วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อกหัก .......…..มารักดอกบัว(กันเถอะ)


อกหัก.......มารัก(ดอก)บัว (กันเถอะ)...........

ชื่อเรื่องขึ้นมา ก็แปลกๆ ซะแล้วใช่มั้ยคะ อกหัก จะไปรักดอกบัวทำไม ลำพังจะบังคับตัวเองให้มารักตัวเอง ก็ยังยากเลยในข่วงเวลานั้น จะไปให้รักดอกบัวทำไมกัน......... แต่สำหรับฉันตอนอกหัก หรือไกล้จะอกหัก (เอ๊ะ ยังไง) มักจะคิดถึงดอกบัวเสมอ เพราะอะไรน่ะเหรอ จะเล่าให้ฟังค่ะ

ดอกบัวขึ้นอยู่ทั้งตามธรรมชาติ ห้วยหนอง ข้างทาง ชูช่อสีขาว สีชมพู สลับกับฝักบัว หลายขนาด ท่ามกลางใบบัวสีเขียวเหลือบเพราะนวลที่เกาะใบไว้ บางใบโดนลมพัดก็พลิกคว่ำ พลิกหงายไปตามธรรมชาติของมัน ใบบัวบางใบก็ผุเหี่ยวกลายเป็นสีน้ำตาลยังเกาะอยู่บนก้านสีน้ำตาลเช่นกัน รอเวลาที่จะตกลงไปผุพังในหนองน้ำที่มันเกิด    

ฉันชอบมองมันเวลานั่งรถ สีชมพูของกลีบบัวทำให้หนองน้ำข้างทางดูมีสีสันสวยงามมากกว่าที่จะเป็นหนองน้ำที่มีหญ้าขึ้นรกเหมือนแหล่งน้ำอื่นๆ ความชอบนั้นก็น่าจะเหมือนกับปกติคนทั่วไป เวลาที่เห็นดอกบัว แล้วก็ชอบมองเพลินๆ แก้เบื่อ เวลานั่งรถนานๆ

แต่ฉันเริ่มมารักดอกบัวมากขึ้นจนกลายเป็นดอกไม้สุดโปรดในหลายๆ ชนิด ก็เพราะเมื่ออกหักนี่ล่ะ ตอนนั้นฉันเพิ่งเรียนจบมาไม่ถึงสองปี ย้ายงานจากที่เดิมที่ตั้งอยู่บนถนนแห่งธุรกิจแถบสุขุมวิท มายังโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม การทำงานที่ถือว่าเป็นงานใหม่ ที่แตกต่าง คงเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในครั้งนั้น …….ความรู้สึกรักที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น ทำให้หัวใจอิ่มเอม ถึงขนาดเล่าให้เพื่อนฟังด้วยรอยยิ้มว่า เค้าเป็นคนแรกที่เวลาอยู่ใกล้แล้วหัวใจเต้นแรงทุกที ตอนนั้นเพื่อนได้แต่นั่งฟังตาปริบๆ คงแปลกใจว่าฉันเป็นไปได้ขนาดนั้น

และในที่สุดวันลาจาก ก็เดินทางมาถึงฉัน เพราะเขาคนนั้นยังคบกับใครอีกคน ทั้งที่เคยบอกฉันว่า เลิกติดต่อกันนานแล้ว เพราะอยู่ด้วยแล้ว มันไม่ใช่ อยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกันทุกที เธอคนนั้นโทรมา และบทสนทนาที่ทำร้ายจิตใจฉันก็เริ่มต้นขึ้น…………

อีกไม่นาน ก็มีข่าวเรื่องการแต่งงานของเขากับเธอ พร้อมการ์ดแต่งงานสีชมพูสวยเก๋ เขาบอกกับฉันว่า เขาไม่มีทางเลือก พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายรู้จักกันและอยากให้แต่งงานกัน และเขาก็จะไม่ติดต่อกับฉันอีก เพระไม่อยากให้ฉันเสียใจอีก ………ฉันได้แต่พยักหน้าเข้าใจ เพราะคงไม่มีเหตุผลอะไรกับการไปยื้อหัวใจของใครสักคน คำตอบที่ได้มา ก็คงเป็นคำตอบแก้เก้อ แก้ตัว เพราะไม่รู้จะหาคำไหนมาพูดได้ดีกว่านี้ ฉันได้ยินคนอื่นๆ ที่ได้รับบัตรเชิญไปงานเลี้ยงนั่งดูรูปถ่ายคู่ในสตูดิโอ ที่ประยุกต์นำมาเป็นการ์ดเชิญแต่งงานของเขา วิพากษ์วิจารณ์กันไป ว่าเจ้าสาวเคยเป็นเด็กมาฝึกงานที่ก๋ากั่น ไม่กลัวใคร ฐานะทางบ้านดี มีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่งกันไปก็คงมีแต่รวยขึ้น เพราะฝ่ายชายทำงานเก่ง ถึงแม้จะมาจากบ้านนอก แต่ก็ตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อที่จะให้ตัวเองสุขสบาย ให้แม่กับพ่อสะดวกสบายอยู่ในสังคมที่ดีกว่าที่เคยจากมา

ฉันได้แต่ฟังอยู่เงียบๆ และคิดในใจว่า หญิงสาวคนนั้นคงทำให้ความฝันของเขาง่ายขึ้น ฝันหนึ่งที่เขาเคยเล่าว่าเขาอยากซื้อบ้านราคาเดี่ยวแพงๆ ที่อยู่ในหมู่บ้านของคนรวยๆ ที่มีชื่อเสียง เพราะพ่อกับแม่จะได้มาอยู่ด้วย และถ้าวันนึงเขาแต่งงานมีลูก ลูกของเขาจะได้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี อากาศที่ดี เพื่อนบ้านที่ดี ไม่โหวกเหวกโวยวายเหมือนห้องแถวคนจีนที่เขากับครอบครัวเติบโตขึ้นมา เขาเล่าและหันมายิ้มให้ฉันพลางขับรถ วันนั้นความรักคงทำให้ฉันภูมิใจที่ได้คบคนที่รักครอบครัวอย่างเขา อยากให้ครอบครัวมีความสุข….................…. โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า 

ในวันหนึ่งวันนั้น.........ฉันไม่ได้อยู่ในอนาคตและความฝันนั้นของเขาแม้สักนิด

ความทุกข์ในเวลานั้นช่างสาหัสกับการที่ต้องทำงานอยู่ที่เดียวกัน ฉันบอกกับตัวเองว่า จะต้องผ่านช่วงเวลานั้นไปให้ได้โดยไม่ฟูมฟาย แต่มันก็เป็นเรื่องยากซะเหลือเกิน กับการที่จะต้องได้ยินเรื่องราวของคนทั้งคู่...............

เค้าซื้อบ้านเดี่ยวกันแล้วนะ ราคาตั้งหลายล้านแน่ะ น่าอยู่เนอะ”

เสียงคุยกันของคนในออฟฟิศ ทำให้ฉันต้องหยิบหนังสือมาอ่าน ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกอยากอ่าน แก้เก้อเพราะไม่รู้จะพูดจะทำอะไรในวงสนทนานั้น สมองฉันบอกกับตัวเองว่า การที่เรารักใครสักคน เราต้องยินดีเมื่อเขามีความสุขสิ และถ้าเค้าแต่งกับฉัน เค้าก็อาจจะไม่ได้มีบ้านหรูๆ เพราะฉันไม่ได้มีฐานะดีเหมือนกับเธอคนนั้น…….ใช่…….ฉันควรคิดแบบนั้น

แต่ทว่าเวลาหลายเดือนผ่านไป ความรู้สึกของคนที่ไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือก เป็นผู้ถูกทิ้งให้อยู่กับความเจ็บช้ำ ความต่ำต้อย น้อยใจกับชีวิตที่ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ฐานะดี มีกิจการเป็นของตัวเอง ร่ำรวย ยังฝังอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ และมาเยี่ยมฉันทุกวันก่อนหลับตานอนยามค่ำคืน

และแล้ววันนึงฉันได้ซื้อหนังสือเล่มหนึ่งของท่าน.วชิรเมธี เป็นหนังสือธรรมะเล่มขนาดกลาง หน้าปกสดใส แต่ฉันจำชื่อหนังสือไม่ได้แล้วนะ รู้แต่ว่าเมื่อได้อ่านเรื่องหนึ่งที่ท่านเขียนถึงเรื่องดอกบัว ฉันก็น้ำตาไหล น้ำตาทำให้ตามองตัวหนังสือไม่ชัด ฉันเช็ดน้ำตาออกให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้อ่านบรรทัดต่อๆ ไปได้ให้มากที่สุด ฉันจำข้อความได้ไม่หมดหรอกนะ แต่ใจความบทนั้นกล่าวถึง 

“ดอกบัว ดอกไม้ที่บางคนดูว่าต่ำต้อย เกิดจากโคลนตมดำๆ ที่ไม่มีใครอยากสัมผัส แต่ดอกบัวก็ไม่ได้สนใจใคร ก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน เติบโต แตกใบ ชูช่อ พยายามต่อสู้เพื่อให้ตนได้อยู่เหนือน้ำ ไม่อ่อนแอกลายเป็นอาหารของปูปลา และชูช่อแย้มกลีบบานสวยในหนองน้ำ ให้คนผ่านไปมาได้ชื่นชม ดอกบัวนิ่ง สงบ สง่า บริสุทธิ์ จนได้กลายเป็นดอกไม้ที่ได้เป็นดอกไม้ถวายพระพุทธเจ้า บูชาพระพุทธรูป ถวายพระสงฆ์ และใช้ในพระราชพิธีต่างๆในวัง เพราะถือเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นมงคล

เพราะฉะนั้น ค่าของคนเราไม่ได้อยู่จากสิ่งที่เราเกิดมา หากอยู่ที่ตัวเราเองต่างหาก ความต่ำต้อยจากการเกิดมา เราไม่สามารถเลือกได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะเป็นได้ แม้ว่าเราไม่ได้สูงส่ง ไม่โดดเด่น ไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือก ก็ขอให้เราคิดว่าเราเป็นดอกบัวที่นิ่ง สงบ สง่า รอคนที่เ ห็นคุณค่าของเราจากที่เราเป็น ไม่ใช่เปลือกนอกดีกว่า”

เนื้อความทำให้ฉันรักดอกบัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ฉันอยากเป็นเหมือนดอกบัวล่ะ

เมื่อมีคนถามว่าฉันชอบดอกไม้อะไร ฉันไม่ลังเลที่จะตอบว่าเป็นดอกบัว ยิ่งเมื่อได้รู้จักดอกบัวมากขึ้น ฉันก็ยิ่งรักดอกไม้นี้ขึ้นอีก หมดจิตหมดใจ

v

v

นั่นละค่ะ ที่มาของชื่อเรื่องวันนี้ของฉัน เหตุการณ์วันนั้นจบแล้ว ตอนนี้ฉันสบายใจ มีความสุขดี ได้ยินว่า ชายหนุ่มคนนั้นได้คบหากับหญิงอื่นอีกหลายคน รวมทั้งลูกน้องฉัน ทั้งที่แต่งงานมีลูกสาวโตวันโตคืน ครอบครัวระหองระแหง แต่นั่นไม่เกี่ยวกับฉันแล้วนี่นา..........

......กลับมาเรื่องดอกบัวของเราต่อดีกว่าค่ะ จริงๆ การอกหักมีข้อดีอีกข้อที่บางคนอาจจะลืมคิดไป ก็คือ เราได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้ทำอะไรที่ตัวเองรัก และจากความรักดอกบัวของฉันนับจากวันนั้น ฉันจึงไปเรียนพับดอกบัว ก็เลยยิ่งหลงเสน่ห์ดอกบัวขึ้นไปอีก

มาค่ะ ใครอกหัก........................ก็มารักดอกบัวด้วยกัน

ปัจจุบันดอกบัว ไม่เพียงแต่นิยมนำไปใช้ในกิจกกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนาแล้ว เรายังเห็นดอกบัวถูกนำไปตกแต่งตามร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต สปา งานตกแต่งสถานที่ต่างๆ อีกมากมาย เนื่องมาจากลักษณะเฉพาะตัวของดอกบัว และสามารถนำมาพับดัดแปลงเป็นแบบต่างๆ ก็สามารถนำไปตกแต่งสถานที่ต่างๆ หรือจัดดอกไม้ร่วมกับดอกไม้อื่นๆ สวยไม่แพ้ดอกไม้เมืองนอกทีเดียว

เรามารู้จักดอกบัวที่เราเห็นๆ กันก่อนค่ะ ดอกบัวที่เราเห็นขายกันเป็นกำๆ ในตลาด มักจะเป็นดอกบัวสองชนิดนี้

1.    บัวสัตตบงกช หรือที่แม่ค้าเรียกกันว่า บัวฉัตร ก็เป็นบัวที่เราเห็นขายกันทั่วไปค่ะ ก็มีทั้งสีขาว สีชมพู

2.    บัวหลวง ก็จะมีลักษณะคล้ายกัน แต่ลักษณะดอกจะเรียวยาวมากกว่า บัวฉัตร ดอกบัวหลวงสีขาว เรียกว่า บุณฑริก ส่วนสีชมพูเรียกว่า โกมุท ลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันนอกจากลักษณะดอกเรียวยาวแล้ว กลีบนอกจะเล็กกว่ากลีบชั้นใน จำนวนกลีบดอกน้อยกว่า

                      

ดอกบัวเป็นที่รู้จัก แพร่หลายในประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยา จากข้อมูลจากประวิติศาสตร์ได้มีพิธีสะเดาะเคราะห์โดยใช้ดอกบัวขาว บัวแดง บัวขาบ(สีน้ำเงิน) บัวชมพู สีละ 25 ดอก สืบมาจนถึงในรัชกาลที่ 1 ถือว่าดอกบัวเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนั้นบัวยังมีประโยชน์อีกมากมายในด้านอาหารค่ะ เช่น

รากบัว ก็สามารถนำมาทำอาหารได้ ไม่ว่าจะนำไปเชื่อมเป็นของหวาน แกงส้มรากบัว หรือ ไหลบัวก็อร่อย

 

ดอกบัว นอกจากที่กล่าวมาแล้ว กลีบดอกตากแห้งทำเป็นยาเส้นได้ ทำเป็นชาดอกบัวได้  เกสรเป็นยาบำรุงหัวใจได้ แต่ห้ามใช้สำหรับคนเป็นไข้ เพราะจะทำให้ร้อน

               

เมล็ดบัว บำรุงเส้นเอ็น บำรุงกระดูก บำรุงครรภ์ นำมาใส่ในขนม ไอศรีมได้อร่อย

                       

ดีบัว คือ ต้นอ่อนสีเขียวๆ เล็กๆที่อยู่ในเมล็ดบัว รสขม สามารถบำรุงหัวใจ ลดอาการหลอดเลือดตีบได้

                      

ใบบัว นำไปใช้ห่ออาหาร เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อ เช่น ข้าวห่อใบบัว หรือใช้ในพิธีบวช รองผมนาคแล้วนำไปฝัง เพื่อให้ความหมายว่า ได้ตายไปจากเพศฆราวาสแล้ว และบวชเป็นภิกษุ

     

นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับบัวอีก เช่น

คนจีนนิยมกินบัวกันมาก เพราะเชื่อว่าบัวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์   เพราะดอกบัวเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า  พระพุทธเจ้าเปรียบดอกบัวเหนือน้ำเป็นความบริสุทธิ์เป็นปัญหาที่สามารถถีบตัวหนีโคลนตมใต้ดินขึ้นมาได้   นอกจากนั้นยังถือว่าบัวเป็นสัญลักษณ์ของวามสามารถในการเจริญพันธุ์ออกลูกออกหลานเป็นสัญลักษณ์ความงามแท้ของแม่หญิงในพิธีวิวาห์ของคนจีน   ให้คู่บ่าวสาวกินรากบัวเพราะรากบัวเมื่อถูกหักยังเหลือใย   ไม่ขาดจากกันง่าย ๆ  เหมือนสำนวนไทยว่า  “ตัดบัวยังเหลือใย”   บัวยังเป็นอาหารที่เก่าแก่   คนจีนยังถือว่ารากบัวเป็นยาชนิดหนึ่งด้วย 

v

v

วันนี้เอารูปดอกบัวที่พับในรูปแบบต่างๆ มาให้ดูกันเล่นๆ ไปก่อน ไว้ถ้ามีโอกาส จะมาสอนพับดอกบัวและวิธีการเลือกดูแลรักษาบัวกันค่ะ ต่อไปเราจะได้พับดอกบัวได้หลายแบบเวลาถวายพระ แล้วก็ยังพับเล่นๆ แต่งบ้านแบบกิ๊บเก๋ได้แบบราคาไม่แพงด้วยค่ะ

เริ่มต้นแบบที่ดูสวย และไม่ยากเท่าไหร่ อาศัยว่า มือเบาๆ นิด เวลาค่อยไล่จับกลีบบัว แบบในวัง พบเห็นได้เวลาจัดดอกไม้ในวัง และเดี๋ยวนี้ก็เห็นตกแต่งในสปาต่างๆ ตัดลอยในอ่างก็สวยงามแล้วค่ะ

                                        แบบพิกุล

                                   แบบบุญนาค

แบบนี้คงเห็นกันบ่อย โดยเฉพาะเวลาเลือกตั้ง และในสภา "แบบกงจักร" หุหุ

แบบนี้เรียก บานชื่นปลายหยัก จะพับกลีบด้านหลังและพับกลับไปด้านหน้า ส่วนบานชื่นธรรมดา ก็พับด้านในแทน

แบบกุหลาบบาน แบบนี้นิยมมากในการตกแต่งสถานที่ เพราะกลีบดำๆ จะถูกพับไว้ด้านใน กลีบจะทน สวยงามนานกว่าแบบอื่นๆ

  

  

แบบเสาวรส ยากขึ้นมาอีกหน่อย แต่ก็สวยแปลกตาไปอีกแบบ

ดอกบัวที่พับแล้ว ก็นำมาจัดรวมกับดอกมาร์กาเรตสีม่วง ได้แจกันทรงสามเหลี่ยมตั้งมุมบ้านก็สวย

   

       

หรือจะซื้อมาทั้งกำ นั่งพับหลายๆ แบบ ชิวๆ ปักลงกระป๋องเฉยๆในบ้านที่มีอยู่ ก็น่ารัก

                       

          

ใบที่ห่อมาก็อย่าทิ้ง นำมาวางประดับได้อีกต่างหาก

       

เห็นมั้ยคะ ดอกบัว น่ารัก อย่างที่ฉันเล่ามั้ยล่ะ

v

v

แถมรูปดอกบัวกับการจัดดอกไม้แบบต่างๆ

    

 

                          พานรดน้ำสังฆ์แบบประยุกต์

                     ซุ้มงานแต่งงานได้เก๋ ทั้งดอกบัว และฝักบัว

       

                                                      หรือจะเป็นโต๊ะลงทะเบียนแบบไทยๆ

แต่ดอกบัวก็ไม่ใช่จะ Go - Interไม่ได้ซะเมื่อไหร่ ลองดูโต๊ะอาหารแบบ ดินเนอร์หรูๆ ที่ตกแต่งด้วยดอกบัวก่อนค่ะ สวยใช่มั้ยล่ะ

                    

                                                          ขอบคุณน้องต๋อง (ปิยะ) กับภาพสวยๆ ค่ะ

         

         หรือจัดกับเสา และแจกันทรงโรมัน ก็สวยงาม หรูหราได้

          

เป็นไงคะ.......รักดอกบัวกันขึ้นบ้างรึยัง ?

.

. ถ้าจะให้ดี รักได้เลย ไม่ต้องรออกหัก......น่าจะดีกว่าแน่ๆ ค่ะ ( ^ ^ )

.

::Rosefinchy::

         ******************************************

Creditted information & photos to:

http://www.geocities.com/life_in_america2004/Thai2UsaKitchen/DSCN0112.jpg

http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Kitchen24/rakbuanamoo02.jpg
www.paktho.ac.th
www.pharm.chula.ac.th/.../images/sdnympha.jpg
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=chingdoung&month=09-2007&date=02&group=4&gblog=3

โดย Rosefinchy

 

กลับไปที่ www.oknation.net