วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

:: เมื่อใจฮักการเดินทาง ::



เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผมและเจ๊ต๋อยไปแล้ว ว่าในรอบ 1 ปี
เราจะต้องหาโอกาสหยุดพักความเหนื่อยล้าจากการทำมาหาเลี้ยงชีพ
เก็บความเครียด ความสับสนวุ่นวาย ยัดใส่ลิ้นชักเก็บไว้ที่บ้านก่อน
แล้วออกเดินทางเพื่อแปรเปลี่ยนจินตนาการ ให้เป็นรูปธรรมที่สัมผัสจับต้องได้ต่อไป...

ครั้งนี้จุดหมายของเรา คือเส้นทางอารยธรรมสายใหม่ 3 ประเทศ ไทย-ลาว-จีน
ด้วยโปรแกรมท่องเที่ยว "เชียงของ-หลวงน้ำทา-เชียงรุ้ง" ระยะเวลา 4 วัน

ก่อนเดินทางก็ทำการตรวจเช็คสภาพภูมิอากาศ ได้รู้ว่าอากาศค่อนข้างเย็นสบาย
ไม่หนาวเกินไป ถ้างั้นแค่เสื้อแจ็คเกตสักตัวก็คงเพียงพอแล้ว เก็บพื้นที่ในกระเป๋าไว้เพื่อ
บรรจุบรรดาของฝาก และอะไรต่อมิอะไรที่เจ๊ต๋อยแกจะช็อปปิ้งดีกว่า
(ประสบการณ์จากทริปที่ผ่าน ๆ มาสอนให้เตรียมพร้อมไว้ อิอิ)...


ขึ้นชื่อว่าประเทศจีนแล้ว เป็นที่ลือชาสำหรับนักท่องเที่ยวเกือบทุกคน เกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้

1. อาหารการกิน

หากพูดถึงเรื่องอาหารแล้วล่ะก็ อาหารจีน ถือว่าเป็น สุดยอดของอาหาร
ถึงกับมีภาษิตที่กล่าวถึงความใฝ่ฝันสูงสุดของผู้ชายทุกคน ที่ว่า

"ผู้ชายคนใด ได้อยู่บ้านฝรั่ง กินอาหารจีน มีเมียญี่ปุ่น ถือว่าพบสุดยอดของความสุขแล้ว"

ถ้าอย่างนั้น ผมก็จะเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ได้ลิ้มรสกับ 1 ใน 3 ของความสุขสุดยอดแล้วครับ
โอ้ พระเจ้า จอร์จมันยอดมากจริงๆ ...



อาหารจีน รสชาติค่อนข้างจืดสำหรับคนไทย  



2. ส้วม

ใช่แล้วครับ ผมหมายถึงส้วม หรือสถานที่สำหรับปลดปล่อยความทุกข์ส่วนตัวนั่นเอง
เหตุเพราะว่าส้วม ในความหมายของเขา มันหมายความต่างไปจากที่ผมบอกไป

ส้วมของเขามันหมายถึง สถานที่สำหรับปลดปล่อยความทุกข์ส่วนตัวแบบมีส่วนร่วม (ด้วยกัน)

ซึ่งจากคำบอกเล่าจากปากต่อปาก รวมถึงจากที่เคยได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองมาแล้ว
ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่จะได้เจอะเจอข้างหน้าอย่างชัดเจน ทั้งภาพและกลิ่น
โอ้ พระเจ้า ซาร่ามันแย่มากจริงๆ ...





เป็นอันว่าทริปนี้ผมมีโอกาสจะได้สัมผัสกับทั้งสิ่งที่ยอดมาก และแย่มาก พร้อม ๆ กัน
ผมช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ อย่าอิจฉาผมเลยนะครับทุกท่าน ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เมื่อเตรียมพร้อมแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางครับ...



มาเมืองเชียงรุ้ง ได้เห็นรุ้ง สมกับชื่อเมือง



ไม่รู้ว่ารุ้งที่นี่ จะสวยสู้รุ้งที่บ้านเราได้มั้ย



สิบสองปันนา หรือเมืองเชียงรุ้ง ตั้งอยู่ตอนใต้สุดของมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
ชื่อเชียงรุ้ง มาจากเรื่องราวในพุทธตำนานของชาวไทลื้อที่ว่า
เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ยังดินแดนริมฝั่งน้ำโขงของชาวไทลื้อแห่งนี้
เป็นเวลารุ่งเช้าพอดี จึงมีการเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า เชียงรุ่ง
โดยมีความมุ่งหมายว่า พุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไปในอนาคตภายใต้ดินแดนแห่งนี้...



วัดของชาวไทลื้อ ซึ่งเคยเป็นวังเก่า



เจดีย์ที่อยู่ภายในวัด



อีกด้านของเจดีย์



งานฝีมือของชาวไทลื้อ




นั่งกระเช้าไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง ไปยังสวนป่าดงดิบ เสียวสุดๆ



โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคกลัวความสูงอย่างผม 
บอกได้เลยว่า นั่งเกร็งจนเกือบเป็นตะคริว



บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ภายในสวนป่าดงดิบ



โชว์การแสดง "บองบาราณสี" ว่ากันว่าถ้าใครไม่ได้ดู ถือว่ายังมาไม่ถึงเชียงรุ้ง



โชว์การเรียกนกยูง ให้บินลงมาจากภูเขา โดยการเป่านกหวีดเรียก
มันก็คือการแสดงโชว์ในแบบของจีนที่เราๆ ก็รู้กันอยู่



เมื่อให้อาหารเสร็จเรียบร้อย นกยูงก็บินกลับไปเอง



สาวไทลื้อกับหนุ่มไทยอั๊วะ



สาวเมืองสิบสองปันนา



สาวไทย


ใครสวยกว่ากันก็ไม่รู้ ตัดสินกันเองนะครับ


คิด ๆ ดูแล้วก็แปลกใจเหมือนกันนะ ว่าทำไมเราถึงวนเวียนเดินทางอยู่แต่ในแถบอินโดจีน
คงเป็นเพราะความคล้ายคลึงของวิถีชีวิต ขนบประเพณี การสื่อสารที่สามารถเข้าใจกันได้
สภาพแวดล้อมด้านภูมิศาสตร์ที่ไม่ต่างกันมาก ตลอดจนความเป็นมิตรไมตรีนั่นเอง
ที่ทำให้เราประทับใจ และดึงดูดความต้องการที่ทำให้เราอยากจะกลับไป ซ้ำแล้วซ้ำอีก...



ลองอ่านดูนะครับ



ลองอ่านป้ายร้านอาหารบ้าง



ลองดูนี่อีกครั้งครับ


เจ้านายเก่าของผมเคยบอกไว้ว่า
การได้ไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ นั้น เป็นการให้รางวัลชีวิตกับตัวเอง
และหากเรามีโอกาสแล้วละก็ ไม่ควรรีรอที่จะทำ
รีบทำ ในขณะที่องค์ประกอบต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในของเรา ยังสามารถรองรับไหว...


ในขณะที่เพื่อนผม ซึ่งเป็นทั้งศิลปิน นักวิชาการ และอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง
เรียกสิ่งที่ผมทำนั้นว่า

"การฮันนี่มูนภาคบังคับ (โดยระบอบภรรยาธิปไตย)"

คาดว่าคงจะเกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวของแก ก็ไม่ว่ากันนะครับ ตามสบายเพื่อน...



คนนี้ตัวจริงเสียงจริงครับ



จบทริปด้วยความประทับใจเช่นทุกครั้ง
พร้อมกับความสุขที่ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย
เปิดลิ้นชักความทรงจำ แล้วพับเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ

แล้วพบกันใหม่ในคราวต่อไปนะที่รัก...

ระหว่างทางจากห้วยทรายไปเมืองหลวงน้ำทา เส้นทางคล้ายๆ ทางไปแม่ฮ่องสอน



ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่เมารถแล้วไม่ต้องพูดถึงกันเลย



ด่านตรวจคนเข้าเมือง "ด่านบ่อหาน" จากประเทศลาว สู่ประเทศจีน



คนเยอะมาก ต้องเข้าแถวออกมาถึงด้านนอก



เส้นทางจากเมืองหล้า - เชียงรุ้ง สิบสองปันนา เป็นทางที่สร้างข้ามระหว่างเขา



บางช่วงก็ดูน่ากลัวเหมือนกัน ต้องยอมรับฝีมือคนสร้างจริงๆ

 

 

"Travel, in the younger sort, is a part of education;
in the elder, a part of experience."

 

"การเดินทางในช่วงของวัยหนุ่มสาว คือการเรียนรู้
หลังจากนั้นถือเป็นประสบการณ์ชีวิต"

 

-Francis Bacon-

 

โดย นายครก

 

กลับไปที่ www.oknation.net