วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

db รู้จักขอบพระคุณพระเจ้า.. 11.2008




<< รู้จักขอบพระคุณพระเจ้า >>  Nov08

     โดย..คุณพ่อฟรังซิส ไกส์ ซดบ. 

            นักบุญเปาโลไม่เพียงมีความรัก-รู้คุณต่อพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังรู้จักขอบพระคุณพระองค์ ดังที่เราเห็นในจดหมายทุกฉบับที่ท่านได้เขียน หลังคำขึ้นต้นของจดหมายแทบทุกฉบับจะมีคำขอบพระคุณ เช่น ในจดหมายถึงชาวโรม นักบุญเปาโลเขียนไว้ว่า “ด้วยเดชะพระเยซูคริสตเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าสำหรับท่านทุกคน เพราะความเชื่อของท่านเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก” (รม1:8) ในจดหมายถึงชาวโครินธ์ ท่านนักบุญก็เขียนว่า “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าอยู่เสมอเพื่อท่านทั้งหลาย เพราะพระหรรษทานซึ่งพระเจ้าประทานแก่ท่านเดชะพระคริสตเยซู” (1คร1:4) และ “ขอถวายพระพรแด่พระเจ้า พระบิดาของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระบิดาผู้ทรงพระกรุณา และพระเจ้าผู้ประทานกำลังใจทุกประการ” (2คร1:3) น่าสังเกตว่า..สำนวน “ขอถวายพระพรแด่พระเจ้า” มีความหมายเดียวกันกับ “ขอบพระคุณ” เพราะในภาษาฮีบรูไม่มีคำเฉพาะ ที่หมายถึงการขอบพระคุณ จึงต้องใช้สำนวนอื่น เพื่อเสนอความคิดนี้  

มีจดหมายเพียงฉบับเดียวของนักบุญเปาโลที่ไม่มีคำ “ขอบพระคุณพระเจ้า” หรือ “ขอถวายพระพร” หลังคำขึ้นต้นคือ จดหมายถึงกาลาเทีย โดยมีเพียงคำสรรเสริญพระเจ้าอย่างสั้นๆ ว่า.. “ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระองค์ตลอดนิรันดร อาเมน” (กท1:5) ในสถานการณ์ที่ชาวกาลาเทียได้ “ไปเชื่อข่าวดีอื่น” (กท1:6) นักบุญเปาโลรู้สึก “ประหลาดใจ” จนอดที่จะขอบพระคุณพระเจ้าไม่ได้ เพราะเขาเหล่านั้นหันเหอย่างรวดเร็วจากพระเจ้า จดหมายฉบับแรกที่นักบุญเปาโลเขียนคือ จดหมายถึงชาวเธสะโลนิกา นับเป็นจดหมายที่น่าสนใจ และทำให้ผู้อ่านรู้สึกตื้นตันใจ เพราะนักบุญเปาโลถูกเบียดเบียน จนต้องออกไปจากเมืองเธสะโลนิกา หลังที่ได้ประกาศข่าวดีได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ท่านจึงไม่สามารถเทศน์สอนความเชื่อเรื่องพระคริสตเจ้าได้มากเท่าที่ควร

            นักบุญเปาโลเป็นห่วงว่า.. คริสตชนชาวเธสะโลนิกาจะไม่มั่นคงในความเชื่อที่ได้เทศน์สอน ท่านจึงส่งทิโมธีไปเยี่ยมพวกเขาเหล่านั้น เพื่อจะได้รับข่าวว่า..ชาวเธสะโลนิกายังซื่อสัตย์ต่อพระคริสตเจ้าหรือไม่ เมื่อทิโมธีกลับมาและนำข่าวดีมาบอกว่า..ชาวเธสะโลนิกายังมีความเชื่อมั่นคง นักบุญเปาโลจึงได้เขียนจดหมายฉบับนี้ เพื่อขอบคุณพระเจ้า ให้กำลังใจ และตอบคำถามของพวกเขาเหล่านั้นในเรื่องที่สงสัย

 หลังคำขึ้นต้นจดหมาย นักบุญเปาโลมักแสดงความรักรู้คุณต่อพระเจ้าทันที ท่านเขียนว่า “เราขอบพระคุณพระเจ้าทุกเวลา เพื่อท่านทุกคน ระลึกถึงท่านในคำภาวนา เราวอนขอเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดา เฝ้าระลึกอยู่เสมอถึงกิจการซึ่งแสดงความเชื่อของท่าน และระลึกถึงการงานที่แสดงความรักและความพากเพียร ซึ่งเกิดจากความหวังในพระคริสตเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (1ธส1:2-3) ถ้าอ่านข้อความนี้อย่างผิวเผิน ดูเหมือนว่า..นักบุญเปาโลกำลังชื่นชมชาวเธสะโลนิกาเพราะ “กิจการซึ่งแสดงความเชื่อ, การงานที่แสดงความรัก และความพากเพียร ซึ่งเกิดจากความหวัง” แต่โดยแท้จริงแล้ว นักบุญเปาโลกำลังขอบพระคุณพระเจ้า เพราะคริสตชนชาวเธสะโลนิกาได้รับพระพรจากพระองค์คือ ได้รับคุณธรรมแห่งความเชื่อ ความหวัง และความรัก คุณธรรมทั้งสามประการนี้ไม่เป็นผลงานจากน้ำพักน้ำแรงของมนุษย์ แต่เป็นของประทานน่าพิศวงจากพระเจ้า ทำให้มนุษย์มีชีวิตเยี่ยงบุตรของพระองค์ ความรักรู้คุณของนักบุญเปาโลต่อพระเจ้าแสดงว่า..เขาผูกพันกับคริสตชนชาวเธสะโลนิกาอย่างลึกซึ้งมากกว่าคำชื่นชมเท่านั้น

            เมื่อชาวเธสะโลนิกาอ่านข้อความนี้ก็มีจิตสำนึกว่า..ตนเองได้รับเชิญให้ขอบคุณพระเจ้าอีกด้วย เพราะคุณธรรมเหล่านี้เป็นของประทานจากพระเจ้า ไม่ใช่บุญกุศลของตนเอง และเป็นที่น่าสังเกตอีกว่า..ในที่นี้นักบุญเปาโลขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระพรที่ผู้อื่นได้รับ การที่เรารู้คุณพระเจ้าสำหรับพระพรที่ได้รับส่วนตัวเป็นสิ่งที่ถูกต้องและงดงาม แต่การที่เราขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพระพรที่ผู้อื่นได้รับเป็นสิ่งที่งดงามมากกว่าอีก นักบุญเปาโลได้ขอบพระคุณพระเจ้าในตอนกลางของจดหมายว่า.. “เราจะขอบพระคุณพระเจ้าเรื่องท่านได้อย่างไร สำหรับความยินดีทั้งปวงที่เรามี เพราะท่านเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า” (1ธส3:9) และท่านยังเขียนในตอนท้ายของจดหมายว่า.. “จงขอบพระคุณพระเจ้าในทุกกรณี เพราะพระองค์ทรงปรารถนาให้ท่านทำสิ่งเหล่านี้ในพระคริสตเยซู” (1ธส5:18) จดหมายฉบับนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญ ที่เราเห็นนักบุญเปาโลมีความรักรู้คุณอย่างเต็มเปี่ยมต่อพระเจ้า เราพบความรู้สึกที่แสดงความรักรู้คุณต่อพระเจ้าในตอนต้น ตอนกลาง และตอนท้ายของจดหมายฉบับนี้ 

การขอบพระคุณพระเจ้าที่นักบุญเปาโลเขียนในจดหมายถึงชาวโครินธ์ฉบับที่ 2 ยังมีความงดงามมากกว่าอีก เพราะท่านได้ขอบพระคุณพระองค์ที่ประทานกำลังใจ ในยามทดลองที่ยากลำบากมาก “ขอถวายพระพรแด่พระเจ้า พระบิดาของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระบิดาผู้ทรงพระกรุณา และพระเจ้าผู้ประทานกำลังใจทุกประการ พระองค์ประทานกำลังใจในความทุกข์ยากต่างๆ ของเรา เพราะเราได้รับกำลังใจจากพระเจ้าแล้ว เราจึงให้กำลังใจผู้มีความทุกข์ทั้งมวลได้” (2คร1:3-4) นักบุญเปาโลรู้สึกว่า..พระกรุณาของพระเจ้าค้ำจุนท่านในความทุกข์ยาก “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านรู้ถึงความทุกข์ยากที่เราได้รับ เมื่ออยู่ในแคว้นอาเชีย เราได้รับความทุกข์ยากอย่างล้นเหลือ เกินกำลังของเรา จนกระทั่งเราหมดหวัง แม้จะมีชีวิตอยู่ต่อไป” (2คร1:8 

เราไม่รู้ว่า..ความทุกข์ยากนี้หมายถึงอะไร อาจจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บ หรือการเบียดเบียนจนถูกจองจำและถูกประหารชีวิต กระนั้นก็ดี นักบุญเปาโลก็ยอมรับความทุกข์ยากเป็นเหมือนการรับทรมานของพระเยซูเจ้า “เราได้รับการทรมานร่วมกับพระคริสตเจ้ามากฉันใด เราก็ได้รับกำลังใจเดชะพระคริสตเจ้ามากฉันนั้น” (2คร1:5) ผู้ที่ยอมรับความทุกข์ยากของตนเหมือนกับว่า..มีส่วนร่วมแบกไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า ย่อมพบกำลังใจอย่างลึกซึ้ง ในความรักเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมล้ำลึกปัสกาของพระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความรอดพ้น และการแสดงความรักที่ไม่มีขอบเขต

ข้อความนี้น่าประทับใจ เพราะนักบุญเปาโลยอมรับว่า..ท่านได้รับกำลังใจจากพระเจ้าเพื่อจะ “ให้กำลังใจผู้มีความทุกข์ทั้งมวลได้” (2คร1:4) ท่านคิดว่า..กำลังใจที่ได้รับ..ก็เพื่อตนเอง และผู้อื่นคือ เพื่อจะได้เป็นธรรมทูต “เมื่อเรารับความทุกข์ยาก พวกท่านก็ได้รับกำลังใจ และความรอดพ้น เมื่อเรารับกำลังใจ พวกท่านก็ได้รับกำลังใจ ซึ่งบันดาลให้พวกท่านมีพละกำลัง ที่จะอดทนต่อความทุกข์ยากเหมือนกับที่เรากำลังอดทนอยู่“ (2คร1:6) และดังนี้ นักบุญเปาโลจึงเป็นตัวอย่างแท้จริงของผู้ที่รู้จักขอบพระคุณพระเจ้าในทุกกรณี...
 

โดย sdcenter

 

กลับไปที่ www.oknation.net