วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

22 พย.นี้อุทยานแห่งชาติ เพื่อขาย..หรือ…เพื่อใคร !!!


คงไม่มีใครอยากเห็นภาพเช่นนี้อีก!!!!

(ขอขอบคุณภาพและเนื้อหาจากหนังสือAdvanced Thailand Geographic, ISSN:0859-5356 ปีที่ 14 ฉบับที่ 112 พุทธศักราช 2551)

“ภาพที่เห็นคือ ลิงลมใต้ หรือ นางอายใต้ (Nycticebus coucang (Boddaert) 1784.) ตัวเต็มวัย ตายซากคาสายไฟที่พาดผ่านถนน…….เราได้สาเหตุการตายอย่างชัดเจน แม้เราจะไม่มีความสามารถพอที่จะระบุระยะเวลาของการเกิดเหตุว่าเกิดขึ้นมานานเท่าไหร่แล้ว แต่หลักฐานยังคงมีพร้อม เพราะที่เกิดเหตุไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ซากลิงลมตัวนั้นใช้มือคว้าจับสายไฟที่ไร้ฉนวนหุ้ม….นาทีแห่งความตายมาถึงมันในทันที ที่สัมผัสกระแสไฟ.........

สำหรับบางคน คงกำลังคิดว่า ช่วยไม่ได้ มันอยากโง่เอง ที่ไปจับสายไฟที่ไม่มีฉนวนหุ้ม......กระแสไฟฟ้าแรงสูงแรงพอที่จะทำให้ชีวิตๆ หนึ่งจบลงด้วยสภาพที่น่าเอน็จอนาจ สภาพขนบางส่วนที่ไหม้เกรียมยังปรากฎร่องรอยเด่นชัด เราสันนิษฐานได้อย่างไม่ยากครับว่า มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดระหว่างการข้ามถนน…..ถนนที่ตัดพื้นที่ป่าซึ่งเป็นแหล่งหากินออกเป็นสองฝั่ง …ลิงลมเป็นสัตว์ที่หากินเฉพาะในเวลากลางคืนโดยอาศัยการไต่ไปตามชั้นเรือนยอดของต้นไม้เพื่อหาอาหารอันได้แก่สัตว์จำพวก หอยทากต้นไม้และแมลงชนิดต่างๆ ที่สำคัญคือ มันเป็นสัตว์หากินบนเรือนยอดและไม่ลงมาเดินตามพื้นดิน ฉะนั้นเมื่อกระแสการพัฒนาได้ตัดป่าออกเป็นสองฝั่ง เรือนยอดของต้นไม้อันเป็นเส้นทางหากินของลิงลมก็ถูกตัดขาด มีเพียงเส้นทางเดียว ก็คือ สายไฟที่พาดผ่านระหว่างถนน……และเจ้าลิงลมตัวนั้นไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ทางที่มันจะข้ามไปอีกฝั่งเพื่อหาอาหาร จะกลายเป็นเส้นทางแห่งความตาย” …….

 

ภาพนี้ถือเป็นภาพความสูญเสียจากการพัฒนาแบบไม่ยั่งยืน.............ที่คงไม่มีใครยื่นมือออกมารับผิดชอบ

V

v

จะดีกว่าไหม ที่เราจะหันมาพัฒนาคนให้รักธรรมชาติ มากกว่าจะไปพัฒนาวัตถุ เพราะเมื่อคนรักธรรมชาติ ก็อยากรักษาไว้ ไม่เหมือนกับการพัฒนาด้านวัตถุ ที่มีแต่จะรุกรานธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุด.....

จริงๆ ฉันตั้งใจจะลงรูปจากการนัดพบกันที่สวนรถไฟ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่เมื่อฉันกลับมาอ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเล่มหนึ่งของไทยเรา ก็ได้พบภาพนี้ .......แม้ว่าฉันจะไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์ตัวยง แต่ด้วยความเป็นคนไทยก็ยังอดเสียใจกับภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ไม่ได้ จึงอยากนำภาพเหล่านี้ให้ใครต่อใครได้เห็นถึงความสูญเสียจากการคำว่า "พัฒนา"

ฉันเป็นแค่เพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่รักป่า รัก ต้นไม้ รักดอกไม้ รักสัตว์ป่า

และฉันอยากแค่ได้เห็นพวกมันไกลๆ ในทุ่งหญ้า

มากกว่าที่จะเห็นพวกมันในระยะไกล้ แบบไร้...ชีวิต

ฉันยังอยากเห็นนกเดินจิกหาอาหารตามพื้น.......

มากกว่าจะแน่นิ่งบนท้องถนนเหมือนไก่ป่าและลิงที่โชคร้ายโดนรถชน.........

เราสูญเสียหลายสิ่ง หลายอย่างที่ตีราคาไม่ได้กับคำอ้างที่สวยหรู ว่า เป็น การพัฒนา มากเกินไปแล้วหรือไม่.......

v

แต่.......

V

ฉันก็ยังดีใจที่ยังมีคนที่เห็นคุณค่าของธรรมชาติ และยังต้องการรักษามันไว้ให้นานที่สุด เท่าที่จะทำไ ไม่ใช่แค่เพียงตัวเราเท่านั้น หากแต่เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต

และที่นี่ สวนรถไฟ ชื่อเล่นๆเป็นที่รู้จักของสวนวัชรเบญทัศ จะเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของประชาชนอย่างเราๆ จะได้มีเวที ที่จะบอกถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง   

 22 พ.ย. นี้ อย่าปล่อยให้เวลานี้ผ่านไป.....แล้วค่อยมาเสียใจในอนาคต!!!!

 " Park for Sale or Park for People"

ยืดอก พกบัตรประชาชน ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานอุทยานแห่งชาติ!!!

ที่บูท OK Nature !!

อย่า!! ให้สมบัติของชาติชิ้นสุดท้ายต้องตกอยู่ในอันตรายจากความโลภ..

พบกันที่งานเสวนา "Park for Sale or Park for People"

v

v

V

ก้าวแรก ที่ทุกเสียงจะมีความหมาย..เพื่อ..อนาคตของลูกหลานของเรา!!

.....................

รายละเอียดกิจกรรมและการเดินทางติดตามได้ที่

Blogger Ch.Minivet ....http://www.oknation.net/blog/ChMinivet/2008/11/16/entry-1

Blogger อังศนา .... Saturday in the Park

Blogger Vickie .... ป่าใหญ่ของเรา

Blogger ภาษาหลากสี .... ชวนมาเที่ยวถ่ายผีเสื้อที่สวนรถไฟ

ขอขอบคุณภาพและเนื้อหาจากหนังสือadvanced Thailand Geographic, ISSN:0859-5356 ปีที่ 14 ฉบับที่ 112 พุทธศักราช 2551)

ภาพขยะจากการก่อสร้างที่เกาะอดัง จากBlogger Bluehill

ภาพงานเสวนาสวยๆ จากคุณ WorryaboutYou

โดย Rosefinchy

 

กลับไปที่ www.oknation.net