วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

....กระจกใกล้ทองคำ...



 


นานมาแล้วผู้เขียนเคยอ่านเจอในหนังสือเรียนมัธยมเล่มหนึ่ง
เขาบอกว่า

"กระจกที่อยู่ใกล้ทองคำ ก็พลอยได้รับแสงจากทองคำไปด้วยฉันใด
คนที่อยู่ใกล้นักปราชญ์ ก็จะพลอยได้รับความรู้จากนักปราชญ์ไปด้วย ฉันนั้น"

คำพูดนี้ ผู้เขียนอาจจำมาไม่ตรงต้นฉบับเสียทีเดียว แต่ว่าประมาณนี้แหละ

ไม่คิดว่า คำพูดดังกล่าวนั้น จะยังถูกเก็บไว้ในหยักสมองได้นานขนาดนี้
เพราะนับเวลาตั้งแต่ปีนั้นจนบัดนี้ก็ล่วงมาได้ยี่สิบปีกว่าแล้ว

ในบ้านเมืองของเรานั้น มีบุคคลหลายคนที่ได้รับยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์
เป็นผู้รู้ เป็นบัณฑิต ซึ่งท่านที่ได้รับยกย่องเหล่านั้น
ไม่ใช่ว่าท่านได้รับยกย่องเพราะลูกศิษย์ลูกหา
หากแต่เป็นการยกย่องของนักปราชญ์ด้วยกัน
กว่าที่ท่านจะได้รับ "การยอมรับ" ว่าเป็นปราชญ์นั้น
ก็ไม่ใช่ ใช้เวลาข้ามคืน แต่ว่า บางท่านได้ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเลยทีเดียว
เพื่อเพาะปลูกความเป็นปราชญ์ให้แก่ตนเอง
บางท่าน มีความเพียรมากเป็นพิเศษ
มีพรสวรรค์เป็นพิเศษ ก็ได้รับยกย่องว่าเป็นปราชญ์แต่วัยเยาว์
เช่น ท่านศรีปราชญ์ ที่ได้รับราชการใกล้ชิดพระยุคลบาทแต่วัยเยาว์
เพราะความเป็นปราชญ์ด้านกวีนิพนธ์  เป็นต้น

แต่วันนี้จะไม่เล่าถึงนักปราชญ์ในชาติเดียวกันกับพวกเรา
หากแต่จะนำชีวิตของนักปราชญ์ชาติอื่นมาเล่า เป็นตัวอย่าง

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1791 วันที่ ๒๒ กันยายน
ได้มีเด็กคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในเมืองนิวอิงตัน เซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ
เป็นลูกคนที่สามของครอบครัว มีพี่น้องร่วมอุทรอีกเก้าคน
พ่อเป็นช่างตีเหล็ก ฐานะทางบ้านยากจนมาก
ด้วยความยากจนทำให้เขาขาดโอกาสทางการศึกษาที่เพียงพอ
ความสามารถจึงได้ทำได้เพียงอ่านออกเขียนได้เท่านั้น

อายุ ๑๓ ปี เขาเริ่มฝึกงานเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์

และฝึกงานเย็บปกหนังสือและซ่อมหนังสือ
อาศัยที่เขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ

โดยเฉพาะจากหนังสือต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์คนก่อนๆ เขียนไว้
นอกจากชอบอ่านแล้ว

เขายังหาโอกาสไปการบรรยายทางวิทยาศาสตร์ตามสถานที่ต่างๆเสมอๆ
และทำการจดบันทึกสิ่งที่ได้ฟังนั้นไว้อย่างละเอียดและเข้าเล่มเก็บไว้

คนจริงใจมักจะเห็นผลแห่งความจริงในเรื่องนั้นๆของเขาเอง
และโชคดีมักจะมาเข้าข้างคนจริงใจเข้าสักวันจนได้

ต่อมา ในปี ๑๘๑๒  ซึ่งถือว่าเป็นปีที่เป็นจุดเปลี่ยนแห่งชีวิตของเด็กคนนั้น

ลูกค้าที่มาจ้างเขาซ่อมหนังสือคนหนึ่งเห็นเขาสนใจอ่านหนังสือ
และสนใจฟังการบรรยายของนักวิทยาศาสตร์
จึงได้มอบบัตรเข้าฟังการบรรยายของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังคนหนึ่งไว้ให้
การบรรยายครั้งนั้น จัดขึ้นที่ราชสมาคม
เด็กหนุ่มคนนั้นก็ไปเข้าฟังตามวันเวลาดังกล่าว

หลังจากฟังการบรรยายของนักวิทยาศาสตร์ท่านนั้นจบ
เขาก็จดรายละเอียดที่ได้จากการฟังบรรยายไว้อย่างดี
กลับถึงบ้านเขาก็นำมาคัดลอก เรียบเรียง วาดภาพประกอบ
ทำให้เป็นหนังสือทำมือเล่มหนึ่งทีเดียว
เสร็จแล้วเขาก็นำหนังสือเล่มนั้น
เดินทางไปสมัครงานกับนักวิทยาศาสตร์ท่านั้น

หลังจากอ่านดูหนังสือที่เด็กหนุ่มคนนั้นเรียบเรียง
นักวิทยาศาสตร์ท่านนั้นก็เกิดความประทับใจอย่างยิ่ง
เพราะเขาจดบันทึกสิ่งที่ท่านบรรยายไว้ดังอย่างละเอียดและถูกต้องทุกประการ
และตกลงรับเด็กหนุ่มคนนั้นไว้ทำงาน โดยให้เป็นผู้ช่วยในปีถัดมา

งานในช่วงแรกๆของเขา คือ การทำความสะอาดอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์
และเป็นเลขาฯไปในตัว ค่าจ้างที่ได้รับ คือ วันละ ๒๕ ชิลลิ่ง
ซึ่งเป็นค่าจ้างที่น้อยกว่า ตอนที่เขาทำงานที่ร้านหนังสือเสียอีก
แต่ว่า เงินค่าจ้างไม่ได้สำคัญต่อเขาเท่ากับการทดลองทางวิทยาศาสตร์
ของนายจ้างของเขาเลย  ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเอาใจใส่ สังเกตการทดลอง
ของนายจ้างอย่างดีทุกครั้ง ทำอย่างสนใจจริงจัง

เขาติดตามนายจ้างไปยังที่ต่างๆ ประเทศต่างๆ ในยุโรป
และได้รับการแนะนำจากนายจ้างให้รู้จักกับบุคคลสำคัญ
และนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญๆหลายคนด้วยกัน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นนายจ้างของเขา ถูกถามว่า


"ท่านค้นพบอะไรบ้างจากการเป็นนักวิทยาศาสตร์?"


นักวิทยาศาสตร์ท่านนั้นตอบว่า


"สิ่งที่ผมค้นพบก็คือเด็กหนุ่มที่ติดตามผมคนนี้แหละ"

เด็กหนุ่มคนนั้น ติดตามนายจ้างไปได้ ๒ ปี ก็เดินทางกลับ
เมื่อกลับมาเขาได้ขั้นเงินเดือนเพิ่มขึ้นอีก สัปดาห์ละ ๓๐ ชิลลิ่ง

ต่อมาเขาก็เริ่มเขียนสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากนายจ้างมาเป็นบทความ

และรายงานทางวิทยาศาสตร์
เขาเป็นคนริเริ่มจัดตั้งให้มีสมาคม

สำหรับใช้เป็นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้ที่สนใจวิทยาศาสตร์

ความรักของเขามีมาในช่วงนี้เอง เขารักและแต่งงานกับลูกสาวช่างเงิน
ชื่อ ซาราห์ เบอร์นาด

ความสนใจในทางวิทยาศาสตร์ของเขาไม่ได้หยุดนิ่ง มีแต่เพิ่มมากขึ้น
เขาสนใจเรื่องของแม่เหล็กไฟฟ้า และสามารคค้นพบเส้นแรงแม่เหล็ก
ต่อมา ปี ค.ศ. ๑๘๒๓ เขาค้นพ้นวิธีการทำเหล็กกล้า โดยใช้เหล็กผสมกับนิเกล
มีความทนทานและไม่เป็นสนิม ซึ่งเราเรียกเหล็กประเภทนี้ว่า "เหล็กสเตเลส"

ปี ค.ค. ๑๘๒๕ เขาค้นพบสารประกอบเบนซิน พบการทำให้คลอรีนเป็นของเหลว
มีศัพท์บัญญัติจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับการแยกสารละลาด้วยไฟฟ้า
ที่เขาเป็นคนบัญญัติขึ้นมาใช้ เช่น

Electrolysis หมายถึง การแยกสารละลายด้วยไฟฟ้า
Electrolyte หมายถึง สารละลายที่ไฟฟ้าสามารถผ่านได้
Electrodes หมายถึง ขั้วไฟฟ้า
Cathode หมายถึง ขั้วลบ
Anode หมายถึง ขั้วบวก
Ion (ไอออน) หมายถึง อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
จากการค้นพบนี้ เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการทดลอง

ปี ค.ศ. ๑๘๓๑ เขาทำการทดลองสิ่งที่สนใจอย่างหนึ่ง
การทดลองครั้งนี้ทำให้เขาค้นพบ กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ
ซึ่งเป็นกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากการเคลื่อนที่ตัดกันของสนามแม่เหล็กกับขดลวดเท่านั้น
ถ้าหยุดเคลื่อนที่กระแสไฟฟ้าก็หายไป
และนี่คือ แนวทางในการสร้างไดนาโม และการสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
เครื่องแรกของโลกในเวลาต่อมา โดยที่ไม่ต้องใช้ปฏิกิริยาทางเคมี
หากแต่ใช้พลังงานกลแทน

ความยิ่งใหญ่และความสำเร็จในชีวิตของคนเรา
มักได้มาเพราะคุณสมบัติ ๔ ประการด้วยกัน คือ

๑. ความรัก ความเต็มใจเรียนรู้และทำในสิ่งที่ใฝ่ฝัน
๒. ความไม่ระย่อท้อทอยเสียกลางคัน กับสิ่งที่รักนั้น
ชนิดเอาชีวิตเข้าแลก กัดไม่ปล่อย
๓. ความตั้งใจจริงกับสิ่งที่รักนั้น
๔. ความเข้าใจ สอบสวน คิดพิจารณาสิ่งที่กำลังทำนั้นตลอดเวลา

ในปี ค.ศ. ๑๙๓๓ อดีตเด็กหนุ่มนักซ่อมหนังสือเก่าๆ ส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้าน
และเป็นภารโรงให้กับนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังคนหนึ่ง

ก็ได้รับแต่งตั้งจาก ราชสมาคม (สมาคมนักปราชญ์ในสมัยนั้น)

ให้เป็น ศาสตราจารย์ ประจำวิชาเคมี

โดยได้รับเงินเดือนประจำตำแหน่ง ๑๐๐ ปอนด์ต่อปี
และเพิ่มเป็น ๓๐๐ ปอนด์ในเวลาต่อมา

ชีวิตของเขาคร่ำหวอดกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์
อุทิศตนเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
ในประเทศของเขา จนกระทั่งถึงวันที่ ๒ สิงหาคม ๑๘๖๗
ร่างกายของเขาก็หยุดทำงาน วิญญาณก็หยุดทำงานตาม
และจากโลกไปด้วยวัย ๗๖ ปี
ทิ้งผลงานอันยิ่งใหญ่ไว้คู่กับโลกให้อนุชนได้ศึกษารุ่นแล้วรุ่นเร่า

ในกลุ่มที่ศึกษาประวัตินักวิทยาศาสตร์ในอดีต ไม่มีใครไม่รู้จัก

"ไมเคิล ฟาราเดย์"
ภารโรง เลขาฯ และคนใกล้ชิดตามของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่ชื่อว่า

"เซอร์ ฮัมฟรี่ย์  เดวี่"


โลกรู้จักกระจกที่มีชื่อว่า "ไมเคิล ฟาราเดย์"
เพราะความที่เขาอยู่ใกล้ทองคำอย่าง "เซอร์ ฮัมฟรีย์ เดวี่"


...มนพล...

๒  พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ขอบคุณภาพประกอบ

 http://www.rare-earth-magnets.com/images2/michael_faraday.jpg

http://www.creationism.org/books/TaylorInMindsMen/TaylorIMMmnMichaelFaradayM.jpg

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net