วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องขำๆ ของมุสลิมไทย กับ คำว่าเป็นแขก (เอามาฝากครับ....ชอบ)


ในสังคมเรา เรามักเรียกคนกลุ่มต่าง ๆ ตามที่สังคมเขาเรียกกัน บางทีเราก็เรียกคนจีนว่า พวกเจ๊ก เรียกคนอีสานว่า พวกลาว... โดยไม่คำนึงว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบ

           ถ้าใครจะสังเกต ตัวผมจะไม่เรียกคนจีนว่า เจ๊ก หรือคนอีสานว่า พวกลาวหรือพวกเสี่ยว ก็เพราะตอนเด็กผมถูกโต๊ะครูท่านหนึ่งอบรมผม ตอนที่ผมไปเรียกคนงานอีสานที่บ้านว่า “พวกลาว” แกก็ไม่ยอมรับที่ผมไปเรียกเช่นนั้นอีก ผมก็เลยจำฝังใจมาตลอด และระวังในการเรียกกลุ่มชนต่าง ๆ ด้วยชื่อที่เขาไม่ชอบ
           คิดถึงใจเขาใจเราแล้ว ก็เหมือนกับที่ผมมีอารมณ์หงุดหงิดที่มีคนเรียกว่า พวกแขก... ตอนที่อาจารย์ไม่ใช่มุสลิมในสถาบันการศึกษาที่กรุงเทพฯ เรียกผมเป็นประจำว่า พระเอกหนังแขก แต่ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก เพราะมันสื่อถึงหน้าตาของผม

แต่ตอนที่พวกคนไทยที่มีทั้งหญิงชายนินทาผมต่อหน้าต่อตาผม ห่างกันไม่กี่ฟุต เพราะเข้าใจว่าผมฟังภาษาไทยไม่ออกว่า “สงสัยแขกนี้จะมาหาผู้หญิงไปนอน”(ความจริงประโยคมันหยาบคายกว่านี้หลายเท่า จนไม่สามารถถ่ายทอดได้) ทำให้ผมเจ็บใจน่าดู (เจ็บใจครับ เพราะแสดงว่าต้องมีแขกอย่างผม ทำพฤติกรรมอย่างนี้มาก่อนหน้านี้แน่เลย)

ความที่หน้าตาของพวกเราเป็นอะไรที่เรียกว่า “แขก” มากน้อยแตกต่างกันไป ก็เลยเป็นเรื่องแปลก ๆ สำหรับคนในสังคมที่มักเข้าใจว่าเรามาจากต่างประเทศ เคยมีคนไทยชมผมว่า ไม่น่าเชื่อว่าใช้ภาษาไทยได้ดี (ก็ใช้มาตั้งแต่เด็ก) เพื่อนผมที่ภาพลักษณ์เหมือนแขกมาก ๆ ลองเขียนภาษาไทยให้ดู สร้างความทึ่งกันใหญ่(ก็เรียนในโรงเรียนรัฐตั้งแต่เด็กจนถึงมหาวิทยาลัย) แต่ที่เกลียดมากคือ ไปในบางที่แล้วเจอนายหน้าคนไทย เข้ามาพูดภาษาอังกฤษ แนะนำผู้หญิงพร้อมสรรพคุณ “very beautiful”...

บางครั้งก็เคยสร้างความเข้าใจผิดกับ “แขก” ตัวจริงได้เหมือนกัน อย่างครั้งหนึ่งผมขึ้นรถเมล์เจอแกงค์ปากีสถาน พวกนี้หันมามองกันใหญ่ มองอีกสักพักก็เข้ามาทัก ส่งภาษาอูรดูให้ผมใหญ่เลย ต้องพูดอังกฤษบอกไปว่า ฉันเป็นคนไทย(ไม่ขอเป็นแขกล่ะงานนี้)  

           หลายพื้นที่ทางภาคใต้ตอนบนเรียกการเข้าสุหนัตว่า “เป็นแขก” ซึ่งเป็นพิธีกรรมอะไรบางอย่างที่เขย่าขวัญลูกผู้ชายอย่างพวกเราตั้งแต่จำความได้ พวกเราต่างรอด้วยใจระทึกในวันที่ “เป็นแขก” แล้วหลังจากผ่านไปได้แล้ว เราก็เอามันมาเขย่าขวัญเด็กรุ่นน้องต่อ... จนเด็กบางคนมันกลัวมาก หนีทุกปีจนโต บางปีต้องวิ่งจับกัน ถึงกับร้องลั่นว่า “กรูไม่เป็นแขกแล้ว กรูจะเป็นไทย!!!  ”        

           ว่าไปแล้ว คำว่าแขกนี้ก็สับสนไม่น้อย ผมสังเกตว่า เด็กนักเรียนไทยมุสลิมที่ไปเรียนอินเดียทุกคน มักจะเคยชินเรียกคนอินเดียว่า “แขก” กันทุกคน(ไม่ว่าแขกคนนั้นจะเป็นฮินดูหรือมุสลิม) ทั้งที่ศัพท์ตัวเดียวกันนี้ถูกใช้เรียกพวกเขาเองในประเทศไทย ขณะเดียวกันคำว่า “ไทย” ก็นิยมใช้เรียกคนไทยพุทธ แต่เมื่อไปถึงอินเดีย แขกในเมืองไทยทุกคนก็พร้อมกันประกาศเป็น “คนไทย” เรียบร้อยโรงเรียนแขกอินเดีย

           ในสังคมแถบบ้านผมคำว่า“คนไทย”ก็ยังมีกลิ่นอบอวลไปด้วยความเป็นคนพุทธ ชีวิตตามกำปงมุสลิมผมจึงไม่เคยเจอมุสลิมคนใดเรียกตัวเองว่าคนไทยเลย แม้ว่าระยะหลังนี้จะมีคนรุ่นใหม่เรียกตัวเองว่า “คนไทยมุสลิม” แต่จำเป็นต้องผนวกคำว่า “มุสลิม” เข้าไปด้วยเสมอ มิฉะนั้นจะกลายเป็นความหมายอื่น กระนั้นก็เถอะโดยทั่วไปชาวบ้านจำนวนไม่น้อยยังคงนิยมเรียกตัวเองว่า แขก เหมือนเดิม

แต่เมื่อเจอชาวเล(ชาวเลหรือโอรังลาโอ๊ต)ที่ไม่ได้เป็นมุสลิมแต่พูดมลายูได้ พวกเราบางคนเรียกพวกเขาว่าแขกชาวเล ส่วนเราคือแขกอิสลาม เราเจอคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็เรียกเขาว่าแขกตานี แต่เมื่อไรที่คนไม่ใช่มุสลิมเรียกเราว่าพวกแขก เราก็จะรู้สึกไม่พอใจทันที…

           นิยามของแขกที่ดูหน้าเข้ม ๆ ก็ยังถูกเข้าใจต่อไปในสังคมบ้านเรา เราเลยมีทั้งแขกมุสลิม แขกฮินดู แขกปากี แขกอาหรับ จริง ๆ แล้วการแบ่งคนที่มีหน้าเข้ม ๆ ให้เป็นกลุ่มชาติพันธ์เดียวกันนี่มีคนทำกันบ่อย ๆ และก็มีปัญหาบ่อย ๆ อย่างที่เคยอ่านพบคนไทยที่เคยไปเที่ยวประเทศสเปน ก็ตั้งข้อสังเกตว่าพวกนี้คล้ายแขกมากกว่าฝรั่ง หรือบางคนเรียกคนอิหร่านและคนอัฟฆานิสตานว่า แขกขาว… ความเป็นแขกก็เลยพล่านไปทั่ว

บางคนจำกัดความคำว่าแขกว่าเป็นคนมุสลิม ในบ้านเราจึงมีทั้งแขกมลายู แขกปาทาน แต่ที่ผมได้ยินคนมาจากคนไม่ใช่มุสลิมแล้วอดขำไม่ได้คือเขาบอกว่า “ที่ภาคเหนือมีแขกจีนฮ่อด้วย”.... สุดท้ายผมก็เลยไม่แน่ใจว่าจินตนาการของคำว่าแขกนั่นหมายถึงอะไรกันแน่ !!!

โดย ท่านเอก

 

กลับไปที่ www.oknation.net