วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แค่ครั้งแรกกับ OK Nature....ก็ โอเค๊ โอเค


เช้าวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ถนนนิคมอุตสาหกรรมบางพลี รถยังติดหนึบแบบไม่ขยับ กว่าหนึ่งชั่วโมงที่นั่งแกร่วอยู่ในรถ ทั้งที่เวลาใกล้จะเคารพธงชาติเต็มที ฉันนั่งมองนาฬิกา พลางชั่งใจว่าจะไปร่วม "งานเสวนา และให้ความรู้เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พศ.2504 และระเบียบ อช.2547 "  ดีหรือไม่น๊อ???

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะได้เจอะเจอเหล่า Blogger ที่เคยรู้จักผ่านงานเขียน รูปถ่ายและเรื่องราวต่างๆ ที่แต่ละคนเล่าเรื่องราวต่างๆ กันไว้ในบล็อกเท่านั้น งานเสวนาเริ่มลงทะเบียนตอน 8.30 น. แต่เวลานี้ 8.12 น. ฉันยังไม่ถึงถนนบางนา-ตราด กม. ที่ 23 ด้วยซ้ำ ครั้งแรกก็จะสายซะแล้วหรือนี่เรา  ฮืออออ.... ฉันคิดในใจ

มิหนำซ้ำ ถนนที่กำลังปรับปรุง ดินสีส้มเหมือนสีดินลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อเล็ก บ่อใหญ่ เนื่องจากน้ำหนักรถที่วิ่งออกจากนิคมฯ ตั้งแต่มอเตอร์ไซด์ รถเก๋ง รถสองแถว รถกระบะรถส่งของ รถหกล้อ สิบล้อ (คนละสิบล้อวงดนตรีน้องฮิวโก้) ยันไปถึงหัวลากที่ลากตู้คอนเทนเนอร์ที่มีน้ำหนักกว่า 20  ตัน ต้องวิ่งผ่านไฟแดงกลางนิคมฯ ที่เละเทะจากฝนที่ตกหนักกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้รถทุกคันต้องชลอความเร็วและโขยก เขยก ไปบนเนินดินที่นำมาถมก่อนถึงสี่แยกไฟแดง เดิมสี่แยกไฟแดงนี้ก็เป็นที่เข็ดหลาบของคนที่เข้ามาอยู่แล้ว ยิ่งมีเนินเดินมาขวางไว้อีก นับเป็นความสาหัส อดทน และใช้เวลายาวนานกว่าจะผ่านพ้นไปได้

เวลานั้นใจอยากจะกลับรถกลับไปหาแม่ที่ชลบุรีซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่หันมาเห็นขนมชิฟฟอนเค้กสองกล่องเจ้าอร่อยจากแปดริ้ว นั่งอยู่ข้างๆเรา ที่ตั้งใจจะนำไปช่วยเป็นของว่างของงานเสวนา เอาน่ะ ฉันตัดใจไม่กลับรถ ไหนๆ ก็ตั้งใจไปแล้ว สายหน่อย สมาชิก OK Nature เราคงพอให้อภัย ประจวบเหมาะกับรถเริ่มขยับตัวได้ และผ่านสี่แยกไฟแดงอันสาหัส สำนักงานกลางคริสเตียน เป็นจุดมุ่งหมายที่ต้องไปให้ถึงเร็วที่สุดของเช้าวันนี้

ตัวการป้องกันการเบี้ยว ชิฟฟอนเค้ก จากเมืองแปดริ้ว

ณ สำนักงานกลางคริสเตียน เชิงสะพานหัวช้าง เมื่อจอดรถท่ามกลางสวนที่มีต้นไม้ร่มรื่น ในใจแอบคิดชมคนจัดหาสถานที่ได้ว่า ร่มรื่น เขียวขจี สมกับหัวข้องานเสวนาซะยิ่งนัก ยิ่งพอได้ร่วมเสวนา พร้อมทั้งฟังข้อคิดเห็นจากหลายๆ ท่าน ยิ่งรู้สึกดีใจลึกๆ ว่าอย่างน้อย ลูกหลานของเราในอนาคต คงจะยังได้เรียนรู้ ได้เห็นป่าจริงๆ ที่ไม่ใช่จากรูปภาพ หรือ แค่เรื่องเล่า เท่านั้น

เนื้อหาสาระ เหล่าท่าน Blogger ได้เขียนไว้หลายๆ ท่าน ตาม Link ด้านล่าง แต่เนื่องจากไม่ถนัดเรื่องกฎหมายสักเท่าไหร่ จับใจความได้ ก็ได้เฉพาะที่เข้าใจ(เอง) จะเผยแพร่ไป ก็เกรงจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดไป ก็ขอแนะนำให้ติดตามจาก Blogger ด้านล่างค่ะ (ตกของท่านใดไป ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ค่ะ)

ข้อมูล ความรู้เพิ่มเติม และภาพบรรยากาศ ของงานเสวนาค่ะ

Blogger PooK : อุทยานแห่งชาติ มรดกทางธรรมชาติสุดท้าย ที่เราควรเก็บไว้ให้ลูกหลานhttp://www.oknation.net/blog/pook17/2008/11/03/entry-5

Blogger คนโทใส่น้ำ : OK Nature...ยังไม่โอเคhttp://www.oknation.net/blog/konto/2008/11/02/entry-2

Blogger Vickie .. สัญญาประชาคม OK NATURE   http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/11/01/entry-1

Blogger ChaiManU ..OK NATURE  กับการประชุมที่ไรสาระ 

:http://www.oknation.net/blog/chaimanu/2008/11/02/entry-1

Blogger RedRibbins.. OK Nature : OK ....OK http://www.oknation.net/blog/redribbons07/2008/11/02/entry-1

Blogger พิไชยอินทรา หัวเรือใหญ่ด้านกฎหมายของชาว OK Nature

อุทยานแห่งชาติกับป่าสงวนอะไรสำคัญกว่ากัน  :http://www.oknation.net/blog/naturelaw/2008/10/22/entry-2 

กฎหมายกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ http://www.oknation.net/blog/naturelaw/2008/10/21/entry-2

คำนิยามของ "อุทยานแห่งชาติ"

http://www.oknation.net/blog/naturelaw/2008/10/17/entry-5

และอีกมายมายค่ะ http://www.oknation.net/blog/naturelaw รับรองไม่ผิดหวัง

จากการเสวนาครั้งนี้ถูกใจกับประโยคนึง ที่ Blogger พิไชยอินทรากล่าวไว้ได้ตรงใจมากๆ นั่นก็คือ (อาจจะไม่ตรงทุกคำ แต่จับใจความได้ว่า)

"ถ้าเรายังรักษาอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดตอนนี้ ไว้ไม่ได้

ก็อย่าหวังว่า เราจะรักษาธรรมชาติอย่างอื่นไว้ได้อีกเลย "

ขอนำภาพเหล่านี้ มาลงอีกสักครั้ง จะได้ตระหนักว่า ยิ่งเราเข้าไปพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสภาพในอุทยานแห่งชาติมากเท่าไหร่ เราก็มีแต่จะเสียหายมากขึ้นเท่านั้น และความเสียหายนั้น คงไม่สามารถนำมาเทียบได้กับจำนวนเงินใดๆ

สัตว์ป่าที่ต้องตายไปจาก รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูง จากถนนที่สร้างใหม่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 เพื่อความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว จะกลายเป็นสุสานของมัน

เจ้าลิงน้อย ที่คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวที่ชินกับนักท่องเที่ยว ที่ใจดี (โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์) หยิบยื่นอาหารให้ระหว่างทาง แต่วันที่โหดร้ายนี้ รถที่วิ่งผ่านมา คงรีบไปธุระที่ไหน หรือ อาจจะอยากเทสต์รถบนถนนใหม่ๆ จึงไม่สนใจเจ้าลิงน้อย ที่คิดว่า คนในรถจะใจดีหยิบยื่นอาหารมาให้........แต่นั้นกลับกลายเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

เจ้าเม่นที่ออกมาหาอาหารกลางคืน ก็โชคร้ายขณะที่มันหาอาหารตามธรรมชาติ

แม้ว่าภาพต่างๆ จะเป็นภาพการสูญเสียจากการใช้อุทยานแห่งชาติที่ยากต่อการควบคุม แต่มันเทียบไม่ได้กับการให้สัมปทานอุทยานแห่งชาติ ที่คงไม่มีใครกล้าพูดได้ว่า จะไม่มีชีวิตที่สูญเสียไปจากการใช้ประโยชน์การใช้สิทธิครอบครอง และที่สำคัญ ระบบนิเวศ ที่จะต้องสูญเสียไป เงินจำนวนมากเท่าใดก็คงไม่สามารถเรียกร้องความสมบูรณ์ของระบบนิเวศตามธรรมชาติกลับมาได้

 

ใครจะรับประกันได้ว่า น้ำตก ลำธาร แหล่งน้ำตามธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิตของพืชและสัตว์ จะยังคงสภาพเดิม??????

มีใครเคยถามเจ้านกเงือกบ้างว่า พวกมันอยากได้ต้นไม้ที่เป็นที่อยู่ของมัน หรือ อยากได้โรงแรมห้าดาว รีสอร์ตที่แสนสุขสบาย?????

เจ้าเก้งน้อย จะอยากได้ทุ่งหญ้าระบัด หรือ ทุ่งหญ้าญี่ปุ่นตัดเรียบสวยงาม มีใครเคยถามหรืออยากรู้บ้าง????? หรือเสียงของความต้องการเงินดังเกินกว่าจะได้ยินอะไร

เราจะมีโอกาสได้เห็น ได้ศึกษารอยเท้าจริงๆ ของสัตว์ตัวน้อยนี้ในอุทยานแห่งชาติหรือไม่ หากเกิดเสียงดัง ไฟสว่าง จากการก่อสร้างโรงแรมหรูา

เด็กๆ (ทีไม่ใช่ลูกเศรษฐี) จะมีโอกาสได้เห็นกิ้งกือตัวเป็นๆ กลางป่าเขาใหญ่ หรือไม่ หากต่อไปการเข้าไปท่องเที่ยวเขาใหญ่จะกลายเป็นการท่องเที่ยวที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ที่พักราคาสูง

ผู้ใหญ่มนุษย์เงินเดือน(อย่างเราๆ ) จะมีสิทธิ์ได้เดินศึกษาธรรมชาติได้หรือไม่ หากการเข้าท่องเที่ยวอุทยานมีค่าใช้จ่ายสูง ในขณะที่รายได้จากเศรษฐกิจในปัจจุบันมีแต่ลดลง  คงได้แต่เดินตากแอร์ในซุปเปอร์สโตร์จากต่างชาติแค่นั้น เพราะเอกชนมีสิทธิ์ในการกำหนดอัตราค่าบริการท่องเที่ยวภายในอุทยานเพื่อบรรลุจุดคุ้มทุนให้ได้เร็วที่สุด

หรือจะมีเอกชนรายใด ที่ต้องการรับสัมปทานเพื่อเป็นสาธารณะโดยไม่ต้องการกำไร ใครก็ได้ช่วยตอบที ??????

ท้ายสุดแต่ไม่สุดท้ายของเรื่องนี้ อยากฝากประโยคนี้ไว้(เผื่อว่าตาใครบางกลุ่มจะได้เห็นอะไร รับรู้อะไรบ้าง....)

" ประโยชน์ที่แท้จริง ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอยากได้จากอุทยานแห่งชาติ คือ การที่ธรรมชาติยังคงอยู่กับเราต่อไปถึงลูกหลาน  เพือเป็นสถานที่ศึกษา และความรื่นรมณ์  ไม่ใช่รายได้ที่จะเข้ารัฐ เพราะสิ่งนั้น ไม่รู้ว่าจะมีประชาชนสักกี่คนที่ได้ใช้มัน "

####################

ปล.ขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ เจ้าของบล๊อกที่ได้นำมาประกอบ Entry นี้ และขอขอบคุณและให้กำลังใจสมาชิก OK Nature ทุกท่าน กับการเริ่มต้นครั้งนี้ค่ะ  ดีใจจริงๆ ที่ไม่ได้เบี้ยว !!

::Rosefinchy::

โดย Rosefinchy

 

กลับไปที่ www.oknation.net