วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพ้อเจ้อ กับ Love Actually(is Around us) แล้วหัดใช้ใจให้รักเป็น!!!


.

เพ้อเจ้อ กับ Love Actually(is Around us) แล้วหัดใช้ใจให้รักเป็น!!!

.

ให้สงสัยตัวเองอยู่นานว่า ทำไมถึงได้ชอบ Hugh Grant

คือ โดยส่วนตัวยังไม่ได้ดูหนังที่เขาต้องอาศัยฝีมือมากนัก และตัวพ่อยอดชายเองก็หนักไปทาง โรแมนติคคอมเมดี้ซะเป็นส่วนใหญ่ทำให้ เคยได้ปุจฉากับตัวเองไปหลายครั้งว่า มันอะไรกันนักหนาพอหนังเขาเข้าทีจะต้องไปดูพ่อหนุ่มอังกฤษหน้าจืด ตาสีฟ้าใส ฟันไม่สวย หน้าผากย่นคนนี้ทุกทีด้วยล่ะ จนมาถึง Love actually ดวงตาเห็นธรรมก็เกิดค่ะ

.

การที่ได้ฟังเสียงเขาบรรยายต้นเรื่องเป็นคำถามประมาณว่า โลกนี้เต็มไปด้วยความเกลียดจริงเหรอ แล้วก็มาวิสัชนาตัวเองตอนจบของเรื่องว่า ไม่หรอกดูสิที่สนามบินเราเห็นความรักปลิวว่อนไปหมด พ่อรักลูก เพื่อนรักเพื่อน เพื่อนเก่ามากกกกกกกกกกกกกรักเพื่อนเก่ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ย่าหรือยายรักหลาน เต็มไปหมดจริงๆๆ เสียงของพี่ฮิวจ์ ที่บรรยายในตอนต้นเรื่องและท้ายเรื่องนั่นแหล่ะที่ทำให้คิดได้ขึ้นมาว่าที่ชอบในตัวเขาก็คือเสียง ที่ออกจะสูงกว่าเสียงของผู้ชายอยู่ราวๆๆ สักครึ่งโน๊ดนี่แหล่ะที่ทำให้เราชอบเขา

.

แล้วทำไมถึงได้พูดถึงพี่ฮิวจ์ กับเสียงหล่อของแกเหรอคะ อันที่จริงไม่ได้จะพูดถึงพี่ฮิวจ์หรอกค่ะ จะพูดถึง Love actually(is Around us)ตะหาก เมื่อคืนก่อนได้ฟังนักร้องสาวท่านนึงร้องเพลง ช่วงแรกได้ยินเสียงก็พยายามนึกอยู่ว่า เป็นเสียงใคร แต่ก็เดาไม่ออก ก็เลยก่ะว่าจะรอให้ดีเจมาเฉลย (ถึงตอนนี้คงมีคนคิดในใจว่า ไอ้หมีมันต้องเจอช่วงไม่มีดีเจแน่นอน >> ถูกต้องนะคะ ไม่มีดีเจค่ะ ,ปล่อยไป) กลับมาที่เพลงกันต่อ เพลงนี้มีท่อนฮุคที่มาของปัญหาคาใจจนนอนเกือบไม่หลับ ท่อนฮุคจะประมาณว่า ดีใจที่ได้ใช้หัวใจดวงนี้รักเธอซะที คือ ตั้งกาเกิดมาน้องเขาไม่เคยใช้ใจให้ไปรักใครเลย มารักคนๆนี้เป็นคนแรก

.

ฮ่วย ฟังแล้วจิตตกจิคะ ไม่ต้องพูดถึงบิดรมารดา ญาติโกโหติกา ซึ่งควรใช้ใจรักไว้ให้หนักหนาเท่านั้นนะคะ สิ่งต่างๆรอบเอวรอบชีวิตของน้องเขาล่ะ ถ้าหากเขาไม่ใช้ใจดวงนี้ให้เป็นไม่รู้จักรักในชีวิตที่รายล้อม อะไรมันจะเกิดขึ้นกับชีวิตเรากันมั่งเนี่ยะ -*-

.

หลายวันก่อนหมีออกไปกินข้าวที่ร้านข้าวแกงร้านประจำ หลังออร์เดอร์เสร็จรอให้เขามาเสิร์ฟหมีก็มองไปไกลตาเรื่อยเปื่อย พลันสายตาก็ไปปะทะกับคุณป้าท่านนึงซึ่งหมีเห็นแกมานานเท่ากับที่หมีอยู่สะพานควายมานี่แหล่ะค่ะ เราเคยได้แลกเปลี่ยนคำทักทายโอภาปราศรัยกันอยู่บ่อยๆๆ ไม่ว่าจะเป็นพักนี้หนูดูซูบไปนะ ทำงานหนักเหรอจ๊ะ (หนูว่าคุณป้าได้เวลาเปลี่ยนแว่นแล้วล่ะค่ะ ;P) หรือไม่ก็ วันนี้คุณป้าจะไปไหนคะ ไปคุยกับแม่ค้าขายลอตเตอร์รี่เจ้าเก่ารึป่าว อะไรทำนองเนี๊ยะแหล่ะค่ะ วันนี้หมีเห็นแกที่ทางม้าลายอันเป็นสิ่งที่แกต้องทำเพื่อที่จะได้ข้ามถนนมาคุยกับแม่ค้าขายลอตเตอร์รี่เจ้าประจำของแกค่ะ หมีเห็นแกทำแบบนี้อยู่บ่อยๆๆ แต่วันนี้มีรายการพิเศษค่ะ คือ แกมาพร้อมหนุ่มคนนึงกำลังประคับประคองและสนทนากระจุ๋งกระจิ๋งกับแกเลยค่ะ หมีมองไปก็ยิ้มไป คิดไปว่า เออแฮะวันนี้คุณป้ามีหนุ่มมาเป็นของตัวเองด้วย ^^ พอแกข้ามมาฝั่งนี้ได้ มุมตึกก็กลืนแกลับสายตาอันสอดรู้ของหมีไปซะ หมีก็ก้มหน้าหาความสำราญด้วยการตักข้าวแกงเข้าปากคำใหญ่ แล้วก็เงยหน้าขึ้นเคี้ยวระหว่างนั้นก็วางสายตาไปเรื่อยเปื่อย อ้าว ทำไมหนุ่มคนนั้น ข้ามถนนกลับไปฝั่งโน้นแล้วล่ะ แล้วก็มาจินตนาการไปเรื่อยเปื่อยเอาตามประสาคน-เพ้อเจ้อ-ว่า

คุณป้า : (ขณะยืนรอจะข้ามถนน อยู่ตรงทางม้าลาย ที่การจราจรขวักไขว่) เห้อ เมื่อไหร่จะได้ข้ามกันล่ะนี่

.

น้องหนุ่ม : คุณป้าครับ จะข้ามถนนเหรอครับ(ส่งยิ้ม 1,000,000 วัตต์มาให้เป็นของแถม)

.

คุณป้า : จ้า พ่อคุณ แต่รถเยอะแล้วก็วิ่งแข่งกันเร็วเหลือเกิน ป้าเลยยังจุ้มปุ้กอยู่นี่แหล่ะ พ่อคู้นนนนนนน -*-

.

น้องหนุ่ม : ไม่เป็นไรคับ เด๋วผมพาข้ามเอง (ยิ้ม 1,000,000 วัตต์ อีกที)

.

คุณป้า : ขอบใจมาลูก(เลื่อนขั้นไวที่สุดในประวัติศาสตร์ เลย อิอิ)

.

น้องหนุ่ม : ครับผม

.

คุณป้า : นี่ลูกกำลังจะไปไหนล่ะจ๊ะ

.

น้องหนุ่ม : ไปทำงานครับ ที่ทำงานผมอยู่แถวนี้ ผมลงจากบีทีเอส แล้วเดินอีกนิดหน่อยก็ถึงครับ อ่ะ ได้แล้วครับ ข้ามกันเถอะ

เมื่อมาถึงฝั่งตรงข้ามเรียบร้อย

คุณป้า : ขอบใจมากนะจ๊ะ บุญรักษานะ ขอให้เจริญเจริญนะพ่อคุณ

น้องหนุ่ม : ครับ ขอบคุณครับคุณป้า ผมลาเลยนะครับ คุณป้าเดินดีๆๆ นะครับ

แล้วน้องหนุ่ม ก็ ยกมือไหว้คุณป้า แล้วก็ เดินข้ามถนนกลับไปยังฝั่งเดิมที่เขาเจอกับท่านในคราแรก คุณป้ายืนมองน้องหนุ่มผู้อารีเดินที่ข้ามถนนกลับไปจนพ้นระยะโฟกัสด้วยรอยยิ้มอิ่มใจที่ประดับอยู่บนดวงหน้า แล้วแกจึงหันหลังเพื่อเดินไปหาแม่ค้าขายล็อตเตอร์รี่เจ้าประจำเพื่อเริ่มต้นภารกิจเม้าท์มันส์ประจำวัน ที่แน่นอนว่าจะต้องมีหัวข้อน้องหนุ่มผู้มากน้ำใจเป็นหัวข้อของการสนทนาแน่ๆๆ

น้องหนุ่มผู้ใช้หัวใจรักในผู้คนออกอาการเอื้อเฟื้อให้กับคุณป้า ถ้าน้องหนุ่มผู้นี้รอจังหวะให้มีรักก่อนค่อยนำใจออกมาใช้ เห้อ ไม่อยากจะคิดว่าจะมีทางไหนเป็นไปได้มั่ง เนาะ -*-

ลองมองไปรอบตัวรอบเอว เราจะพบความรักที่มีให้กันปรากฏกายให้เห็นอยู่มากมาย นั่น ลูกชายคนขายผลไม้กับแม่ค้าขายมัน/เผือกปิ้ง วิ่งเล่นเตาะแตะอยู่ใกล้ๆ รถเข็นที่พ่อและแม่ขายของอยู่ โดยมีสายตาของพ่อ/แม่ และ บรรดาแม่ค้าใกล้เคียงไม่ว่า แดงแม่ค้าน้ำที่ชงกาแฟแก้วที่สองให้หมีทุกวันอังคารถึงศุกร์ หรือ พี่คนขายของกระจุกกระจิกน่าซื้อแผงตรงข้ามกัน ช่วยกันสอดส่อง ไม่ใช่ด้วยใจที่ใช้รักไปทั่วหรอกหรือ?? ที่เขาเหล่านี้ใช้มองทำให้ลูกชายของคนขายผลไม้สามารถวิ่งเตาะแตะอยู่ริมถนนได้โดยปลอดภัยมาจนทุกวันนี้

ลองใช้ใจทำงานให้คุ้มกว่านี้ดีมั้ยคะ เหมือนที่พี่ฮิวจ์ ว่าไว้ในตอนจบของ Love Actually(is Around us)น่ะแหล่ะ ผมเห็นความรักลอยอยู่ทั่วไป แล้วคุณจะรู้สึกได้ค่ะว่า การได้รักตลอดทุกจังหวะลมหายใจเข้าออกมันเป็นสุขนะ

ขอบคุณ คุณป้าก่ะน้องหนุ่ม

พิ่ Hugh ก่ะ Love Actually

เพลงรักเพลงนั้น((จะพยายามไปหาข้อมูลเพิ่มนะคะ ;P)

เจอล่ะ น้องพัดชา กะ ไม่เสียใจ..ที่ได้รับเธอ น่ะเอง เชิญสดับค่ะ

.

.

และที่สำคัญ คนชักชวนเข้าสู่วงการเพ้อเจ้อ แยมแก้มแดง Vahaha

~~~apooh~~~

โดย apooh

 

กลับไปที่ www.oknation.net