วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เซ้ง!!! สร้าง !!! โรงแรมในอุทยานฯ ... ไม่ใช่เพิ่งมี


เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นกลางวงเสวนา “โรงแรมในอุทยานฯ และการจัดบริการต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติ” โดย อาจารย์ เสรี เวชชบุษกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอุทยานแห่งชาติ // อาจารย์พิเศษของคณะวนศาสตร์ และที่ปรึกษากรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งทางกลุ่มนักนิยมธรรมชาติ เปิดห้องบรรยายตึก PR คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเชิญพลพรรคคนรักธรรมชาติได้ราว 10 กว่าชีวิตไปตั้งวงสนทนากัน และ ใน 10 กว่าชีวิตนั้น เป็นสมาชิกของ โอเค เนเจอร์ ไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ อาทิ พี่อัง BG.อังศนา .. BG เฟิ่งสุ่ย ..พี่พร BG.สิงห์มือซ้าย .. พี่แป๋ม BG.Ch.minivet .. BG.เสือน้อย .. รวมถึง BG.Vickie ที่แม้จะมาตอนปิดวงแล้ว แต่...มาช้ายังดีกว่าไม่มา ... เน๊าะ

 

 

แม้จะเป็นวงเสวนาเล็กๆ เล็กมากถึงเล็กที่สุด จนอาจจะเรียกว่า วงสนทนาน่าจะเหมาะกว่า...แต่ก็เป็นวงสนทนาที่มีคุณภาพ ... อันนี้ไม่ได้ชมตัวเองนะ แต่เป็น อ.เสรี ที่บอกว่า มากันน้อยๆแต่กระจายได้มาก ดีกว่ามาเป็นร้อย แต่ไม่กระจายข่าวไปไหน

เพราะการจัดการทรัพยากร การหาแนวร่วมเพื่อคัดค้านสิ่งไม่ถูกไม่ควร ที่สำคัญคือ การกระจายข่าวสาร ... ต่อให้มาเป็นร้อยคน ฟังออกไป แล้วไม่เอาไปขยายต่อที่ไหน รู้แล้วเก็บไว้เองมันก็จบ !!!

จากวงสนทนา ทำให้รู้ว่า...แนวคิดในการเปิดให้สัมปทานเอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น อ.เสรี เล่าว่าอย่างน้อยๆก็ 6 ครั้งใหญ่ๆ ...

ปี 2525 สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ มี นาย ถนัด คอมันตร์ เป็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง...ได้เสนอคณะรัฐมนตรีขอกันพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ราวเกือบ 2000 ไร่ ไปขึ้นกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เพื่อให้เอกชนเข้ามาลงทุนจัดการพื้นที่ แต่ถูกคัดค้าน ยังไม่ได้ทันยื่นครม. ก็มีอันต้องล่มไปซะก่อน

ครั้งที่ 2 ราวปี 2531 – 2534 สมัยรับบาล พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่มีความพยายามจะเปิดพื้นที่หาดในยาง ให้ต่างชาติเข้ามาทำโรงแรมครบวงจร แต่ก็ต้องล้มเลิกไป

ปี 2535 ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุด สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นาย ชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ มี สาวิตถ์ โพธิวิหค เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯกำกับดูแลการท่องเที่ยว ได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้ ททท. อีกแล้ว กันพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุกแห่งได้ เพื่อใช้ประโยชน์พัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งถูกคัดค้านอย่างหนักจาก เอ็นจีโอ และสื่อมวลชนพร้อมใจกันนำเสนอประเด็นข่าวไปในทางคัดค้าน ไม่เห็นด้วย และจบลงด้วยการที่รัฐบาลยอมแพ้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

ปี 2537 เป็นการดำเนินการโดย ททท.เอง เสนอเข้าไปยังกรรมาธิการท่องเที่ยว รัฐสภา เพื่อเอาพื้นที่อุทยานมาสร้างโรงแรม

ปี 2544- 2548 สมัยรัฐบาลทักษิณ ก็มีการดำเนินการเรื่องนี้มาโดยตลอด มีการสั่งการให้คัดเลือกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 15 แห่ง เพื่อนำร่องสร้างโรงแรม และที่พักเพื่อบริการและอำนวยความสะดวก

และ ล่าสุด มติ ครม. 3 มิ.ย. 2551 ตั้งคณะกรรมการนโยบายความร่วมมือ ลงทุนระหว่างรัฐบาล และเอกชน ซึ่งมีนายกฯ หรือผู้ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน ซึ่งเป็นที่มาในการที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำการคัดเลือกอุทยานแห่งชาติ 10 แห่ง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

 

 

แล้วทำไม? ต้องมีโรงแรมในอุทยานแห่งชาติ

“ นโยบายเหล่านี้มันเกิดจากนักการเมือง รัฐมนตรี ที่ได้ไปดูงานในต่างประเทศ ไปรู้ ไปเห็น ไปสัมผัสของเขามา แล้วก็อยากจะมีแบบนั้นบ้าง โดยที่ไม่สอบถามเขาเลยว่า มันดีมันเสีย อย่างไร”

อ.เสรี ได้ยกตัวอย่างอุทยานแห่งชาติ “เยลโล่ สโตนจ์”ของอเมริกา ซึ่งเดิมเป็นสวนสาธารณะ ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ ดำเนินการเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งมีการเปิดให้สัมปทานเอกชนเข้าไปสร้างโรงแรม แล้วมีการเก็บค่าบริการเพื่อนำกลับมาดูแลรักษาสถานที่

“เปิด 5 ปีแรก ไม่มีเอกชนสักรายเข้ามาดำเนินการ เพราะมันลำบาก กระทั่ง ค.ศ.1872 มีเอกชนรายแรกเข้ามาดำเนินการ จากนั้นก็มีการให้สัมปทานรายอื่นๆราวปี ค.ศ.1916 แล้วพวกเขาก็พบว่ามันมีปัญหามาก ถึงปัจจุบันอยากทำการรื้อถอนออก แต่ก็ทำไม่ได้แล้ว ... พอคนไทยไปเห็นเขามีก็อยากมีมั้ง อยากเลียนแบบ ถึงกระทั่งข้าราชการ ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองไปเห็น ถึงกับออกปากว่า...

“เมื่อมาเที่ยวอุทยานฯ ก็ควรได้นอน ได้พักค้าง ในอุทยานฯ ไม่ใช่ออกมานอนนอกอุทยาน”

... โดยที่ไม่รู้เลยว่า ที่ไปเห็นมานั้น เขาอยากรื้อออก แต่เขาทำไม่ได้ ...

ความจริงหลักการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติมันมีหลักของมันอยู่แล้ว

“ ก่อสร้างให้น้อย คงความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด ให้ท้องถิ่นโดยรอบอุทยานเข้ามามีส่วนร่วมในการบริการในรูปแบบของโฮมเสตย์ อีโคทัวร์ ... ต่างประเทศเขาสร้างสิ่งก่อสร้างไว้นอกอุทยานฯทั้งนั้น”

 

  

แล้วจะต่อสู้อย่างไร?

ในฐานะที่ต่อสู้คัดค้านการสร้างอุทยานในโรงแรมมานักต่อนัก และผลแห่งการต่อสู้ก็ทำเอา อ.เสรี แป้กในหน้าที่การงานอยู่หลายปีจนเกษียณ อ.เสรี ยืนยันว่า มติครม.ยกเลิกได้ ล้มได้ และ อาจารย์แกทำมาแล้ว

“ผมขอบอกว่า พวกยุ่งกับป่า พวกกินป่า ล้มไม่เป็นท่ามานักต่อนักแล้ว แล้วไอ้มติ ครม.ก็เลิกได้นะ ขอเพียงมีการกระจายข่าวสาร สร้างแนวร่วมให้เกิดการคัดค้าน ด้วยการให้ข้อมูล ทำให้คนเข้าใจ ต้องอาศัยแรงเอ็นจีโอ สื่อ ที่สำคัญคือท้องถิ่น .. คนในท้องถิ่น ที่เราต้องสร้างความรู้สึกให้เกิดความเป็นเจ้าของ สร้างความหวงแหนในสมบัติของพวกเขา ถ้าคนในท้องถิ่นลุกขึ้นมาจับมือ ปกป้อง ต่อต้าน จะเกิดพลังมาก”

อ.เสรี ปิดวงสนทนาด้วยการตอกย้ำถึงหลักการการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติที่มีไว้...เพื่อการอนุรักษ์ รักษา ศึกษาวิจัย ไม่ใช่การมีไว้ขาย หรือแสวงหากำไร...

 

ขอบคุณรูปภาพ จากพี่เสือน้อย..

  

โดย ณดาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net