วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกแห่งสายฝน


บันทึกแห่งสายฝน

.

.

.

.

...10  พ.ค. 2550...

ท้องฟ้าเช้าวันนี้ เป็นสีเทา ดูครึ้มฟ้าครึ้มฝน... ที่จริงอากาศเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้ว เขาว่าเพราะมีพายุเข้า... เมืองไทยเราก็เป็นอย่างนี้  พอถึงช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน ก็จะมีพายุเข้ามา  เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ได้รู้กัน

 ...ขณะนี้(9.00 น.) ที่สนามหลวง...  กำลังมีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เนื่องในวันพืชมงคล... วันนี้เป็นวันที่เกษตรกรชาวไทยทุกคน  ต่างก็เฝ้านับวัน  รอคอยให้ถึงกัน ............... J

………………………………….

.

.

.

ประเทศไทยของฉันเป็นเมืองเกษตรกรรม คนในบ้านเมืองนี้เขาปลูกข้าว ทำสวน ทำไร่กันเป็นส่วนใหญ่ ...พื้นที่ไหนเป็นที่ราบลุ่ม เขาก็จะปลูกข้าว พื้นที่ไหนฝนตกดีก็ทำสวนผลไม้ หากดินคุณภาพไม่ดีนักเขาก็จะปลูกพืชไร่ ...เราปฏิบัติกันมาอย่างนี้ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ตกทอดมาจนถึงรุ่นพ่อ และในรุ่นเรา  เราก็จะทำตามแบบ  ที่พ่อของเราทำมา

อาชีพเกษตรกรรม ของ เกษตรกรของเรานั้น ผูกพันกับ “น้ำ” เป็นอย่างยิ่ง... กิจกรรมที่พวกเราทำทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับน้ำ เมื่อเราปลูกข้าว ต้นไม้ของเราก็ต้องการน้ำเพื่อให้มันเจริญเติบโตและออกดอกออกผล  เมื่อเราเลี้ยงปศุสัตว์ มันก็ต้องการน้ำดื่มเหมือนกับเราเช่นกัน ... น้ำ จึงเปรียบเสมือน "ลมหายใจที่สอง" ของพวกเรา...J

ทุกปีเมื่อเข้าช่วงหน้าร้อน พวกเรามักประสบปัญหาขาดน้ำ ในสมัยรุ่นปู่ของฉัน  เมื่ออากาศร้อนจนน้ำแห้งขอดคลอง ท่านก็จะทำพิธีขอฝน เพื่อขอร้องให้เทวดาบนสวรรค์เห็นใจ และประทานน้ำฝนมาให้ มันอาจดูเป็นวิธีที่ไม่แน่ไม่นอนนัก  แต่ก็มีอยู่หลายครั้ง เมื่อพิธีนี้แล้วเสร็จ ก็จะบังเกิดน้ำฝน ตกลงมาจากท้องฟ้า... ในปัจจุบันเราอาจไม่เห็นพิธีขอฝนกันแล้ว เพราะเรามีวิธีขอฝนที่ง่ายกว่านั้นคือ  “ขอฝน” จาก “ในหลวง” 

………………………………….

.

 

.

บางคนบอกว่าสายฝนแรกของปี  เพิ่งมาถึงพร้อมกับพายุเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง.....

แต่สำหรับฉัน ฉันขอบอกว่า ไม่ใช่แน่ ......

เพราะว่า "สายฝนแรก" ของปีนี้ มีมาตั้งแต่วันแรกที่ฤดูร้อนย่างเข้ามาแล้ว ...เข้ามาโดยการทำ ฝนเทียม หรือ ฝนหลวง …

...นับเป็นเวลาหลายสิบปีผ่านมาแล้ว ที่เกษตรกรของเราคุ้นเคยกับคำว่า ฝนหลวง ... ฝนหลวง เป็น ผลิตผลอันประเสริฐสุด ที่ ในหลวง ทรงคิดค้นและพระราชทานมา เพื่อบรรเทาความร้อนใจแก่พสกนิกรของท่าน... ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่ในหน้าแล้งนี้  ในบางพื้นที่  เราจะเห็นต้นกล้าเขียวขจีสุดสายตา อยู่ในนาข้าวอันชุ่มฉ่ำ

………………………………….

.

 

.

กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ฉันเริ่มเห็นอรุณรุ่งของฤดูฝนย่างเข้ามาแล้ว ฝนเริ่มตกมาบ้าง อากาศที่ร้อนฉ่าของเดือนเมษายน ก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และในปลายเดือนนี้เอง ฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกลก็ตกพรูมา....

ในช่วงนี้... ทุกๆ เช้าที่ฉันตื่นมา  ฉันจะเห็นความมีชีวิตเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน บางวันฉันเห็นต้นหญ้าที่ฉันคิดว่าคงตายไปแล้ว แทงหน่อเล็กๆ โผล่มาจากพื้นดิน บางวันฉันเห็นต้นไม้ที่ผลัดใบทิ้งจนเหลือแต่กิ่งก้านเมื่อแล้ง ผลิใบใหม่สีเขียวสดออกมาให้เห็น หรือบางวันฉันได้ยินเสียงร้องเรียกขออาหาร จากสมาชิกใหม่ของครอบครัวเจ้านกน้อยที่ทำรังอยู่บนหลังคาบ้าน….. J

………………………………….

.

 

.

...11  พ.ค. 2550...

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในปีนี้ผ่านพ้นไปแล้ว... ผลการเสี่ยงทายบอกว่า  น้ำท่าปีนี้กำลังพอดี  ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี .... นี่คงเป็นกำลังใจที่ดี ที่ให้แก่เหล่าเกษตรกรทั่วทั้งประเทศ  หลังจากที่เขาได้รอคอยวาระอันเป็นมงคลยิ่งมานาน...

...หลังเสร็จพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เกษตรกรทุกคนจะถือว่า  ฤดูแห่งฝนได้มาถึงอย่างสมบูรณ์แล้ว... และฤดูแห่งการเพาะปลูกของพวกเขา ก็กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งพร้อมๆ กับ “สายฝน”  ที่โปรยปรายมาตลอดช่วงเย็นวาน.........J

.

 

.

……………………………………………..

เพลงพระราชนิพนธ์ : สายฝน (Falling Rain)

 

โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net