วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสวนา โรงแรมในอุทยานฯ และ การจัดการอุทยานฯ



เมื่อบ่ายของวันอาทิตย์ที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ มีการเสวนาเรื่อง.

..โรงแรมในอุทยานฯ และการจัดการอุทยานแห่งชาติ
โดยคุณ เสรี เวชชบุษกร
ประธานชมรมนักนิยมธรรมชาติ

และยังมีนักวิชาการด้านอนุรักษ์ หลายท่านด้วยกัน ที่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่ง การเสวนาเป็นไปอย่างกันเองค่ะ

              หลักการบริหารการจัดการอุทยานแห่งงชาติ เป็นไปเพื่อให้เกิดการทำลายธรรมชาติให้น้อยที่สุด และควรให้มีการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นให้มากที่สุด และหากเป็นไปได้ ปัจจุบันนี้ในเชิงการท่องเที่ยวควรทำเป็นแบบ EcoTourism ซึ่งในต่างประเทศรัฐจะทำการซื้อคืนที่จากชาวบ้าน เหมือนเป็นการนำผลกำไรจากอุทยานแห่งชาตินั้นมาคืนแก่คนในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น การทำเกตเวย์คอมมิวนิตี้ หรือศูนย์รวมแหล่งข้อมูลและการบริการไว้ให้กับนักท่องเที่ยว ..ที่บริหาร และเป็นเจ้าของโดยคนท้องถิ่น.. รายได้ก็จะเกิดกับท้องถิ่นอย่างตรงไปตรงมา
การทำงานเชิงอนุรักษ์ ย่อมตอบสนองต่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ น้อยกว่า แต่ในโดยรวมแล้วจะช่วยให้เกิดความยั่งยืนในเชิงพัฒนาและการตื่นตัวต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของธรรมชาติของวนอุทยาน อันจะทำให้พืชผลและสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายที่ท้องถิ่นนั้นๆ ได้มีความยั่งยืนในการพัฒนาความเป็นอยู่และหลักการของการพึ่งพาอาศัยกัน หากมีโรงแรมหรู ผุดขึ้นในท้องถิ่นที่เป็นอุทยาน เมื่อไร นั่นหมายถึง วัฒนธรรมแห่งมือใครยาวสาวได้สาวเอาที่รุมทึ้งธรรมชาติยังไม่หมดสิ้นไป

หากเรา ในฐานะประชากรของประเทศไม่ร่วมมือกัน ทำงานกันอย่างเป็นเครือข่าย หยุดยั้งวัฒนธรรมดังกล่าวและแปรเปลี่ยนให้เป็นความร่วมกับทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เสียกับอุทยานแห่งชาติ โรงแรมหรูที่เป็นสัญลักษณ์ของความฟุ้งเฟ้อ แต่ทำลายสิ่งแวดล้อม  ..อาจจะกลายเป็นที่พักแรมแบบยั่งยืน ที่สามารถอยู่กับธรรมชาติแห่งอุทยานและชุมชนในพื้นที่ซึ่งควรจะเป็นผู้มีส่วนตัดสินใจในการบริหารจัดการท้องถิ่นของเขา..ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะเกิดวัฒนธรรมชูป้ายคัดค้าน หรืออาจจะเกิดมือตบนักอนุรักษ์ฯ

แนวคิดในการเปิดให้สัมปทานเอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น อ.เสรี เล่าว่าอย่างน้อยๆก็ 6 ครั้งใหญ่ๆ ...

ปี 2525 สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ มี นาย ถนัด คอมันตร์ เป็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง...ได้เสนอคณะรัฐมนตรีขอกันพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ราวเกือบ 2000 ไร่ ไปขึ้นกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เพื่อให้เอกชนเข้ามาลงทุนจัดการพื้นที่ แต่ถูกคัดค้าน ยังไม่ได้ทันยื่นครม. ก็มีอันต้องล่มไปซะก่อน

ครั้งที่ 2 ราวปี 2531 – 2534 สมัยรับบาล พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่มีความพยายามจะเปิดพื้นที่หาดในยาง ให้ต่างชาติเข้ามาทำโรงแรมครบวงจร แต่ก็ต้องล้มเลิกไป

ปี 2535 ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุด สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นาย ชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ มี สาวิตถ์ โพธิวิหค เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯกำกับดูแลการท่องเที่ยว ได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้ ททท. อีกแล้ว กันพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุกแห่งได้ เพื่อใช้ประโยชน์พัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งถูกคัดค้านอย่างหนักจาก เอ็นจีโอ และสื่อมวลชนพร้อมใจกันนำเสนอประเด็นข่าวไปในทางคัดค้าน ไม่เห็นด้วย และจบลงด้วยการที่รัฐบาลยอมแพ้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว|

ปี 2537 เป็นการดำเนินการโดย ททท.เอง เสนอเข้าไปยังกรรมาธิการท่องเที่ยว รัฐสภา เพื่อเอาพื้นที่อุทยานมาสร้างโรงแรม

ปี 2544- 2548 สมัยรัฐบาลทักษิณ ก็มีการดำเนินการเรื่องนี้มาโดยตลอด มีการสั่งการให้คัดเลือกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 15 แห่ง เพื่อนำร่องสร้างโรงแรม และที่พักเพื่อบริการและอำนวยความสะดวก

และ ล่าสุด มติ ครม. 3 มิ.ย. 2551 ตั้งคณะกรรมการนโยบายความร่วมมือ ลงทุนระหว่างรัฐบาล และเอกชน ซึ่งมีนายกฯ หรือผู้ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน ซึ่งเป็นที่มาในการที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำการคัดเลือกอุทยานแห่งชาติ 10 แห่ง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

 และได้เห็นชอบให้จัดทำโครงการนำร่อง 3 โครงการคือ

• โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(บางปะอิน-โคราช) ..
• โครงการก่อสร้างโรงพยาบาล ..
• และโครงการบริหารจัดการอุทยานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
เป็นเช่นนี้แล้ว รัฐมนตรี ก็มุ่งมาที่ อุทยาน เพื่อจัดทำโรงแรม .. พื้นที่ป่าสงวน ก็ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
 
และตอนนี้ที่เล็งๆ กันไว้ ก็มี
• หาดไนยาง
• หาดวนกร
• หาดนพรัตน์ธารา
• ตะรุเตา
• หาดท้ายเหมือง
• พีพี
• หมู่เกาะอ่างทอง ..
ซึ่งจะเห็นว่า เป็นทางทะเลทั้งนั้น เป้าหมายหลักก็คือกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ


 

แล้วทำไม? ต้องมีโรงแรมในอุทยานแห่งชาติ

“ นโยบายเหล่านี้มันเกิดจากนักการเมือง รัฐมนตรี ที่ได้ไปดูงานในต่างประเทศ ไปรู้ ไปเห็น ไปสัมผัสของเขามา แล้วก็อยากจะมีแบบนั้นบ้าง โดยที่ไม่สอบถามเขาเลยว่า มันดีมันเสีย อย่างไร”
อ.เสรี ได้ยกตัวอย่างอุทยานแห่งชาติ “เยลโล่ สโตนจ์”ของอเมริกา ซึ่งเดิมเป็นสวนสาธารณะ ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ ดำเนินการเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งมีการเปิดให้สัมปทานเอกชนเข้าไปสร้างโรงแรม แล้วมีการเก็บค่าบริการเพื่อนำกลับมาดูแลรักษาสถานที่
“เปิด 5 ปีแรก ไม่มีเอกชนสักรายเข้ามาดำเนินการ เพราะมันลำบาก กระทั่ง ค.ศ.1872 มีเอกชนรายแรกเข้ามาดำเนินการ จากนั้นก็มีการให้สัมปทานรายอื่นๆราวปี ค.ศ.1916 แล้วพวกเขาก็พบว่ามันมีปัญหามาก ถึงปัจจุบันอยากทำการรื้อถอนออก แต่ก็ทำไม่ได้แล้ว ... พอคนไทยไปเห็นเขามีก็อยากมีมั้ง อยากเลียนแบบ ถึงกระทั่งข้าราชการ ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองไปเห็น ถึงกับออกปากว่า...
“เมื่อมาเที่ยวอุทยานฯ ก็ควรได้นอน ได้พักค้าง ในอุทยานฯ ไม่ใช่ออกมานอนนอกอุทยาน”
... โดยที่ไม่รู้เลยว่า ที่ไปเห็นมานั้น เขาอยากรื้อออก แต่เขาทำไม่ได้ ...
ความจริงหลักการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติมันมีหลักของมันอยู่แล้ว
“ ก่อสร้างให้น้อย คงความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด ให้ท้องถิ่นโดยรอบอุทยานเข้ามามีส่วนร่วมในการบริการในรูปแบบของโฮมเสตย์ อีโคทัวร์ ... ต่างประเทศเขาสร้างสิ่งก่อสร้างไว้นอกอุทยานฯทั้งนั้น”
 


   
แล้วจะต่อสู้อย่างไร?
ในฐานะที่ต่อสู้คัดค้านการสร้างอุทยานในโรงแรมมานักต่อนัก และผลแห่งการต่อสู้ก็ทำเอา อ.เสรี แป้กในหน้าที่การงานอยู่หลายปีจนเกษียณ อ.เสรี ยืนยันว่า มติครม.ยกเลิกได้ ล้มได้ และ อาจารย์แกทำมาแล้ว
“ผมขอบอกว่า พวกยุ่งกับป่า พวกกินป่า ล้มไม่เป็นท่ามานักต่อนักแล้ว แล้วไอ้มติ ครม.ก็เลิกได้นะ ขอเพียงมีการกระจายข่าวสาร สร้างแนวร่วมให้เกิดการคัดค้าน ด้วยการให้ข้อมูล ทำให้คนเข้าใจ ต้องอาศัยแรงเอ็นจีโอ สื่อ ที่สำคัญคือท้องถิ่น .. คนในท้องถิ่น ที่เราต้องสร้างความรู้สึกให้เกิดความเป็นเจ้าของ สร้างความหวงแหนในสมบัติของพวกเขา ถ้าคนในท้องถิ่นลุกขึ้นมาจับมือ ปกป้อง ต่อต้าน จะเกิดพลังมาก”
อ.เสรี ปิดวงสนทนาด้วยการตอกย้ำถึงหลักการการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติที่มีไว้.

..เพื่อการอนุรักษ์ รักษา ศึกษาวิจัย ไม่ใช่การมีไว้ขาย หรือแสวงหากำไร...

ขอขอบคุณภาพ จาก บล๊อคเกอร์เสือน้อย

ข้อมูล จาก บล๊คอเกอร์ เฟิงสุ่ย บล๊อคเกอร์ Chminivet   และ บล๊อคเกอร์ ณ.ดาว

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง

BG.ภาษาหลากสี
จำเป็นหรือ ที่จะมีโรงแรมในอุทยานฯ
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee/2008/11/06/entry-1

BG. เฟิงสุ่ย
ตอบหน่อยได้ไหม..ว่า.เมื่อไรวัฒนธรรมมือใครยาวสาวได้สาวเอารุมทึ้งธรรมชาติจะหมดไป!!!!
http://www.oknation.net/blog/buzz/2008/11/10/entry-1

BG.ณดาว
เซ้ง!!! สร้าง !!! โรงแรมในอุทยานฯ ... ไม่ใช่เพิ่งมี
http://www.oknation.net/blog/petpetpe/2008/11/10/entry-1

BG.Ch.minivet
รู้มั๊ย ที่มาของสัมปทานอุทยาน มาจากไหน
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet/2008/11/11/entry-1

อย่าลืมพบกันวันที่ 22 พ.ย. 51 นี้น่ะค่ะ 

งานเบิร์ดแฟร์ ณ สวนรถไฟ








ขอบพระคุณผู้ร่วมประกวดโลโก้และสโลแกนทุกท่านค่ะ

โดย OKnature

 

กลับไปที่ www.oknation.net