วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พูดน้อยลง เข้าใจกันน้อยลง



รถตู้ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากท่าอนุสาวรีย์ชัยฯ หลังจากผู้โดยสารคนสุดท้ายขึ้นรถได้ไม่นานนัก แต่คนขับรถขับไม่ได้ขับไปในเส้นทางที่จะออกถนนวิภาวดี หากแต่ขับไปเส้นเข้าสู่ในกลางเมือง
    ผู้โดยสารในรถยังเงียบ คนขับรถก็เงียบเช่นกัน  ส่วนในใจของฉันนะเหรอ สารพัดคำถามผุดเป็นดอกเห็ดเลย เขาจะไปไหน ไปรับของ หรือไปรับคน เอหรือว่าจะไปขึ้นทางด่วนข้างใน หรือว่าหลงแล้วละหว่า
    หญิงสาว 2 คน คุยกันทางสายตา เป็นเชิงคำถามต่อกัน และตอบด้วยกริยาส่ายหัว ก่อนจะเลิกคุยกันและเงียบ
     รถวิ่งผ่านมาบุญครอง  ฉันนั่งมองหน้าคนขับที่สะท้อนอยู่ในกระจกมองหลัง จากมุมสุดหลังรถตู้ ดูเขากระวนกระวาย ซึ่งฉันเองฟันธงเลยว่า หลงแน่นอน

    “พี่จะไปไหนเหรอ ทำไมมาทางนี้” ในที่สุดก็มีผู้กล้าถามขึ้น
    “ทางนี้ออกได้ครับ” คนขับยังไม่ยอมรับว่าตัวเองพาหลง
    รถวิ่งผ่านสวนลุม และวนอยู่แถวนั้น
    “ผมออกไม่ถูกครับ เพิ่งจะรับงาน” ในที่สุดก็ยอมรับจนได้
    การพูดคุยกันเริ่มมีขึ้นในหมู่คนแปลกหน้า แต่ไม่มีใครต่อว่าคนขับรถแต่อย่างใด ชายหนุ่มหลังรถพยายามบอกทางคนขับ ส่วนป้าก็ให้ความเห็นว่ามิน่าล่ะ ปกติแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว ไอ้สระบุรีเนี่ย บ้างก็โทรศัพท์บอกเลื่อนนัดหมายของตัวเอง ไม่นานนัก ความเงียบก็ปกคลุมรถตู้โดยสารอีกครั้ง
    กว่าจะถึงสระบุรีก็ 2 ชั่วโมงกว่า เช้าที่อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะได้กลับบ้านเร็วขึ้น แต่เปล่าเลย สายเหมือนเดิม 
     ถ้าหากว่าถามคนขับตั้งแต่แรกว่าเขาจะไปไหนตั้งแต่รถเริ่มออกนอกเส้นทาง ก็คงถึงเร็วกว่านี้ หรอกเนอะ คนเมืองพูดกันบ้างก็ดีเนอะ ไม่ใช่ต่างคนต่างเข้าใจกันไปเอง และคาดเดาความน่าจะเป็นเอาเองแบบนี้ หลายๆคน ที่เข้ามาอ่านคงจะเคยเจอแบบนี้เช่นกัน ว่าไหมคะ

    ช่วงนี้ชีพจรไม่ลงเท้าค่ะ วนเวียนอยู่แต่ในเมืองกรุง เฮ้อ…

    ลมหนาว มาแวะทักคนสระบุรีแล้วนะคะ

โดย ปณาลี

 

กลับไปที่ www.oknation.net