วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นึกถึงพ่อกวี ประเสริฐ จันดำ (13 ปีแล้วสินะ)


กลางม่านฝุ่น

วาดวะว่อนว่ายลมอยู่หวอยหวอย

ละอองลอยล่องมาอยู่ลิ่วลิ่ว

ปาดปะทะปลายไม้เปิดเปิงปลิว

ประดับทิวทุ่งแล้งอยู่ลิบลิบ

 

ประหนึ่งหมอกมัวซัวที่เต้นส่าย

เริงระบำรำร่ายกระดิบกระดิบ

บัดดลดั่งบันดาลเป็นธารทิพย์

ได้ดื่มจิบแจ่มจิตมิเจื่อนจาง

 

ในจำนวนนั้นนับอสงไขย

กลางแดดใสเริงแรงแสงสว่าง

อันแผดเปรี้ยงทับทอดอยู่ทุกทาง

แห่งทุ่งร้างผากร้ายแผ่นดินเรา

 

กลางม่านฝุ่นฝันฝืนทั้งตื่นหลับ

มิอาจขับให้สิ้นเหมือนถิ่นเขา

ตั้งแต่ปุแต่ปู้นั้นเต็มเปา

ลุถึงเท่าปรัตยุบันบ่เปลี่ยนแปลง

 

ตำนานนั้นเก่าคร่ำด้วยขึ้งเคียด

ถูกบังเบียดกระทำอำนาจแบ่ง

โอ้ออนซอนช้ำชอกดอกสะแบง

ล่วงหน้าแล้งหล่นปลิวอยู่โปรยปราย

 

ภาพคนนาล้าเหนื่อยซบหน้านิ่ง

แล้วก็ทิ้งทุ่งนาหนีหน้าหาย

บ้างยังยืนขื่นเข็ญเป็นเหมือนตาย

ยังไม่ถึงวันสุดท้ายก็ต้องทน

 

กลางม่านฝุ่นปลิวฟุ้งอยู่ฟั่นฟั่น

ยามลมผันผกเห็นระหว่างหน

การดิ้นรนเพื่ออยู่ของผู้คน

ที่ทุกข์จนยั้งจอดตลอดมา

 

หวังพบวันที่ดีมีความหมาย

ก็เลือนลางห่างหายบ่มาหา

อ้อนวอนถึงฟ้าดินเทวดา

ก็เปล่าดายตายห่าไปหมดแล้ว

 

วาดวะว่อนว่ายลมอยู่หวอยหวอย

กลางท้องทุ่งเหงาหงอยเสียงลมแผ่ว

ทะเลฝุ่นแผ่ขยายกระจายแนว

คล้ายเสียงแว่วสูเอยอย่าโอดครวญ

 

 วันที่ 11/11 วนเวียนมาซ้ำแล้ว 13 ครั้ง ตอกย้ำว่าพ่อจากไป 13 ปีแล้ว

จะว่าไปก็เนิ่นนานกับจำนวนตัวเลข แต่ในทางความรู้สึกนั้น

ลูกรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่ลูกยืนร้องไห้หน้ากระจกพร้อมกับตั้งคำถาม

ในการจากไปของพ่อเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้เอง

 ขณะที่ลูกเปิดหนังสือของพ่อ "ฝอยฝนบนม่านฝุ่น" หาบทกวีที่เข้ากับยุคสมัย

แรกเริ่มเดิมที ลูกหาบทกวีเกี่ยวกับการเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ในบ้านเมืองทุกวันนี้ แต่ระหว่างที่ลูกค่อยๆอ่านงานของพ่อ บทกวีกลางม่านฝุ่น

ของพ่อ สะกดลูกให้ประทับใจยิ่ง ทั้งความงามของภาษา สัมผัสนอก

สัมผัสใน บริบท บริภาษ ลูกภูมิใจในตัวพ่อมากๆ ระหว่างนั้นลูกตั้งจิต

ระลึกถึงพ่ออย่างแน่วแน่

ลูกปฏิเสธการอ่านงานของพ่อมาตลอด เพราะลูกคิดว่างานของพ่อพูดถึงแต่

ความยากจน วิถีของชาวนา ลูกอีสาน มันน่าเบื่อ(ในความคิดตื้นเขินของลูก)

แต่แท้จริงแล้ว พ่อเป็นผู้กู่ร้องถึงความยากจนข้นแค้นของวิถีชีวิตชาวนา

ความเป็นลูกอีสาน ที่อาศัยอยู่บนพื้นดินที่ถูกสาป แห้งแล้ง และยากจนวนเวียน

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้ชาวไทยได้รับรู้ ถึงความยากแค้นของชาวนา

แต่ผลงานของพ่อใช่ว่าจะมีแต่เรื่องหนักๆเหล่านั้น ความงามของธรรมชาติ

ความรัก(ที่หลายๆครั้งลูกเอาไปใช้) ที่พ่อใช้ภาษาสละสลวย นุ่มนวล งดงาม

สะกดจิตใจของลูก และคนอ่าน ซึ่งลูกเพิ่งเข้าใจในวันนี้ว่า ทำไมคนที่ชื่นชม

บทกวีของพ่อและผลงานของพ่อ ทั้งคนรุ่นเดียวกัน รุ่นน้อง รุ่นหลาน

ต่างยกให้พ่อเป็น "มหากวีศรีทุ่งรวงทอง" ลูกเพิ่งซาบซึ้งในวันนี้เอง

พ่อรู้ไหมว่า มีกวีรุ่นหลาน เหลนของพ่อ ชื่นชมผลงานของพ่อ จนถึงขั้น

จะสมาทานตัวตน และวิถีการใช้ชีวิตของพ่อ ส่วนตัวลูกไม่เห็นด้วยเท่าใดนัก

ถ้าวันหนึ่งชีวิตที่มีค่า จะต้องจบลงด้วยพิษจากสุราหรือน้ำเมา ถ้าพ่อยังอยู่

ไม่รู้สินะว่าถ้าให้พ่อเลือก พ่อจะอยากอยู่บนโลกใบนี้นานๆ หรือว่าจะขอเสพ

เมรัยร่ำบทกวี แต่ไม่ว่าจะอย่างใดลูกก็ดีใจและซึ้งใจมากมาย ที่แม้วันนี้พ่อจะ

ไม่อยู่แล้ว แต่ผลงานของพ่อก็ตราตรึงในหัวใจของลูก และการอ่านผลงานของ

พ่อ ก็เหมือนพ่อเล่าเรื่องชีวิตที่ผ่านมาของพ่อให้ลูกฟัง

วันนี้ลูกกับแม่ก็มีความสุขดี และลูกก็นึกถึงพ่อเสมอ รวมทั้งมิตรสหายของพ่อ

ที่ลูกได้เจอ เค้าก็นึกถึงพ่อเช่นกัน ปีนี้ถ้าเป็นไปดังที่ตั้งใจ ลูกจะเรียนจบ

ปริญญาโทแล้วตั้งใจจะเรียนต่อเอก โดยการสอบชิงทุนไปต่างประเทศ

ถ้าลูกทำได้ แม่คงดีใจมาก และลูกคิดว่าพ่อก็คงจะภูมิใจในตัวลูกเช่นกัน

ตอนนี้ขอให้พ่อส่งใจช่วยลูกทำทีสิสให้เสร็จตามกำหนดด้วยนะคะ

รักพ่อ และหวังว่าวันหนึ่งเราจะได้พบกัน

ป.ล. แม่ก็ยังนึกถึงพ่อเสมอนะ แม้ว่าเรื่องราวชีวิตของเราสามคนจะซับซ้อน

แต่ภาพความประทับใจของพ่อและแม่ ลูกเชื่อว่าแม่ยังจดจำมันเสมอ สำหรับลูก

พ่อจะเป็นคนสำคัญในหัวใจของลูกตลอดไป

 

>

โดย nuning

 

กลับไปที่ www.oknation.net