วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

....พระ..พระ..ยอม...โกหก.....


ตาเรน..ไม่เคยบวชเรียนมาก่อน...ยังเป็นคนดิบ  จึงไม่ถนัดในเรื่องศาสนานัก

โคตรเหง้าเหล่ากอก็นับถือศาสนาพุทธมาโดยตลอด...ถึงแม้จะไม่ได้บวชเรียน  แต่ศิลห้าในข้อที่ว่า

“ มุสา “  ก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างเด่ะ..และถ้าไม่จำเป็นอย่างสาหัส...ก็จะไม่ “มุสา”  เด็ดขาด  

สาหุบ...ให้ก็ได้เอ้า...ขอให้จอมปลวกห่มผ้าเหลือง...กลายเป็นพระ...ยอม....อิ..อิ..

                                 ***********************

ทำไม...พระ..ยอม..หรือ  พระ..ต้องยอม....

อ้างถึง...โลกวันนี้..13 พ.ย.51  http://www.dailyworldtoday.com/columblank.php?colum_id=16696

พระยอม...หรือพระต้องยอม...ก็เป็นสิทธิโดย  มักทำ...ของท่าน...สาธุชนอย่างเรา  มักทำ  ก็ทำไป..ไม่มักทำก็ไม่ต้องไปทำ...อย่าไปขืนใจเผือก..ให้ทำ...มันจะหดเหี่ยว...อิ..อิ..

                                    ************************

       ** หลายคนไม่เห็นด้วยที่พระจะเข้าไปยุ่งกับการเมือง แต่จริงๆแล้วจำเป็นอย่างมาก เพราะคนเป็นนักการเมืองต้องมีศีลธรรม ต้องมีธรรมะอยู่ในใจ ถ้าพระไม่สอนแล้วจะให้ใครสอน  **

       สาธุ...นมัสการ  พระเข้าจุ้น...นักโกงเมืองที่ท่านจะสอนนี้...หาใช่นักโกงเมืองธรรมดาไม่   จ้างให้มันก็ไม่สนคำสอนของพระคุณเจ้าหรอก...พวกเผือก..ทั้งหัวแข็ง..ทั้งด้าน..ทั้งไม่มีจริยธรรม..ศิลธรรม..อยู่ในสมองของไอ้พวกขายชาติเหล่านี้...มันมามุสา..หลอกให้ท่านเป็นแนวร่วม..แล้วให้ท่าน  มุสา..คนอื่นต่อไป  ที่แฝงมาในคราบ “คำสอน”   ท่านจึงเป็น  พระต้องยอมมุสา   ความรู้สึกในสำนึกที่แท้จริงท่านก็ทราบดีว่า...มุสาอยู่ในสำนึกของท่านเอง   ท่านก้าวพลาดบันไดขั้นแรกเมื่อครั้งที่ถูกพันธมิตรตำหนิ...จึงต้องตะลูดลง...ดากกระแทกพื้นแล้วเจ็บสะเทือนจาก..เส้นเอ็นทวารดาก..ลามไปถึงสมอง...ผันสำนึกของท่านให้เพี้ยนเป็นเจ็บ  จึงแกล้งทนมุสาต่อไป...แม้จะรู้ว่า  ไม่ค่อยถูกต้องนัก..  จิ้มถูกจุดกระสันหรือเปล่าก็ไม่รู้..อิ..อิ.....

     ระวังเถอะ  คนดีจะหนีออกจากวัด..เพราะคนชั่วมาชักชวน..

                                 *********************

        ** ยกตัวอย่าง “รายการความจริงวันนี้” ผู้ดำเนินรายการที่เป็นนักการเมืองนั้นก็เป็นหัวโขนที่เขาให้ แล้วคนที่มาร่วมฟังด้วยอีก 20,000-30,000 คนนั้นเป็นนักการเมืองหมดทุกคนหรือไม่ ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ยังถือว่าเป็นชาวพุทธ แล้วจะให้อาตมาปฏิเสธบอกจัดไม่ได้ ในวัดห้ามจัด 30,000 คนที่เป็นชาวพุทธก็ไม่ได้เข้าวัด แล้วคน 30,000 คนก็เสียโอกาสที่จะได้ฟังธรรมะด้วย**

      รายการความจริงวันนี้  คือรายการมุสาประจำวัน..เป็นหัวโขนที่ละเลงไปด้วยขี้...ขี้โกหก..ขี้หลอกลวง..โดยเฉพาะขี้ฉ้อ..ขี้โกง....หาได้เป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ไม่...หัวโขนที่เต็มไปด้วยขี้....พระเข้าจุ้น..อย่างท่านไม่สมควรที่จะนำมาถือให้แปดเปื้อนผ้าเหลืองอันบริสุทธิ์...ควรให้ไปแปดเปื้อนได้กับผ้าเหลืองที่ห่มจอมปลวกเท่านั้น..ในจำนวนมนุษย์ 20000-30000  ที่อ้างนั้น...ก็เป็นเพียงมนุษย์รับจ้างรายวัน  ร้อยละ 80  ที่จำเป็นต้องมาเพราะรายได้ดี  ไม่ลำบาก  อีกร้อยละ 20  คือพวกของนักโกงเมืองที่มามุสา  ให้ลูกจ้างหลงเชื่อ..หาใช่มาวัดด้วยศรัธาฟังพระธรรมเทศนาไม่

            ระวังเถอะ  คนดีจะหนีออกจากวัด..เพราะคนชั่วเอาเงินจ้าง...

                                     *********************

       ** ส่วนลึกๆแล้วอาตมารู้ดีว่าที่ทำอย่างนี้ทำเพื่ออะไร เพราะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยการพยายามจะชี้ช่องทางให้คนเข้าใจในเรื่อง “ปรมัตถ์” อย่าคิดแต่จัดเวทีชุมนุมด้วยเหตุแห่งสมมุติ สมมุติว่าพวกเราเป็นฝ่ายเสีย สมมุติว่าพวกนั้นเป็นฝ่ายได้ สมมุติว่าบ้านเมืองเป็นอย่างนี้หากพวกนั้นบริหารอยู่คงต้องพัง ต่างคนต่างก็สมมุติกันไป **

       ส่วนนี้พระยอมมุสาเต็มเกิบ...รู้ดีว่าถ้ายอมให้ชุมนุมเท่ากับเป็นการส่งเสริมคนชั่วเหิมเกริม...หาใช่ยุทธศาสตร์ทางศาสนาไม่...ยอมให้สถานที่ชุมนุมเพื่อแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน...เผยแพร่ความชั่ววางแผนล้มล้างประเทศชาติและสถาบัน   ศาสนาควรเป็นจุดหนึ่งในดวงใจ...เป็นกลางที่บริสุทธิ์  แต่ท่านพระยอม  ยอมให้แปดเปื้อนเพียงเพื่อคนไม่กี่คน....กับคนเป็นล้าน ๆ   ท่านมีทิฐิใดอยู่ในใจ...อย่ามุสาตนเองเลย...ย่อมรับเถอะว่าท่านก้าวพลาด...ยังพอให้อภัย  เพราะท่านสะสมความดีไว้มากเกินที่จะสาธยาย....พลาดผิดไปเพียงน้อยนิด...กลับเป็นผิดที่มหรรณ์แล้ว

         ระวังเถอะ  คนจะหนีออกจากวัด ..  เพราะวัดร่วมมือกับโจร

                                             **********************

         **  ที่คนในประเทศทะเลาะกันอยู่ในวันนี้ก็เพราะต่างหลงสมมุติด้วยกันทั้งนั้น สมมุติว่ามีเขามีเรา มีได้มีเสีย มีแพ้มีชนะ มีใช่ไม่ใช่ มีสีแดงสีเหลือง แล้วก็มาทะเลาะกันบนโลกสมมุติ การจัดงานในครั้งนี้อาตมาจึงเชื่อว่าจะสามารถดึงคนให้ขึ้นมาสู่ปรมัตถ์ได้บ้าง ให้รู้โลกแห่งปรมัตถ์บ้าง ให้รู้โลกแห่งธรรมสัจจะที่มันจริงเฉพาะเรื่อง เฉพาะกรณีที่เราควรรู้ เพราะถ้าไม่รู้เรื่องนี้เลยเราก็จะจมอยู่กับเรื่องสมมุติ ติดอยู่ภายใต้เหตุการณ์สมมุติ งัดหัวไม่ออกจากสิ่งที่เป็นสมมุติ แล้วเมื่อไรเรื่องมันจะยุติกัน ที่เราต้องมาทะเลาะกันก็เพราะเราไปสมมุติว่ามันมีดี กับมันมีชั่ว **

          ถ้าเป็นเรื่องสมมติ  กลับเป็นเรื่องดี  เพราะไม่ใช่เรื่องจริง..ก็ไม่เกิดบาดเจ็บล้มตายกันแล้ว...แต่นี่มันเป็นเรื่องจริง  มีตัวตน..เลือดเนื้อ..และชีวิตจริง   หาใช่ความจริงวันนี้ที่พ่นลมตดออกจากปากของอมนุษย์สามตัวนั้นและเต็มไปด้วยคำมุสา...แล้วถูไถไปว่าเป็นเรื่องสมมติ...แม้จะไปงัดหัวพวกมันออกมาจากอัณฑะของพ่อมัน  ท่านนะหรือจะทำได้...ไอ้พวกนี้ระดับไหนกันแล้ว.พวกมันระดับ  อัณฑะพาลครองเมือง..มีหรือมันจะเชื่อฟังคำมุสาจากปากท่าน..แบ่งเขาแบ่งเราทุกวันนี้ต้องเป็นเรื่องจริงแล้ว...ฝ่ายนิ่งเฉยต่อสู้เพื่อความถูกต้อง  หรือต้องเอาไปเปรียบเทียบกับพวกขี้โกงและเป็นอัณฑะพาล...ดีกับชั่วไปด้วยกันไม่ได้

            ระวังเถอะ  คนดีจะวิ่งหนีออกจากวัด....

                                                    ********************

        ** “หลวงพ่อพุทธทาส” ท่านเคยสอนไว้ตั้งนานแล้วว่า ทั้งชั่วทั้งดีมันก็อัปรีย์ทั้งเพ เพราะฉะนั้นก็อย่าให้ต้องไปหลงดี ติดดี ยึดดี แล้วต้องไปเกลียดชั่วด่าชั่ว ด่าไปถึงโคตรเหง้าคนชั่ว ในทำนองที่เคยกล่าวกันว่า “รัฐบาลชั่ว หรือรัฐบาลสัตว์นรก” ใช้คำด่าอย่างนี้ ถามกลับไปหน่อยว่า แน่ใจแล้วหรือคนที่พูดอย่างนี้เป็นคนดี หรือคนที่เอารองเท้าปาใส่หัวนายกฯแน่ใจแล้วหรือว่าคนนั้นเป็นคนดี หรือใครที่คิดว่า “สมัคร” (สมัคร สุนทรเวช) เป็นคนเลวมาก แล้วไปด่าในขณะที่เขากำลังป่วยกำลังแย่ อย่างนี้แน่ใจแล้วหรือว่าคนที่ไม่คิดให้อภัยคนจะเป็นคนดี เชื่อว่าอาจจะต้องเสียศูนย์ในความเป็นคนดีไปบ้างแล้วก็เป็นได้  **

        จริงอยู่  ทั้งชั่วทั้งดีมันก็อัปรีย์ทั้งเพ...หลวงพ่อพุทธทาสท่านพูดได้ทำได้  เพราะท่านอยู่นอกเหนือจากปุถุชนธรรมดาอย่างเราท่าน  ที่ยังมีรัก โลภ โกรธ หลง  กิน  ขี้  ปี้  นอน...คำด่าที่ว่า  “รัดถะบานชั่ว รัดถะบานสัตว์นรก”

คนที่ด่าก็เป็นปุถุชนธรรมดา  แต่ก็ยังดีกว่าคนชั่วที่สมควรถูกด่า...ไม่มีใครเขาอยากจะด่าหรอก...แต่มันชั่วสมควรให้เขาด่าใช่ไหม...อย่างบักหมัก...ทำดีมาจนแก่..แต่เพราะโลภ..จึงหน้าด้าน โกหกหลอกลวง มีจิตใจอำมหิต  หรือสคนเช่นนี้ยังจะยกว่าเป็นคนดี...ที่สุดขี้อ่อนขี้แก่ก็เปิดเผยว่ามันเน่าเหม็นอย่างไร...กรรมจึงตามทันตาเห็น

           ระวังเถอะ  กลัวว่าท่านจะเป็นหมักคนที่สอง...

                                                     *********************

**“ขอให้อาตมาได้กล่าวเตือนสติผู้ฟัง แล้วก็ขอโอกาสว่า คุณอย่ามาใช้เวทีพูดแต่เรื่องการเมืองมาก ให้พูดเรื่องที่อิงกับธรรมะบ้าง ให้รู้กาลเทศะ จังหวะ สถานที่”**       

     ให้โอกาสท่านบอกเลิกการชุมนุมจะไม่ดีกว่าหรือ...สอนธรรมะให้ปีศาจซาตานฟัง...หลังจะหักเอา..เด้อ...

เพราะพวกมันมีอาชีพนักโกงเมือง...ไม่ให้พูดเรื่องโกงเมือง  หรือมันยังจะพูดเรื่องธรรมมะได้...ล้านแลกขนดากหนึ่งเส้น...มันต้องพูดมุสาเรื่องการเมืองอย่างเดียวเด่ะ..อิ..อิ..

          ระวังเถอะ...มันจะถอนขนดากท่านจนหมดก้น...

                                                        ****************** 

ขอขอบคุณท่านที่เปิดกว้างให้วิพากษ์วิจารณ์ได้  แต่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับท่าน..ท่านยอมรับหรือไม่ยอมรับความเห็นนั้น...ก็เป็นพิจารณาโดยชอบ...

          หรือท่านถูกคำมุสาท่วมปาก...ต้องกลายเป็น

           พระยอม...มุสา...เป็นตำนานว่า  เพิ่มมาอีกท่านหนึ่งแล้ว...

           อย่าให้ “มุสาออกมานอกผ้าเหลือง”  ละกันเด้อ..

                                               ด้วยความเคารพ

                                                ***********************

            ท่าจะบ้า..กล้าดียังไงมาบ่นให้ท่าน...เสือกจริง ๆ

             อยากบ่นต่อเหมือนกัน..เพราะยังมันซซซ์ ...แต่...เหลือไว้ให้ท่านอื่นมามันซซ์กันบ้างเน๊าะ...

                  เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองอีกนะแหละ..อิ..อิ...

If Ever Youre In My Arms Again (Remastered Version) - Peabo Bryson

 

โดย ตาเรน

 

กลับไปที่ www.oknation.net