วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซุ้มประตูป่า....ในประเพณีลอยกระทงถิ่นเหนือ


ซุ้มประตูป่า…..ในประเพณียี่เป็ง

                ในความเชื่อของชาวล้านนาประตูป่า มีความหมาย อยู่   2   ความหมาย 

     ความหมายแรก หมายถึง ปากทางที่จะเข้าสู่ป่า ซึ่งมักจะปรากฏอยู่เป็นเสา ตั้งอยู่ที่ชายหมู่บ้าน ขนาบทางเดินที่จะเข้าป่า ซึ่งมักจะเป็นส่วนประดับอยู่ระหว่างเสาทั้งคู่ ใช้เป็นบริเวณที่ประกอบพิธีกรรมสำหรับหมู่บ้าน และยังหมายถึงบริเวณพิธีที่ประกอบพิธีกรรมในการยกทัพอีกด้วย

 

    ความหมายที่สองประตูป่าในล้านนาหมายถึง บริเวณทางเข้าที่ล้อมด้วยรั้วราชวัตร ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่ใช้ประกอบพิธี หรือสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ในช่องทางนี้มักประดับไปด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อย และใช้ทางมะพร้าวผ่าออกเป็น 2 ส่วน เพื่อประดับที่เสาประตูด้านละส่วน แล้วโน้มปลายมาผูกติดกันเพื่อแสดงช่องทางเข้าสู่สถานที่นั้น และการประดับประดาด้วยดอกไม้ เช่นดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย ดอกรัก และประดับด้วยโคมไฟ การประดับประตูป่าเช่นนี้จะจัดทำขึ้นที่ประตูบ้านในเทศกาลยี่เป็ง หรือวันเพ็ญเดือนยี่ ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 หรือวันลอยกระทงในภาคกลางนั่นเอง ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่า ทำเพื่อต้อนรับพระเวสสันดร เพราะชาวล้านนานิยมฟังมหาเวสสันดรชาดก และหากใครฟังครบ 13 กัณฑ์ จะเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง และบ้านเมือง

สำหรับซุ้มประตูป่าของเรา ได้รับเงินสนับสนุนจากเทศบาลนคร มาจำนวนหนึ่ง  เหลียวมองแล้ว มีกันอยู่ 4 คน ชาย 2 หญิง 2 ไม่ขาดทุน หรือกำไรกันเท่าไหร่

เราจึงแบ่งหน้าที่กัน ฝ่ายชายเป็นเจ้าภาพเรื่องโครงสร้างประตูป่า ต้นไม้ต้นไร่ เช่น กล้วย อ้อย ทางมะพร้าว ฯลฯ ฝ่ายหญิงดูแลเรื่องของประดับตกแต่ง อันประกอบไปด้วย ธง ตุง โคม  เราก็ไปเอาโคมกระดาษเก่ามาแกะกระดาษออกเพื่อติดกระดาษใหม่ ตัดลายในกระดาษทองเพื่อตกแต่งโคมให้สวยงามขึ้น

โคมเก่า พอเปลี่ยนกระดาษก็เหมือนคนได้นุ่งผ้าใหม่ ก็ดูดีขึ้นมาทันที

ส่วนโคมที่ปันให้น้องปอจูน่ารักไปนั้นเรียกว่าโคมกระบอก เราใช้กระดาษสาแปะตามพิมพ์ เก็บรายละเอียด ใส่หลอดไฟเข้าไปจะได้อย่างที่เห็นในภาพ คือโคมทรงกระบอกที่แขวนเป็นแถวเรียงกันยาวเลยค่ะ

ธงสามเหลี่ยมติดปลายไม้ไผ่เหลา อันเล็ก ๆ มีหลายสี เรียกว่าจ้อ ค่ะ ใช้ประดับตกแต่งราชวัตรให้สวยงาม สดใสด้วยสีสันต่าง ๆ กัน

                

ลอยกระทงปีนี้ เราจัดโต๊ะหมู่สำหรับแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และส่งเสด็จ ด้วยเครื่องบูชาแบบชาวเหนือค่ะ

ตกค่ำซุ้มประตูป่าทุกแห่งจึงเปิดไฟ...ทั่วทั้งเมืองจะมีส่วนราชการ ห้างร้าน โรงเรียน ที่ประดับประดาซุ้มประตูป่า ประชาชนจะขับรถเที่ยวดูประตูป่ากันอย่างสนุกสนาน

ด้านซ้ายของประ๖ป่าของเรา นอกจากต้นไม้ โคม ตุง ต่าง ๆ แล้ว เราจะให้ความรู้แก่ผู้สนใจด้วย “กำบ่าเก่า”  ซึ่งเป็นสุภาษิต คำพังเพย ของชาวล้านนา ภายใต้หัวข้อ "ของบ่กิ๋นฮู้เน่า ของบ่เล่าฮู้ลืม"เอาไว้ให้ผู้สนใจผ่านไปมาได้อ่านกันลืมค่ะ

              

โคมไฟที่ประดับไว้เมื่อมืดค่ำลงก็ส่งแสงวับ ๆ แวม ๆ ทำให้บรรยากาศมีเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่ง

การทำซุ้มประตูป่าในคราวนี้ เราช่วยกันทำในหน่วยงาน โดยใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาจับ เราต้องมีสามห่วง สองเงื่อนไข ให้ครบถ้วน คือ ความพอประมาณ เราก็ต้องทำไปตามสภาพของกำลังคน และกำลังเงิน ตามงบประมาณที่มีจำกัด มีเหตุผล คือไม่ทำอะไรเกินเลยไปกว่าที่ควร ที่เหมาะ มีการศึกษาหลักการ ข้อบังคับว่าซุ้มประตูป่าที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร มีภูมิคุ้มกันที่ดี คือ ปฏิบัติงานอย่างซื้อสัตย์ เคร่งครัด ตรงไปตรงมา ไม่เบียดบังงบประมาณที่ได้รับ ทำงานโดยประหยัด จ่ายเท่าที่ควรจะจ่าย สิ่งใดไม่จำเป็นก็ไม่ควรจ่าย สิ่งใดทำได้ หาได้ ก็ต้องจัดหามา ทำเสร็จเรียบร้อยก็ภาคภูมิใจในผลงานของเรา “เงยหน้าไม่อายฟ้า  ก้มหน้าไม่อายดิน” เท่านี้ก็สร้างสุขให้เรามากโขแล้วค่ะ อ้อ ยังมีเงื่อนไขความรู้คู่คุณธรรม ก็คือนิทรรศการในหัวข้อเรื่อง “ของบ่กิ๋นฮู้เน่า ของบ่เล่าฮู้ลืมไงคะ”  ทำให้ประตูป่าของเรา เป็นประตูป่า แบบพอเพียงของจริง(ฮี่....ฮี่....โม้นิด ๆพอสถานประมาณ) แถมเรายังมีเครือข่ายภาคประชาชนพี่หลอดพ่อค้าน้ำแข็งข้างห้องสมุด มาช่วยทำโดยไม่ต้องออกปากขอ เพื่อนสมาชิกห้องสมุด ที่ผ่านไปผ่านมาช่วยหยิบจับตามกำลัง และร้านค้าขายต้นไม้ฝั่งตรงข้ามที่พอเห็นเราไปถามราคาต้นไม้แล้วควักเงินออกมานับก็ให้ยืมต้นไม้มาประดับซุ้ม ไม่ต้องซื้อทำให้งบประมาณของเราไม่บานปลาย

                เราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นจากการทำงานร่วมกันการได้ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ทำให้เราได้ใกล้ชิด กันมากขึ้น คนน้อยก็ดีไม่ต้องรอให้ใครสั่ง ทุกคนทำตามหน้าที่ หรือที่เห็นว่าจะต้องทำ ที่ผ่านมาเรามักงอแงเรียกร้อง และตั้งคำถาม กับเพื่อนร่วมงานว่าทำไมไม่มีใครมาช่วยทำไมไม่ให้การสนับสนุน ทำไม ทำไม โดยไม่ได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมไม่ทำเองทำไมต้องรอความช่วยเหลือ

                เมื่อเห็นผลงาน    ของตัวเองก็หันมาบอกกัน.."เหนื่อยเนาะ...ลุง" อ๊ะอ๊ะ....ยังมีค่ะยังมีคนที่ให้เราเรียกลุงได้อยู่...หุ...หุ...แอบดีใจ

                ....เออ....แฮะ...เราทำกันเองก็ได้นี่ มันก็ตามสภาพตามกำลัง เลยคิดถึงข้อความในหนังสือที่เคยผ่านตา มาว่า"หากแฝงตัวอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่....ก็จะไม่สามารถเติบโตได้"....อะไรทำนองนี้พอนึกถึงข้อความนี้ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า .          ...เรา...โตขึ้นมาอีกนิดแล้วนะ....(หลังจากแก่มาหลายปี...ฉันก็ยังโตได้อีก)

 

 
เพลงรำวงลอยกระทง ของสุนทราภรณ์ 
เป็นการนำมาขับร้องใหม่                  

โดย จิตราภรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net