วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ศรีไพร ใจพระ ( 62 )


เก่งกาจ จงใจพระ หรือ ศรีไพร ใจพระ ( เดิมชื่อ ไพฑูรย์ ภัทรเลาหะ ) เกิดเมื่อปี 2481 เป็นชาว อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ครอบครัวมีเชื้อสายจีน โดยมีอาชีพค้าขาย ที่บ้านเป็นร้านวัสดุก่อสร้าง เขาจบการศึกษาระดับ ปวส.บัญชี

แต่ศรีไพร ใจพระ มีนิสัยชอบร้องรำทำเพลงและการแสดง จึงได้มาอยู่กับวงดนตรีจุฬารัตน์ของมงคล อมาตยกุล โดยทำหน้าที่พิธีกรและนักร้องเป็นหลัก แต่ได้บันทึกเสียงอยู่เพลงเดียวชื่อสาวตำข้าว แต่ศรีไพร ใจพระ มีชื่อเสียงทางด้านการจัดรายการวิทยุ และมีรายการให้จัดวันละหลายชั่วโมง

ช่วงที่เขาเริ่มจัดรายการวิทยุเมื่อปี 2504 นั้น ศรีไพร ใจพระก็เริ่มดูหมอเป็นแล้ว เพียงแต่ความดังทางด้านดนตรีและภาพยนต์มาบดบังความสามารถในเรื่องนี้ลงไป

ระหว่างที่อยู่ในวง ได้พบรักกับบุปผา สายชล นักร้องหญิงในวงคนหนึ่ง ที่มักมาปรึกษาหารือปัญหาชีวิตอยู่เป็นประจำ ต่อมาจึงตกลงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และหอบหิ้วกันออกมาจากวงจุฬารัตน์ มาตั้งวงดนตรีของตัวเองชื่อ กระดิ่งทองในปี 2508 เพื่อผลักดันบุปผา สายชล จนโด่งดังสมใจ ทั้งในเรื่องงานเพลงและงานแสดง เมื่อบุปผามีเพลงฮิตมากมายหลายเพลง และได้แสดงหนังหลายเรื่อง

ทั้งบุปผา สายชล และศรีไพร ใจพระ มาโด่งดังอย่างสุดๆ จากการร่วมแสดงในภาพยนตร์ลูกทุ่งระดับอภิมหาอมตะอย่างมนต์รักลูกทุ่ง ปี 2513 โดยบุปผา สายชล รับบทเป็นบุปผา ส่วนศรีไพร ใจพระ รับบทเป็นไอ้แว่น

ศรีไพร ใจพระก็ยังได้สร้างนักร้องชายประดับวงการลูกทุ่งอีกคน นั่นก็คือบรรจบ เจริญพร คนชลบุรี บ้านเดียวกับบุปผา สายชล ที่บุปผาไปชักชวนมาจากวงรำวงชื่อดัง บรรจบ เจริญพร โด่งดังทันทีในเพลงแรกที่บันทึกเสียง นั่นก็คือ “ อย่าเดินโชว์ “

ส่วนศรีไพร ใจพระ ก็ได้เพลงตลกๆ จากครูไพบูลย์หลายเพลง ทำให้พอมีชื่อเสียงทางด้านงานเพลงบ้างพอสมควร
ต่อมาชีวิตครอบครัวของทั้งสองมีปัญหา เลยตกลงหย่าร้างกันไปในปี 2517 โดยที่ไม่มีลูกด้วยกัน

จากนั้น ศรีไพร ใจพระ ที่บอกว่าเบื่อวงการบันเทิง ก็ได้หันไปจับงานธุรกิจจัดหาแรงงานไปต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง) และทำเครื่องสำอางค์ขาย ( ครีมหงส์ทอง ) รวมทั้งศึกษาเรื่องโหราศาสตร์อย่างจริงจัง แต่ในปี 2519 เขาค้นพบเพชรเม็ดงามอีกเม็ดในระหว่างการจัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ก็เลยกลับเข้าสู่วงการลูกทุ่งอีกครั้งด้วยการตั้งวงดนตรีให้กับหงษ์ทอง ดาวอุดร ควบคู่ไปกับการทำภาพยนตร์จนทั้งหงส์ทอง ดาวอุดร และหนังของเขา ขายดิบขายดี
ต่อมาในปี 2530 ได้เปลี่ยนชื่อ และนามสกุลเป็นเก่งกาจ จงใจพระ  และหันมาทำงานเป็นหมอดูเพราะศึกษาด้านโหราศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็นหมอดูชื่อดัง และมักทำนายเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง และผู้นำประเทศ โดยเริ่มงานครั้งแรกด้วยการเป็นคอลัมนิสต์โหรการเมืองในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ปี 2518 จนได้รับสมญาว่าเป็นโหรการเมือง


เขาให้เหตุผลของการเปลี่ยนชื่อตามแบบหมอดูของเขาว่าชื่อศรีไพร ดีสำหรับวงการบันเทิง ส่วนเก่งกาจ ดีสำหรับการเป็นหมอดู

นอกจากเรื่องการดูหมอ ถึงขนาดเปิดบริษัทรับดูหมออย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว เขายังเคยทำธุรกิจสโมสรสุขภาพและบ้านจัดสรรด้วย

ปัจจุบันเป็นพิธีการรายการ " นายมั่ง นายคง คนสองยุค " โดยใช้ชื่อว่า " นายคง " ออกอากาศทางเคเบิ้ลทีวีช่อง TTV 2 นอกจากนั้นก็ยังมีรายการทำนายดวงชะตาในเคเบิ้ลทีวีประเภทเพลงลูกทุ่งด้วย

เมื่อปีที่แล้วมีข่าวว่าธนาคารกสิกรไทยยื่นฟ้องล้มละลาย เพราะมีหนี้สินล้นพ้นตัวนับล้านบาท ศาลจึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
 

เอาเพลง " ยมบาลแถลงการณ์ " มาให้ฟังกันครับ เพลงนี้ร้องแก้ "ยมบาลเจ้าขา " ของบุปผา สายชล ที่แต่งโดยไพบูรณ์ บุตรขัน

โดย คันทรี่แมน

 

กลับไปที่ www.oknation.net