วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมืองตรังบ้านหลังที่ 2 (ใครบางคนกับวันเวลาที่อยู่แต่สวน)


เมืองตรังบ้านหลังที่2(ใครบางคนกับวันเวลาที่อยู่แต่สวน)

                ก้าวแรกที่ลงรถไฟยังสถานีตรัง  ความอบอุ่นคุ้นเคยก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  บนความวุ่นวายของผู้มารับและผู้มาเยือน  ฉันเอ่ยคำร่ำลาพี่สาวคนสวย  เพื่อนร่วมเดินทางในค่ำคืนอันยาวนาน  เธอมีน้องชายมารับ  ทั้งพี่ทั้งน้องดูเริงร่าน่ารักในยามที่ได้พบหน้ากัน  ก่อนเดินจากก็ยังไม่วายหันมาโบกมือให้คนผ่านทางอย่างฉันได้รู้สึกดี    .... สุดทางที่ทุกคนต้องต่างคนต่างไป

                ฉันยืนเก้ ๆ กัง ๆ รอใครบางคนที่ไม่เคยพบหน้ามารับยังสถานที่นัดหมาย  และแล้วเราก็ได้พบกัน  ชายหนุ่มมุสลิมช่างพูด  ใจดี แบกกระเป๋าพาฉันไปขึ้นรถ  ระหว่างทางเขาที่ฉันเรียกว่าพี่เล่าให้ฟังว่าเคยไปกรุงเทพฯ ประมาณ 4 ครั้ง  ฉันนั่งขำอยากจะบอกว่าใน 1 ปี  ฉันอาจจะมาเมืองตรังมากกว่านี้ด้วยซ้ำ  พี่ชายเล่าต่อไปว่าส่วนใหญ่จะอยู่แต่สวน  ทำแต่สวน ทำให้ฉันนึกถึงสหายบางคนที่มักพูดถึงเรื่องอยู่แต่สวนให้ฟัง (อยู่แต่สวน เป็นภาษาใต้ หมายถึง อยู่คนเดียว) ฉันจึงเรียกพี่ชายคนนี้ว่า  พี่อยู่แต่สวน

                การมาเมืองตรังครั้งนี้  ฉันได้พักที่บ้านริมคลองนางน้อย ของมิตรสหายผู้อารี  ที่หยิบยื่นน้ำใจให้เสมอทุกครั้งที่มาเยือน  ส่วนพี่อยู่แต่สวนนั้น  เราต้องร่ำลากันชั่วคราวเพื่อจะพบกันในตอนเย็นอีกครั้ง

                เมื่อมีเวลาว่างฉันและสหายได้ชวนกันไปดูสถานที่พักเก่าแก่ คือโรงแรมตรังพลาซ่าที่ปิดตัวลงไปได้สักระยะหนึ่งบอกตรง ๆ ว่าใจหายที่เห็นประตูถูกปิดตายด้วยโซ่เส้นใหญ่ เราได้พบคุณลุงที่เฝ้าอยู่แถวนั้น  จึงทราบสาเหตุของการปิดตัวลง  ซึ่งเป็นเหตุผลทางธุรกิจของเขาแต่สำหรับเราผู้มาเยือนยังคงมีภาพดี ๆ มากมายที่มิอาจจางหายไปจากความทรงจำ  เหมือนเด็กที่ได้กลับมาหาญาติผู้ใหญ่  แล้วรู้ว่าเขาได้จากเราไปแล้ว  ฉันยังจำภาพตัวเองเมื่อหลายปีก่อนที่วิ่งจากโรงแรมไปซื้อขนมที่พลาซ่าข้าง ๆ กัน  นับเรื่อยมาจนถึงการได้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงในทางไม่สู้ดีนัก  จนเราต้องจากกันไปในที่สุด  ฉันจำต้องละสายตาหันหลังกลับออกไปสู่ถนนเบื้องหน้า  เพื่อสักการะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์(คอซิมบี๊ ณ ระนอง)  ด้วยหัวใจที่เศร้าอยู่ลึก ๆ

                อีกสถานที่หนึ่งคือโรงแรมเรือ(เอ็ม.พี แอนด์ รีสอร์ท) มองจากภายนอกมันดูทรุดโทรมลงไปตามสภาพ  เราได้กลับมาเยือนเพียงสถานที่ด้านข้างคือสนามไดร์กอล์ฟเก่าแก่  ทุกอย่างทรุดโทรมไปเช่นกัน    นานมาแล้ว  ฉันเคยได้นั่งคุยกับคุณลุงท่านหนึ่งในล๊อบบี้ของโรงแรมแห่งนี้       ในตอนนั้นฉันรู้ว่าคุณลุงกำลังเจอปัญหาทางการเมืองรุมเร้า  สีหน้าแววตาทุกข์ใจ  พร้อมคำพูดมากมายที่พรั่งพรูออกมา  เหมือนคนน้อยใจ  หมดกำลังใจ  ฉันก็ได้แต่รับฟังอย่างเด็ก ๆ ที่ไม่เข้าใจปัญหาทางการเมืองมากนัก   คงมีเพียงคำพูดปลอบประโลมใจไปตามมารยาท ของคู่สนทนาเท่านั้น

                จนวันเวลาล่วงผ่านไป  นานแค่ไหนไม่รู้  ฉันเปิดหนังสือพิมพ์เจอข่าว  งานสวดพระอภิธรรมของคุณลุงท่านนั้น     เป็นอีกข่าวที่อดใจหายไม่ได้

                ไม่จีรังหรอก   ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนต้องแตกดับ  คนเราจึงไม่อาจยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ได้เลย   ตึกใหญ่โตโก้หรูกลับทรุดโทรม  ถูกทิ้งร้างอย่างเดียวดาย  มนุษย์ที่ถูกไฟการเมืองแผดเผาหัวใจจนไม่เป็นสุข วันหนึ่งก็ไม่พ้นที่จะถูกไฟฟอนเผาร่างกาย  ถึงวันนี้ลาภ ยศ สรรเสริญไม่ใช่ปัญหาของคุณลุงอีกแล้ว

                เย็นวันนั้นฉันได้พบกับพี่อยู่แต่สวนอีกครั้ง   ค่ำแล้ว เสียงอาซานดังก้องไปทั่ว  ฉันยืนอยู่ข้างกุโบว์  ด้วยหัวใจที่นิ่งสงบ  หากฉันมาเร็วกว่านี้คงได้เข้าไปเยี่ยมเยียนในกุโบว์เหมือนเคย  แต่มืดแล้ว ความรกร้างก็อันตรายเกินกว่าจะเข้าไป   ใครบางคนที่อยู่แต่สวน  เข้าไปละหมาดในสุเหร่า ตามหน้าที่ของอิสลามิกที่ดี  แต่ใครอีกหลาย ๆ คนที่นอนสงบอยู่ใต้พื้นดินก็ล้วนอยู่แต่สวนมิใช่หรือ ....ภายใต้ศรัทธาแห่งพระเจ้าองค์เดียว

                ความรู้สึกของฉันขณะนี้ไม่ต่างกับตอนลงรถไฟ  คือรับรู้ได้ว่า  เมื่อสุดทางทุกคนต้องต่างคนต่างไป  วันเวลาที่อยู่แต่สวน  ใครบางคน  ไม่ใช่สิ  ใครทุกคนที่ต้องอยู่แต่สวน 
  

(ด้วยความระลึกถึง  คุณลุงพิทักษ์  รังษีธรรม  ผู้วายชนม์  และขอบคุณมิตรภาพแสนงามจากพี่ผู้อยู่แต่สวน)
 

โดย ฟ้า_ดาราประดับ

 

กลับไปที่ www.oknation.net