วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดูงานสหพันธรัฐมาเลเซีย ตอนที่ ๑


อปท.ไทยล้ำหน้าหรือตามหลังท้องถิ่นมาเลย์ ? (ตอนที่ ๑)

         

                 ตัวเมืองอำเภอเบตง จังหวัดยะลาถือเป็นดินแดนใต้สุดแดนสยาม เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสันกะลาคีรี ตัวเมืองตั้งห่างจากด่านพรมแดนไทย-มาเลย์ ประมาณ 7 กิโลเมตร ส่วนฝั่งมาเลเซียก็มีตำบลโกร๊ะ อำเภอฮูลูเปรัค รัฐเปรัค ตั้งห่างจากด่านพรมแดนเพียง 3 กิโลเมตร ทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวจากฝั่งมาเลเซียจำนวนไม่น้อยข้ามฝั่งเข้ามาเที่ยวยังฝั่งไทย ส่วนฝั่งไทยก็จะมีชาวไทยที่เดินทางไปทำงานเป็นลูกจ้างในสวนยาง ลูกจ้างร้านอาหารต้มยำกุ้ง กรรมกร และซื้อขายสินค้า(ค้านอก)เหมือนชายแดนอื่นๆ

 

            


               ในวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยนำทีมงานข้าราชการและลูกจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึงในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไปศึกษาดูงานที่ทำการอำเภอฮูลูเปรัค (กริ๊ก)  รัฐเปรัค สหพันธรัฐมาเลเซีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโลกทัศน์บุคลากร เพื่อสานสัมพันธ์องค์กรท้องถิ่นบ้านพี่เมืองน้อง และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรองรับโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ไทย-มาเลย์-อินโดนีเซีย โดยในพื้นที่มีเส้นทางเศรษฐกิจ ปีนัง – เบตง – ปัตตานี ตัดผ่านกลางพื้นที่กว่า 22 กิโลเมตร 

           


                สำหรับเส้นทางสู่อำเภอฮูลูเปรัคหรืออำเภอกริ๊กในชื่อเดิมนั้น หากเริ่มต้นเดินทางจากตำบลโกร๊ะ ไปตามถนนเลียบชายแดนในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร ตลอดการเดินทางจะพบว่า มาเลเซียมีป่าไม้สมบูรณ์มาก สลับกับสวนปาล์ม และสวนยาง ซึ่งได้ทราบจากมัคคุเทศก์ว่า มีคนไทยในจากสามจังหวัดชายแดนใต้จำนวนไม่น้อย ได้เข้ามาเป็นลูกจ้างในสวนยางและสวนปาล์ม 

              


                เดินทางประมาณ 30 นาทีคณะฯก็เดินทางถึงที่ทำการอำเภอฮูลูเปรัค  รัฐเปรัค ก็ได้พบกับคณะฯผู้บริหารของที่ทำการปกครองฯประมาณ 4-5 คนยืนต้อนรับฉันท์มิตร แต่งกายด้วยเสื้อลายบาติคสีสะดุดตา ทีมงานได้เข้าไปกล่าวทักทายสลามฯและสัมผัสมือแบบฉบับอิสลาม  พวกเราเรียงหน้าเข้าไปในสำนักงานที่ดูใหญ่โต เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ดูสดใสสะอาดตา ซึ่งเป็นสำนักงานที่ดินซึ่งขึ้นในมาเลเซีย สำนักงานที่ขึ้นกับที่ทำการปกครองอำเภอ  พนักงานทุกคนที่เห็นก็แต่งกายเป็นชุดบาติค สีสันสดใสตามแบบฉบับ 

                    


                 การแนะนำตัวด้วยภาษมาลายูกลาง หรือภาษมาเลย์ เข้าใจว่าเป็นการความแสดงถึงการยินดีต้อนรับและจากการเสวนาเบื้องต้นทำให้ทราบว่า ผู้ที่ให้การต้อนรับนั้นคือปลัดอวุโส ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่และกำนัน  
                 ทีมงานได้รับเชิญไป เดินชมสถานที่ทำงานในส่วนอื่นๆ ไปดูสำนักงานปกครองซึ่งมีห้องทำงานของกำนันด้วย  สำนักงานพัฒนา และก็จบที่ห้องประชุมเพื่อบรรยายสรุป
บรรยากาศในห้องประชุมเป็นกันเองมาก ปลัดอาวุโส ซึ่งรักษาราชการแทนนายอำเภอฯได้บรรยายสรุปในห้องประชุม โดยมีใจความพอสรุปได้ดังนี้
                    1. การปกครองท้องถิ่นของมาเลเซียเหมือนสุขาภิบาลของไทยในอดีตผู้บริหารคือปลัดอวุโส มีผู้ช่วยเป้นปลัดปกครอง ปลัดพัฒนา(เขาเรียกกันว่าบอส) ปลัดป้องกันก็คือกำนันซึ่งมีสำนักงาน มีฐานะเป็นข้าราชการ
                    2. ส่วนที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือสำนักงานที่ดินขึ้นอยู่กับท้องถิ่นและมีการเก็บ ภาษีที่ดินเป็นหน่วยเฮกเตอร์(2.5ไร่) ต่างกับไทยที่เก็บภาษีที่ดินโดยใช้คิดอัตราเป็นต่อไร่ และอัตราภาษีเก็บสูงกว่าไทย  9 เท่า อยู่ที่ ไร่ละ 36 บาทต่อปี ซึ่งของไทยเก็บเพียงไร่ละ 4 บาทต่อปี  ปีที่ผ่านมาเก็บภาษีเองได้ 90 ล้านบาท(ไม่รวมเงินอุดหนุน)
                     3. ในปี พ.ศ. 2551 ที่ทำการปกครองอำเภอฮูลูเปรัคมีงบประมาณในการพัฒนาจำนวน 15 ล้านริงกิตหรือคิดเป็นเงินไทย 150 ล้านบาท
                     4. อำเภอฮูลูเปรัคมีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 60,000 คน(เท่ากับอำเภอเบตง) เป็นเชื้อชาติมาเลย์ร้อยละ  70 นอกนั้นเป็นเชื้อชาติจีนกับอินเดีย
                     5. อำเภอฮูลูเปรัคมีแบ่งเป็น 3 ตำบล ในแต่ละตำบลมี 10 หมู่บ้าน และกำลังจัดตั้งหมู่บ้านอดีตพรรคคอมมิวนิสต์จำนวน 10 หมู่บ้าน (เหมือนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย)
                     6. การเลี้ยงนกกงหัวจุกหรือนกเขาชวา ต้องขึ้นทะเบียนและเสียภาษีที่โดยกรมป่าไม้
                     7. มีทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเหมือนไทย (นำวิธีการมาจากไทย)
                     8. ไม่มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น(ยังไม่กระจายอำนาจระดับรากหญ้า)
                     9. มีการวางผังเมืองที่เข้มงวด โดยชาวมาเลย์จะมีอสิทธิมากกว่าชาวเชื้อสายอื่นๆ
                    10. มีโรงเรียนของรัฐกว่า 107 แห่ง แยกเป็นโรงเรียนสอนศาสนาจำนวน 41 แห่ง
                    11. อัตราค่าเงินเดือนมากกว่าไทย 3 เท่า (กำนันเดือนละ 18,000 บาท)
  เมื่อผมได้ฟังการบรรยายสรุปแล้วจึงถึงบางอ้อว่าทำไม มาเลเซียถึงได้พัฒนาแซงหน้าเราไปทั้งที่ 20 ปี ก่อน ยังตามหลังเราอยู่เลย ทำไม ?

                    คณะของมาเลย์เลี้ยงอาหารเที่ยงเราฉันท์ญาติมิตรก่อนที่เราจะมุ่งหน้าไปยังรัฐปาหัง เพื่อทำภาระกิจต่อไป........

              

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net