วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การทำจิตให้สงบ ( ๔ ) .... ธรรมบรรยายโดยพระอาจารย์ชา สุภัทโท


บทความนี้คัดลอกมาจากหนังสือ “ นอกเหตุเหนือผล “ อันเป็นการรวบรวมคำบรรยายธรรมของท่านเจ้าคุณพระโพธิญาณเถร (พระอาจารย์ชา สุภัทโท ) ทั้งที่บรรยายในประเทศไทย และประเทศอังกฤษ ในช่วงเวลาประมาณพ.ศ. 2511 – 2523 โดยคำบรรยายธรรมภาษาไทย ได้มาจากการถอดเทปบันทึกตามที่ท่านได้แสดงไว้ในที่ต่างๆ  ส่วนคำบรรยายภาษาอังกฤษ ได้มาจากหนังสือ “ A Test of Freedom “ อันเป็นหนังสือที่รวบรวมคำบรรยายภาคภาษาอังกฤษที่ท่านแสดงไว้ในที่ต่างๆเข้าด้วยกัน

 

หนังสือเล่มนี้ ไม่ปรากฏนามผู้เรียบเรียง จัดพิมพ์โดยธรรมสภา ๓๕/๒๗0 ถ.จรัลสนิทวงศ์ ๖๒ บางพลัด กรุงเทพ  ไม่ปรากฏปีที่จัดพิมพ์

................................................................................

 

การทำจิตให้สงบ (๔)

            ระยะหลังๆมาก็เป็นไปในรูปอย่างนี้ ทำนองอย่างนี้ เป็นเรื่องธรรมดาของมัน ถ้าจิตแจ่มแจ้งผ่องใสแล้ว ไม่ต้องถามว่าง่วงหรือไม่ง่วง ใช่หรือไม่ใช่ ทั้งหลายเหล่านี้ มันก็ไม่มีอะไร ถ้ามันชัดเจน ก็เหมือนเรานั่งธรรมดาอย่างนี้เอง นั่งเห็นธรรมดา หลับตาก็เหมือนลืมตา เห็นในขณะหลับตาก็เหมือนลืมตามาเห็นทุกอย่างสารพัดไม่มีความสงสัย เพียงแต่เกิดอัศจรรย์ขึ้นในดวงจิตของเราว่า “ เอ๊ะ สิ่งเหล่านี้มันก็เป็นของมันไปได้ มันไม่น่าจะเป็นไปได้ มันก็เป็นของมันได้ ” อันนี้จะวิพากษ์วิจารณ์มันไปเองเรื่อยๆ ทั้งมีปิติ ทั้งมีความสุขใจ มีความอิ่มใจ มีความสงบ เป็นเช่นนั้น ต่อไปจิตมันจะละเอียดไปยิ่งกว่านั้น มันจะทิ้งอารมณ์ของมันไปด้วย วิตกยกเรื่องขึ้นมาก็จะไม่มี และเรื่องวิจารณ์มันก็จะหมดไป จะเหลือแต่ความอิ่มใจ อิ่ม ไม่รู้ว่าอิ่มอะไร แต่มันอิ่ม เกิดความสุขกับอารมณ์เดียว นี่มันทิ้งไป วิตกวิจารณ์มันทิ้งไป ทิ้งไปไหน ? ไม่ใช่เรื่องทิ้ง จิตเราหดตัวเข้ามา คือมันสงบ เรื่องวิตก วิจารณ์มันเป็นของหยาบไปแล้ว มันเข้ามาอยู่ในที่นี้ไม่ได้ก็เรียกว่าทิ้งวิตก ทิ้งวิจารณ์ ทีนี้จะไม่มีวิตก ความยกขึ้นวิจารณ์ ความพิจารณาไม่มี มีแต่ความอิ่ม มีความสุข และมีอารมณ์เสวยสุขอยู่อย่างนั้น

 

                ที่เขาเรียกว่า ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุถฌาน เราไม่ได้เรียกว่าอย่างนั้น เราพูดถึงแต่ความสงบ วิตก วิจารณ์ ปิติ สุข เอกัคคจา ต่อไปนี้ก็ทิ้งวิตก วิจารณ์ เกิดขึ้นมาแล้วก็ทิ้งไป เหลือแต่ปิติกับสุข เอกัคคตา ต่อไปนี้ก็ทิ้งปิติ เหลือแต่สุขกับเอกัคคตา ต่อไปก็มีเอกัคคตากับอุเบกขา มันไม่มีอะไรแล้ว มันทิ้งไป เรียกว่าจิตมันสงบๆๆๆ จนไปถึงอารมณ์มันน้อยที่สุดยังเหลืออยู่แต่โน้น..., ถึงปลายมัน เหลือแต่เอกัคคตากับอุเบกขา เฉยอย่างนี้ อันนี้มันสงบแล้วมันจึงเป็น นี่เรียกว่ากำลังของจิต อาการของจิตที่ได้รับความสงบแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ มันไม่ง่วง ความง่วงเหงาหาวนอนมันเข้ามาไม่ได้ นิวรณ์ทั้ง ๕ มันหนีหมด วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย อิจฉาพยาบาท ฟุ้งซ่าน รำคาญหนี เหล่านี้ไม่มีแล้ว นี่มันค่อยเลื่อนไปเป็นระยะอย่างนั้น นี่อาศัยการกระทำให้มาก เจริญให้มาก ( ยังมีต่อ )

 

 

โดย ณัฐรดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net