วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สื่อนอกยกชะตาชีวิตอดีตผู้นำจอมโกงก้องโลกสอน "ทักษิณ"


สื่อนอกยกชะตาชีวิตอดีตผู้นำจอมโกงก้องโลกสอน “ทักษิณ”
โดย ผู้จัดการออนไลน์11 พฤศจิกายน 2551 16:23 น.
       เอบีเอส-ซีบีเอ็นนิวส์ - สื่อต่างชาติจัดทำบทความพิเศษกรณี “ทักษิณ” ถูกทางการอังกฤษยกเลิกวีซ่า และต้องระเหเรร่อนหาที่อยู่อาศัยใหม่ ยกชะตาชีวิตของอดีตผู้นำจอมคอร์รัปชันทั่วโลก เพื่อเป็นบทเรียนเตือนสติแก่อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
       
       สำนักข่าวเอบีเอส-ซีบีเอ็น ของฟิลิปปินส์ รายงานบทความในหัวข้อ “Lessons for Thaksin from deposed leaders” มีเนื้อหาว่า หลังจากรัฐบาลอังกฤษ ยกเลิกวีซ่าของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ และ พจมาน ภรรยา สื่อมวลชนรายงานต่างๆ นานา ว่า บ้านหลังต่อไปของทั้งสองคนจะเป็นหนแห่งใด

(ไฟล์ภาพ) ทักษิณสนิทสนมกับอาร์โรโย ผู้นำฟิลิปปินส์เมื่อปี2003 แต่เวลานี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ลี้ภัย
       สื่อแดนตากาล็อก ระบุต่อมีรายงานว่า สองสามี-ภรรยา อาจตัดสินใจอยู่ในจีน โบลิเวีย ชาติในแอฟริกา หรือแม้แต่ในฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ ยืนยันว่า ไม่ได้รับคำขอลี้ภัยจากอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้
       
       เอบีเอส-ซีบีเอ็น ระบุว่า ทักษิณ อาจพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะขอลี้ภัยในประเทศใดประเทศหนึ่ง สืบเนื่องจากสนธิสัญญาของโลกได้สร้างความลำบากมากขึ้นต่ออดีตผู้นำจอมโกงทั้งหลายที่เผชิญข้อกล่าวหาในบ้านเกิด และพยายามหาประเทศที่ยอมให้พวกเขาลี้ภัยทางการเมือง
       
       ทั้งนี้ หนึ่งในสนธิสัญญาเหล่านั้น คือ อนุสัญญาองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการคอร์รัปชัน ซึ่งเนื้อหาเปิดช่องให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โยกย้ายบุคคลที่ต้องคำพิพากษาและกู้คืนทรัพย์สมบัติที่ถูกขโมยไป
       
       สำนักข่าวของฟิลิปปินส์ ระบุต่อว่า ทักษิณ หลบหนีไปอยู่ในอังกฤษ นับตั้งแต่ถูกขับไล่โดยรัฐประหารเมื่อปี 2006 เขาถูกพบว่ามีความผิดในข้อหาคอร์รัปชัน และถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ในความผิดละเมิดกฎหมายผลประโยชน์ขัดแย้ง ขณะที่ภรรยาของเขาถูกพิพากษาว่ามีความผิดในข้อหาหลีกเลี่ยงภาษี
       
       รายงานข่าวล่าสุด ระบุว่า ทักษิณ กำลังเดินทางไปทั่วเอเชีย เหมือนกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ที่เผชิญข้อกล่าวหาในบ้านเกิด ซึ่งต้องขอลี้ภัยทางการเมืองในประเทศอื่น
       
       ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผู้นำบางรายและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในประเทศบ้านเกิดและถูกส่งตัวกลับในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนหรือถูกเนรเทศกลับไปยังประเทศของพวกเขาเพื่อเผชิญข้อกล่าวหา
       
       Abs-cbnNews.com/Newsbreak ได้จัดทำรายชื่อของผู้นำและเจ้าหน้าที่ต่างชาติที่รู้กันดี ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดหรือถูกคุมตัวอยู่ในสถานคุมขังของศาลระหว่างประเทศเพื่อเผชิญข้อกล่าวหาต่างๆ ดังนี้

อัลแบร์โต ฟูจิโมริ
       อัลแบร์โต ฟูจิโมริ, เปรู
       ฟูจิโมริ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัย 3 ในปี 2000 ท่ามกลางข้อกล่าวหาโกงการเลือกตั้ง เรื่องอื้อฉาวสินบนเกี่ยวกับอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง วลาดิมิโร มอรเตซิโน บีบให้เขาต้องหนีไปอยู่ในญี่ปุ่น และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 5 ปี
       
       ในเดือนพฤศจิกายนปี 2005 เขาเดินทางไปยังชิลี แต่ถูกจับกุม เขาเผชิญข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องเหตุสังหารหมู่ 25 ศพ ดักฟังผิดกฎหมาย คุมขังสื่อมวลชน และนักธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงคอร์รัปชัน ทั้งนี้ ศาลฎีกาชิลีอนุมัติคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของเปรู ซึ่งล่าสุดศาลเปรูอยู่ระหว่างพิจารณาคดี
       
       ราโดวาน คาราดซิค, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
       คาคาดซิค ประกาศตัวเองเป็นผู้นำของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ในปี 1992 เขากำลังเผชิญข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรุงเฮก เกี่ยวข้องกับเหตุสังหารหมู่ชาวมุสลิม 8,000 คนในปี 1995 และถูกปลดจากอำนาจในปีเดียวกัน เขาถูกจับกุมในเซอร์เบีย และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาถูกส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังกรุงเฮก
       
       อัลฟอนโซ ปอร์ติลโญ, กัวเตมาลา
       ปอร์ติลโญ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีกัวเตมาลา ระหว่างปี 2000-2004 เขาเผชิญข้อกล่าวหาคอร์รัปชันในคดีเงินกองทุน 15 ล้านดอลลาร์ หายไปจากกระทรวงกลาโหม ปอร์ติลโญ หนีไปยังเม็กซิโกหลังวาระดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลง ขณะที่ศาลฎีกาเม็กซิโก ตัดสินเมื่อเดือนตุลาคม 2008 ว่าเขาควรถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปยังกัวเตมาลา
       
       บอริส สุสตาร์, สโลวีเนีย
       
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการเศรษฐกิจ สุสตาร์ ถูกพิพากษาว่า มีความผิดรับเงินใต้โตะจากบริษัทแลกกับความช่วยเหลือด้านเงินกู้จากกระทรวงเศรษฐกิจ เขาหลบหนีออกนอกประเทศก่อนคำตัดสินแต่เขาถูกจับได้ในแคนาดาเมื่อปี 2007 จากนั้นถูกส่งมอบให้กับทางการสโลวีเนีย
       
       ชาร์ลส์ เทย์เลอร์, ไลบีเรีย
       
เทย์เลอร์ ขึ้นสู่อำนาจในปี 1997 หลังจากสงครามกลางเมืองในไลบีเรียยุติลง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2003 ศาลพิเศษของเซียร์ราลีโอน ฟ้องเขาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชน และ 3 เดือนต่อมา ศาลยุติธรรมแห่งสหประชาชาติออกหมายจับ เทย์เลอร์ โดยทางยูเอ็นบอกว่าผู้นำรายนี้ก่อตั้งและสนับสนุนกบฏเซียร์ราลีโอน
       
       เทย์เลอร์ ลงจากตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2003 ภายหลังเสียงเรียกร้องให้เขาสละตำแหน่ง จากนั้นเขาเดินทางไปไนจีเรีย ซึ่งทางรัฐบาลยื่นข้อเสนอให้ที่ลี้ภัย แต่ 3 ปีต่อมาทางการไลบีเรียร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน และรัฐบาลไนจีเรีย ยอมปล่อย เทย์เลอร์ ไปขึ้นศาลในเซียร์ราลีโอน ทว่าไม่ยอมส่งตัวเขาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับมายังไลบีเรีย
       
       ทั้งนี้ เทย์เลอร์ หายไปจากบ้านพักในไนจีเรีย แต่ถูกจับกุมได้ขณะพยายามข้ามพรมแดนไปยังแคเมอรูน จากนั้นเขาถูกส่งตัวไปเข้าคุกของสหประชาชาติ

โดย คนไทยรักชาติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net