วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

24 ชม. ก่อนโฟนอิน..หรือก่อนปฏิบัติการขั้นเฉียบขาด !


นับเป็นสถานการณ์ที่ร้อนแรงจนยากที่หยุดมันได้โดยพลันซึ่งมีปัจจัยหลากหลายด้านให้สังคมคิดเป็นเช่นนั้นได้แม้ว่าบางกลุ่มจะออกมาต่อต้าน บางกลุ่มพยามยามจะหยุด บางกลุ่มก็เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่มีใครกล้าการันตีความปลอดภัยของชีวิตพลเมืองของตนเอง แม้กระทั้ง "สมชาย" ผู้เป็นจำเลยสังคมไปโดยปริยาย

ในที่นี้จึงขออนุญาตคัดลอกตอนหนึ่งของบทความของ อ.สำราญ เทพจันทร์(ม.ราชภัฎนครสวรรค์)ซึ่งกระผมเห็นด้วยกับบทความดังกล่าวตีพิมพ์ในมติชนรายวัน ฉบับวันที่ 14 กันยายน 2551 ใจความดังนี้..

..การสถาปนาขึ้นของระบอบทักษิณที่อยากจะขจัดให้สิ้นซากนั้น เกิดขึ้นจากความตกต่ำทางศีลธรรมของคน แต่ถ้าสังเกตให้ดีฐานที่มาของระบอบทักษิณนั้น เป็นคนในภาคการผลิตระดับล่าง โดยเฉพาะภาคการเกษตร

ดังนั้น ถ้าขจัดภาคการเกษตรให้หมดไปไม่ได้ ระงับไม่ให้คนภาคการเกษตรไปโหวตไม่ได้ แม้รัฐบาลตัวแทนของระบอบทักษิณถูกโค่นล้มไปก็ไม่อาจขจัดระบอบทักษิณลงไปได้หมด

ระบอบทักษิณได้ซึมลึกอยู่ในภาคการผลิตของสังคม อันหมายถึงภาคเกษตร ตลอดจนภาคบริการส่วนล่าง เหตุที่เป็นดังนี้เนื่องจากเกิดความไม่สมดุลขึ้นในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ระหว่างภาคการผลิตผู้ขุดคุ้ยเอาทรัพยากรมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ อันเป็นพลังการแลกเปลี่ยน ผู้ถูกทิ้งให้เป็นไปตามยถากรรม กับภาคบริการที่บริโภคมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ภาคการผลิตสร้างขึ้น โดยที่ภาคบริการเข้าถึงการบริโภคอย่างล้ำหน้าทิ้งห่างภาคการผลิต จนเสียความสมดุล

ลองไปสำรวจดูตามมหาวิทยาลัยก็ได้ว่า นักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยแล้วนำความรู้ลงสู่ภาคการเกษตรสักกี่คน แม้วิทยาลัยเทคโนโลยีหรืออาชีวะส่วนใหญ่ก็ผลิตคนออกสู่ภาคบริการ ไม่ใช่ภาคการเกษตรที่เป็นฐานของมูลค่าทางเศรษฐกิจ แม้คนที่จบเกษตรก็ยังไปอยู่ในภาคบริการ การผลิตจึงไม่ได้ยกระดับ

ในระยะที่ผ่านมาระบอบทักษิณได้ทำการชดเชยให้กับภาคการผลิตในรูปของโครงการประชานิยมแบบต่างๆ ทำให้ช่องว่างระหว่างภาคการผลิตและภาคบริการแคบลงแบบปลอมๆ ได้ระยะหนึ่ง คนที่ต่อต้านระบอบเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นคนในภาคบริการส่วนบน

และถ้ายุบสภาคนที่อยู่ในภาคการผลิตก็จะเลือกตัวแทนของระบอบทักษิณกลับมาอีก

เหตุที่เป็นดังนี้ไม่ใช่เพราะประชาชนเห็นแก่เงิน แต่เพราะในการไปโหวตนั้น ประชาชนได้บรรจงใส่ปัญหาของเขาลงไปในการโหวตด้วย ปัญหาจึงไม่ใช่ปัญหาทางศีลธรรม แต่เป็นปัญหาของโครงสร้าง ไม่ใช่ปัญหาว่าประชาชนไม่สามารถตัดสินใจว่าอะไรดีอะไรชั่วได้ถูกต้อง ปัญหาศีลธรรม/คุณธรรมเป็นปัญหาปลอม

แต่เป็นความบกพร่องศีลธรรมของโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความเสื่อมทางศีลธรรมของบุคคล แม้จะเชิญผู้เชี่ยวชาญทางศีลธรรมขึ้นมาปกครองดังการเรียกร้องของคนบางกลุ่ม ถ้าไม่แก้ปัญหาความไร้ศีลธรรมของโครงสร้าง ความไร้ศีลธรรมของบุคคลก็ไม่อาจแก้ได้

ปัญหาความบกพร่องทางศีลธรรมของนักการเมืองหรือของประชาชนจึงเป็นปัญหาปลอม เรากำลังติดอยู่กับปัญหาปลอม จะปฏิรูปการเมืองอีกกี่ครั้งก็เปล่าดายถ้าไม่แก้ปัญหาความสมดุลของโครงสร้าง

ดังนั้น ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่ต้องการกำจัดระบอบทักษิณให้สิ้นซาก กับฝ่ายตัวแทนของระบอบทักษิณ แต่เป็นปัญหาความบกพร่องของโครงสร้างที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายสังกัด

การก้าวข้ามปัญหาจริง ไปยึดติดปัญหาปลอม เป็นอันตรายต่อศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่างยิ่งยวด เพราะนักศีลธรรมไม่ได้กินความจริง แต่กินข้าวและผัก ที่ผู้ผลิตได้ใส่มูลค่าการแลกเปลี่ยนลงไปด้วย มูลค่านั้นไม่ได้เป็นพาหนะนำไปสู่สัจธรรม แต่เป็นสิ่งที่ค้ำจุนโครงสร้างสังคมที่กำลังผุกร่อนนี้ไว้

และกำลังจะโค่นลงมาทับเราทุกคนในเร็ววัน..

ตอนหนึ่งของบทความข้างต้นหวังให้ประชาชนคนไทยหรือผู้มีส่วนรับผิดชอบไม่ว่าด้านใดนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการริเริ่มแก้ไขรากเหง้าแห่งปัญหาซึ่งโดยส่วนตัว เชื่อว่าเป็นทางออกแห่งวิกฤติ และก่อนจะนองเลือดในระยะเวลาอันสั้น  และก่อนที่ลูกหลานในอนาคตจะถามว่าคุณทำอะไรไว้บ้างในแผ่นดิน !

โดย ต้นไม้(ไชยสุภา)

 

กลับไปที่ www.oknation.net