แม่พูดขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ เพื่อน ๆ ของแม่ต่างพากันประทับใจยกใหญ่
  เราไปภัตตาคารที่ถึงแม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ดีเยี่ยม  บรรยากาศก็อบอุ่นสบาย ๆ มาก ๆ  ผมวางแผนว่าต้องเป็นร้านในสไตล์ที่แม่ต้องชอบ  แม่ควงแขนผมเดินราวกับว่าเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
  หลังจากที่เรานั่งเรียบร้อยแล้ว  ผมต้องเป็นฝ่ายอ่านเมนูอาหาร
  เพราะแม่บอกว่า 'ตอนนี้สายตาของแม่อ่านได้เพียงตัวหนังสือตัวใหญ่ ๆ เท่านั้น'
  เมื่อผมอ่านเมนูอาหารไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง  จึงหยุดเว้นจังหวะ เพื่อให้แม่ได้เลือกรายการอาหาร
  ผมเงยหน้าขึ้น มองเห็นแม่กำลังจ้องมองดูผมอยู่ด้วยรอยยิ้มระลึกถึงความหลัง
  แม่พูดเปรยขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า
  'ตอนที่ลูกยังเด็ก แม่ต้องเป็นคนอ่าน เมนูให้ลูกฟังหลายรอบ'
  ผมบอกแม่ว่า 'งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ผมจะผลัดเวรให้แม่นั่งฟังสบาย ๆ บ้างแล้ว'
  ในระหว่างมื้ออาหารนั้น  เราคุยกันอย่างถูกคอ - ไม่ใช่เรื่องราวพิเศษอะไร -
  เพียงแต่สลับกันถามว่าชีวิตของเรา  เราคุยกันสนุกมากจนไปดูหนังไม่ทัน
  เมื่อผมไปส่งแม่ที่บ้าน แม่พูดว่า 'แล้วแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกอีกนะ' -
  'แต่คราวนี้ลูกต้องยอมให้แม่เป็นเจ้าภาพนะจ๊ะ'
  'แน่นอนครับ' ผมตอบตกลง
  'ดินเน่อร์เป็นยังไงบ้าง?'  ภรรยาถาม เมื่อผมกลับถึงบ้าน
  'วิเศษมาก ๆ ดีเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้มากเลย'  ผมตอบ
  อีกไม่กี่วันต่อมา แม่ผมเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน  มันเกิดขึ้นกระทันหันมากจนผมช่วยอะไรไม่ทันเลย
  หลายวันต่อมา  ผมได้รับจดหมายพร้อมใบเสร็จจากภัตตาคารที่ผมกับแม่เคยไป  มีโน๊ตเล็กๆแนบมาด้วยว่า...
  'แม่จ่ายค่าอาหารชุดนี้เรียบร้อยแล้ว แม่รู้อยู่แล้วว่าแม่คงไปอีกครั้งไม่ได้ -  แต่... แม่ก็จ่ายสำหรับสองคน คือ สำหรับลูกกับภรรยา - ลูกคงเดาไม่ถูกหรอกว่าวันนั้นมีความหมาย  ต่อแม่มากแค่ไหน,  รักลูกมากจ๊ะ'
  ณ วินาทีนั้น ผมได้เข้าใจถึงความสำคัญของการกล่าวคำว่า ''รัก'  ต่อคนที่เรารัก ในช่วงเวลาที่เค้าต้องการมัน   ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าครอบครัวของคุณ  จงให้เวลากับพวกเค้าในเวลาที่พวกเค้าต้องการคุณ  เพราะสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจผลัดวันประกันพรุ่งได้


  -มีบางคนบอกว่า หลังจากที่คลอดลูกแล้วต้องใช้เวลาพักฟื้นราว 6 สัปดาห์ แม่จึงจะคืนสภาพเดิม
  คนนั้นไม่รู้ว่าหลังจากที่คุณได้เป็นแม่คนแล้ว ไม่มีคำว่าคนเดิมอีกต่อไป
  -บางคนบอกว่า คนเราเรียนรู้การเป็นแม่ได้เองตามสัญชาติญาณ
  คนนั้นไม่เคยพาลูกสามขวบไปซูเปอร์มาร์เกต
  -บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นน่าเบื่อ
 คนนั้นไม่เคยนั่งรถที่ลูกวัยรุ่นขับ หลังจากที่ได้ใบขับขี่มาหมาด ๆ
  -บางคนบอกว่า ถ้าคุณเป็นคนดี ลูกออกมาก็จะดีเอง
  คนนั้นนึกว่าเด็กคลอดออกมาพร้อมกับคู่มือการใช้และใบรับประกัน
  -บางคนบอกว่า แม่ที่ดีไม่ควรขึ้นเสียงกับลูก
  คนนั้นไม่เคยเปิดประตูหลังบ้านออกมา ทันได้เห็นลูกหวดลูกบอลเข้าใส่หน้าต่างครัวของเพื่อนบ้านพอดิบ  พอดี
  -บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นไม่ต้องมีการศึกษาก็ได้
  คนนั้นไม่เคยช่วยลูกที่กำลังเรียน ป.4 ทำการบ้านเลข
  -บางคนบอกว่า แม่รักลูกคนที่ห้าไม่เท่าลูกคนแรก
  คนนั้นไม่เคยมีลูกห้าคน
  -บางคนบอกว่า ช่วงที่ยากที่สุดของการเป็นแม่ คือตอนคลอดและตอนเลี้ยง
  คนนั้นไม่เคยยืนดูลูกขึ้นรถเมลไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก
  ไม่เคยส่งลูกเข้าห้องหอในคืนแต่งงาน
  -บางคนบอกว่า งานของแม่นั้นหมู ๆ ปิดตาสองข้าง หรือมัดมือไว้ข้างหนึ่งก็ยังไหว
  คนนั้นไม่เคยสอนการออกเดินขายขนมให้กับเหล่ายุวนารี
  ที่กระจุ๊กกระจิ๊กคิกคักกันอยู่ตลอดเวลา
  -บางคนบอกว่า แม่เลิกกังวลได้แล้ว หลังจากที่ลูกแต่งงานออกเรือนไป
  คนนั้นไม่รู้ว่าการแต่งงานคือการนำลูกชายหรือลูกสาวคนใหม่เข้ามาอยู่ในสายใยใจของแม่
  -บางคนบอกว่างานของแม่ สิ้นสุดลงเมื่อลูกคนสุดท้ายออกจากบ้านไป
  คนนั้นไม่เคยมีหลานยาย หรือหลานย่า
  -บางคนบอกว่า แม่รู้ดีอยู่แล้วว่าคุณรักท่าน เพราะงั้น ไม่ต้องบอกท่านก็ได้  คนนั้นไม่เคยเป็นแม่คน

  ชอมอบเรื่องดี ๆ เช่นนี้  แด่........ทุกคนที่  'จะต้องเป็นแม่' และทุกคนที่ 'มีแม่'

โดย กระชุ

 

กลับไปที่ www.oknation.net