วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาหารพื้นบ้านของชาวโพหัก


วิถีชีวิตของชาวโพหัก.....

เรื่อง....อาหารการกินของชาวโพหัก

 ชุมชนโพหักเป็นชุมชนที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องพืชพันธุ์

อาหาร  ผู้คนประกอบอาชีพทำนาเป็นหลักอาหารการกินจึงมักนำ

เครื่องปรุงที่หาได้ง่ายจากท้องถิ่นมาประกอบอาหาร ....จากการ

ติดต่อระหว่างชุมชนต่างๆทำให้วัฒนธรรมของชาวโพหักมีความ

คล้ายคลึงกันบ้างเช่น

       แกงส้ม  เป็นอาหารที่นิยมทำกินกันทุกบ้าน มีทั้งผักบุ้ง ผัก

กะเฉด และผักที่หาได้ตามฤดูกาล  แต่ที่ชาวโพหักนิยมทำคือ

แกงส้มดอกแค  ซึ่งนิยมทำในฤดูหนาวเพื่อกินแก้ไข้หัวลมและ

เนื่องจากโพหักค่อนข้างมีน้ำมีปลาอุดมสมบูรณ์มากดังนั้นจึงนิยม

นำปลามาแกงส้มกันทุกบ้าน 

  ....พูดถึงเรื่องปลาในชุมชนโพหักมีค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และ

หลากหลายมากดูได้จากฤดูน้ำขึ้นหากนำอุปกรณ์จับปลาลงไปจะ

ได้ขึ้นมาเยอะมากชนิดที่เรียกว่าไม่เคยผิดหวัง 

 นอกจากปลาแล้วในน้ำยังอุดมสมบูรณ์ด้วยกุ้งฝอยเป็นจำนวน

มากซึ่งชาวบ้านส่วนมากก็มักนำกุ้งเหล่านี้มาทำกะปิกินเองชนิดที่

เรียกว่าไม่เคยต้องซื้อกะปิกินกันเลย   แต่มาปัจจุบันกุ้งฝอยเริ่ม

ลดน้อยลงมากอันเนื่องมาจากการขุดลอกคลองในหลายๆสายอัน

เป็นผลให้ทำลายแหล่งนิเวศวิทยาของกุ้งทำให้กุ้งไม่มีอาหาร

และที่อยู่อาศัยส่งผลให้ปริมาณกุ้งฝอยในน้ำลดลงอย่างมาก

 ในเทศกาลงานบุญของชาวโพหักทุกบ้านจะจัดเตรียมอาหาร

คาวหวานเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปทำบุญที่วัดโดยเฉพาะในวัน

ออกพรรษาชาวบ้านจะนิยมทำปลาเห็ด   (คือการนำกุ้งฝอยหรือ

ปลาเล็กๆมาผสมกับแป้งข้าวเจ้า พริกแกง และมะพร้าวขูดผสม

ให้เข้ากันแล้วนำไปทอดเป็นแผ่นในน้ำมันเดือด กินกับน้ำจิ้ม

..... ชาวบ้านบางคนเรียกไอ้เห็ด...ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมชื่อ

เรียกจึงมีคำว่าเห็ดเข้ามาด้วย  ทั้งๆที่ไม่มีเห็ดเป็นส่วนประกอบ

หรือว่าสมัยก่อนอาจจะมีเห็ดใส่ลงไปด้วย...หรือว่าเห็ดคำนี้อาจ

จะไม่ได้หมายถึงเห็ดที่เป็นพืชแต่อาจจะมีความหมายเป็นอย่าง

อื่น.......ว่าแล้วก็ชักอยากจะรู้เสียแล้วก็ต้องไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับ

ชื่อปลาเห็ดมา..ได้ความว่า ......คำอธิบายของอาจารย์บรรจบ 

พันธุเมธา และอาจารย์ทองสืบ  ศุภะมาร์ค ดูจะน่าเชื่อถือมากกว่า

ทั้งสองท่านอธิบายว่าคำว่า "ปลาเห็ด"  เป็นคำที่มาจากภาษา

เขมรซึ่งเขียนว่า “.ปฺรหิต"  เวลาอ่านออกเสียงว่า "ปฺรอเฮด” ใน

พจนานุกรมภาษาเขมรเขาได้อธิบายไว้ว่า  "เป็นเครื่องประสม

หลายอย่าง เป็นเครื่องช่วยอาหารทำให้มีรสอร่อย เป็นเครื่อง

ช่วยกับข้าว ทำด้วยปลาหรือเนื้อสับให้ละเอียดแล้วคลุกให้เข้ากัน

กับเครื่องผสมหลายอย่าง  เช่น แป้งข้าวเจ้า แล้วปั้นเป็นก้อนเล็ก

ๆ แล้วทอดน้ำมันหรือเอาไปแกง".)    ไปตักบาตรร่วมกับข้าวต้ม

มัดและกล้วยไข่  ส่วนในงานศพของคนโพหักมีความเชื่อว่า ห้าม

ทำแกงร้อนที่มีส่วนประกอบของเส้นทุกชนิด  หรือขนมจีนเป็นอัน

ขาด ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าขนมจีนและแกงร้อน(วุ้นเส้น) มีความยาว

ซึ่งจะทำให้คนตายมาผูกพันเกี่ยวข้องกับคนเป็น


************************
อันนี้แหละที่เรียกว่า  ปลาเห็ด...(แต่ในหลายๆพื้นที่ของไทย

ปลาเห็ดก็คือทอดมันปลากลายนั่นเอง...แต่สำหรับชุมชนโพหัก

ปลาเห็ดก็อย่างในรูป...คนละอย่างกับทอดมันค่ะ)

 สำรับอาหารพื้นบ้าน ของชาวโพหัก พอจำแนกได้ดังนี้

1. อาหารคาวที่เป็นอาหารพื้นบ้าน

- จำพวกแกงคั่วได้แก่ แกงเผ็ดใส่กะทิ แกงคั่วส้ม แกงฉู่ฉี่ แกงหัวตาล แกงป่า แกงอ่อม  แกงจืด  แกงส้ม เป็นต้น

***********
- จำพวกต้มได้แก่  ต้มยำ  ต้มส้ม ต้มหวาน ต้มกรอ ต้มกะทิ ต้มข่า เป็นต้น

ต้มส้มปลากระบอก
*****************
เอื้อเฟื้อภาพ  
http://www.pantown.com/market.php

- จำพวกอาหารว่าง ได้แก่  ปลาเห็ด ขนมจีน หมี่ผัด ห่อหมก  ทอดมัน  และยำต่างๆ เช่นยำหัวปลี ยำหอยกาบ เป็นต้น

ยำหัวปลี

เอื้อเฟื้อภาพจากhttp://www.tisi.go.th/Information/food

- จำพวกผัด ได้แก่ ผัดเผ็ด ผัดหวาน ผัดขี้เมาเป็นต้น

2. ขนมของชาวโพหัก

ขนมหรือของหวานจะทำกินกันเองในทุกครอบครัว ตามฤดูกาล

เทสกาลและงานบุญต่างๆ เพื่อนำไปทำบุญและแจกให้กับเพื่อน

บ้านใกล้เคียง

สำหรับขนมประจำถิ่นของชาวโพหักมีดังนี้ ขนมกล้วย ขนมตาล

ขนมเผือก ขนมดอกโสน ขนมมันสำปะหลัง ขนมบัวลอย ขนม

ปลากริม ขนมถ้วยฟู ขนมตะโก้  ลอดช่อง ข้าวต้มมัด  ขนมขี้หนู 

ขนมหม้อแกง ขนมบ้าบิ่น ข้าวหลาม กะละแม ข้าวเหนียวแดง 

เป็นต้น

การทำขนมในเทศกาลต่างๆของชาวโพหัก

1. ขนมในเดือนต่างๆ

- เดือนอ้าย เดือนยี่ ฤดูเกี่ยวข้าวผิงขนมหม้อแกง และขนมบ้าบิ่น

ขนมบ้าบิ่น  (ภาพจาก...ป้าพร Stockholm)

ขนมหม้อแกง (ภาพจาก .. http://www.geocities.com/nuntiya5555/kanom.html)

- เดือนสาม เป็นฤดูข้าวใหม่ จะทำขนมแป้งหมก( ขนมแข้งควาย)

โดยการใช้ข้าวเหนียวตำผสมเกลือเล็กน้อยใส่มะพร้าว ห่อด้วย

กาบไผ่ หมกในไฟเถ้าลึง (ไฟที่จุดเผาคอลำพวน) และเผาข้าว

หลามเพื่อนำไปทำบุญให้เกิดศิริมงคลในการประกอบอาชีพ


- เดือนสี่ เดือนห้า ลูกตาลอ่อนต้มน้ำตาล หรือเชื่อมน้ำตาล


- เดือนห้า เทศกาลสงกรานต์ กวนกะละแม(ข้าวเหนียวเปียก) ข้าวเหนียวแดง และขนมหักหลัง(ข้าวเหนียวดำเป็นท่อนๆแล้วกวนเหมือนกะละแม)

ภาพจาก www.kruaklaibaan.com/forum/

 เดือนเจ็ด เดือนแปด ทำขนมตาลเพราะลูกตาลสุกชุกมาก

ภาพจาก www.oknation.net/blog/saleman/


เดือนเก้า เดือนสิบ   ขนมดอกโสน เพราะมีดอกโสนมาก

ภาพจากhttp://kanchanapisek.or.th/kp8/culture/

- เดือนสิบเอ็ด  เทศกาลออกพรรษา กวนกะยาสารทไปทำบุญและสาดนา


- เดือนสิบสอง  ข้าวเริ่มสุกจะไปแรกข้าวแล้วนำไปทำข้าวเม่าคลุกเพื่อนำไปทำบุญที่วัด

 ภาพจาก  www.baanmaha.com

2. ขนมที่ใช้ทำขวัญต่างๆ
ได้แก่ ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ขนมเป็ด ขนมนิ้วนาง

3. ขนมเลี้ยงพระและเลี้ยงแขกในงานมงคล

ขนมถ้วยฟู ขนมสาลี่ ขนมชั้น ขนมเม็ดขนุน ทองหยิบ ทองหยอด

ฝอยทอง สังขยา ฟักแช่อิ่ม วุ้นหน้าต่างๆและขนมสี่ถ้วย(ไข่กบ

นกปล่อย นางลอย อ้ายตื้อ)

มีบทเพลงกล่อมเด็กที่นิยมร้องกันในชุมชนโพหักว่า “ โอ้ละเห่ 

โอละหึก  ลุกขึ้นแต่ดึก ทำขนมเชียงมานผัวก็ตี  เมียก็ด่า  ขนมก็

าหม้อแกง ” (นายอ๊อด  มีสกุล) 

ขนมเชียงมาน  เป็นขนมพื้นบ้านของชาวโพหักที่นิยมทำกันใน

อดีต  ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นี้ไม่รู้จักแล้วว่าขนมเชียงมานคืออะไร 

ขนมเชียงมานคือ  ข้าวเหนียวเปียกน้ำกะทิ

อาหารประจำเทศกาลและงานต่างๆ

ชาวโพหักมีประเพณีนิยมในเรื่องของการทำอาหารในเทศกาล

ต่างๆดังนี้

1.เทศกาลตรุษสงกรานต์

วันสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทย   ซึ่งชาวโพหักจะ

จัดทำอาหารเพื่อไปทำบุญที่วัดและไปเยี่ยมคาราวะญาติผู้ใหญ่ 

หรือนำไปให้พี่น้องเพื่อนฝูง  อาหารที่นิยมทำคือ  ขนมจีน

น้ำพริก  น้ำยา  ส่วนขนมที่นิยมทำคือ ขนมเปียก ข้าวเหนียวแดง

และขนมหักหลัง

2.เทศกาลเข้าพรรษา

การทำอาหารจะไม่เน้นว่าจะเป็นชนิดใด แล้วแต่จะหาวัสดุมาทำ

ได้ แต่จะต้องทำให้มีจำนวนเพียงพอในการนำไปทำบุญและแจก

จ่ายญาติพี่น้อง


3.เทศกาลสารทไทย

ในเทศกาลนี้ทุกครัวเรือนจะทำการกวนกระยาสารทไปทำบุญที่

วัดและนำไปสาดนา (เพื่อให้ต้นข้าวเจริญงอกงาม ไม่มีโรค ได้

ผลผลิตที่ดี ) และแจกจ่ายญาติพี่น้องเพื่อนฝูง

4.เทศกาลออกพรรษาและงานกฐิน 

  อาหารในเทศกาลนี้ไม่เน้นว่าจะเป็นอาหารชนิดใด  แต่ต้องทำเป็น

จำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแห้งที่ห่อด้วยใบบัวหรือใบตอง

เพื่อนำไปทำบุญและนำไปใส่ที่เรือองค์กฐินสำหรับนำไปแจกจ่ายให้

ฝีพายที่มาแข่งขันเรือยาวในช่วงน้ำขึ้น  ส่วนขนมจะเป็นประเภท ข้าว

ต้มมัด  ข้าวต้มลูกโยนและหมี่ผัด

5.เทศกาลงานบวช

งานบวชเป็นงานที่ใหญ่โตที่สุดของชาวโพหักเพราะเป็นความ

เชื่อว่าเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่เป็นความมีหน้ามีตาของพ่อแม่และ

ญาติพี่น้อง  ในอดีตต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นเดือนๆ 

สำหรับอาหารที่นิยมทำกันมากคือ อาหารประเภทแกงส้ม แกงคั่ว

ต้มเครื่องในวัว และที่ขาดไม่ได้คือหมี่ผัด  ส่วนของหวานเป็น

พวกขนมชั้น  ขนมถ้วยฟู และขนมเม็ดขนุนเป็นต้น

       สำหรับหมี่ผัด และขนมจะต้องทำไว้เป็นจำนวนมาก  ส่วน

หนึ่งจะนำไปทำบุญเลี้ยงพระ และเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน อีกส่วน

หนึ่งเอาไว้มอบให้กับผู้ที่มาช่วยงานที่เรียกกันว่า  แถมพก

6.งานแต่งงาน

งานแต่งงานเป็นงานที่มีความหมายและความสำคัญมากของฝ่าย

เจ้าบ่าวและเจ้าสาวดังนั้นจึงต้องมีการจัดเตรียมอาหารคาวหวาน

ต่างๆ ให้เพียงพอกับการทำบุญและเลี้ยงผู้ที่มาร่วมงาน  แต่ที่

ขาดไม่ได้คือ ขนมจีน  น้ำพริก  น้ำยา และข้าวต้มมัด  โดยเฉพาะ

ขนมจีนจะต้องทำด้วยข้าวสารหมักเป็นแป้งหมักอย่างดีจนได้ที่

แล้วจึงยีหรือนวด  แล้วโรยให้เป็นเส้นยาวที่สุด พร้อมจับเป็นหัว

ขนาดพอเหมาะ  เส้นขนมจีนเปรียบเหมือนความรักความผูกพัน

ของทั้งสองฝ่ายให้อยู่กันยาวนาน  และเป็นสายใยแห่งความ

ปรารถนาที่ดีตลอดไป ส่วนข้าวต้มมัดเป็นสื่อความหมายว่าจะรัก

กัน ผูกมัดตลอดกันไป

....สำหรับขนมและของใช้ในงานแต่งงาน(ขันหมาก) มีดังนี้  ขนม

เปียก(กาละแม) ขนมหักหลัง(ข้าวเหนียวแดง)  ขนมกง ขนมพิม

ข้าวพอง ขนมสินสอด  ขนมหูหีบ ขนมลอย(ขนมกรุบ)  ขนมสาม

เกลอ  ขนมนางเล็ด ขนมนมสาว(ขนมเทียน) ขนมจีน และข้าวต้ม

มัดเป็นต้น

7.งานศพ

เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งชองชาวโพหักที่ถือว่าเป็นงานบุญที่

สำคัญอีงานหนึ่ง  ที่ทุกคนในชุมชนต้องไปช่วยเหลือไปร่วมฟัง

พระอภิธรรมและไปร่วมงานฌาปนกิจศพ เมื่อทราบว่ามีสมาชิก

ของครอบครัวใดถึงแก่กรรม ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง ผู้ที่รู้จักคุ้น

เคย หรือไม่รู้จักก็ตามจะพากันไปเยี่ยมและช่วยงานศพ  โดยนำ

สิ่งของต่างๆไปช่วยงานเช่น ข้าวสาร  ผักปลา  หรือของที่จะพอ

มี  ขนมหวานจะเป็นประเภทถั่วดำต้มน้ำตาล  หรือข้าวเหนียวถั่ว

ดำเป็นต้น

...............................................................................................................................................

โดย นกน้อยแห่งโพหัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net