วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทัวร์ข้าวโฮมลาน : ขับขานเพลงปี่ซังข้าว (๒)


ทัวร์ข้าวโฮมลาน : ขับขานเพลงปี่ซังข้าว (๒)

ตั้งชื่องานเขียนในชุดนี้ว่า “ข้าวโฮมลาน : ขับขานเพลงปี่” แต่เมื่อลงไปที่บ้านทุ่งจริง ๆ พบว่าในทุ่งตอนนี้เหลือเพียงแต่ “ข้าวโฮมลาน” แต่ว่า  “เพลงปี่” นั้นหายไปจากท้องทุ่งนานแล้ว หายไปพร้อมกับเด็ก ๆ แห่งบ้านทุ่ง ที่หายไปอยู่หน้าจอโทรทัศน์หรือเกมคอมพิวเตอร์อันสนุกสนาน หรือเพลงปี่ซังข้าวจะกลายเป็นตำนานแห่งบ้านทุ่งไปเสียแล้ว

เด็ก ๆ แห่งบ้านทุ่งหายไปที่ไหนกันหรือ รวมทั้งคนรุ่นผม หายไปขอบเขตของรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย หายไปกับการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือในห้องทำงานบนตึกสูงของเมืองหลวง คราใดที่ได้เห็นรายงานข่าวหรือบทเพลงที่เกี่ยวกับท้องไร่ท้องนา มักจะนึกถึงอดีตที่ผ่านมาที่ท้องทุ่งเมื่อวัยเยาว์ อย่างน้อยก็ดีที่ได้มีความสุขเล็ก ๆ น้อย  ๆ ที่ได้นึกถึง

        

ตากอากาศกลางลานข้าว (ลานข้าวแบบพอเพียง)

มีโอกาสไปเยี่ยมยามถามข่าวชาวบ้านทุ่งจนถึง “ลานข้าว”  นับเป็นความภาคภูมิใจหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งในอดีตคือความภาคภูมิใจของเจ้าของนาที่จะได้ชื่นชมหยาดเหงื่อและแรงงานที่ทุ่มเทตอลดทั้งปี นับตั่งแต่การปักดำจนถึงการเก็บเกี่ยวและขนมัดข้าวเข้าสู่ลานข้าวคือวันนี้ที่รอคอย

ลานข้าวในยุคนี้ถูกปรับเปลี่ยนเข้ากับยุคเร่งด่วนในบางเจ้ามัดข้าวเข้าสู่ลานไม่ถึงวันก็ถูกแปรสภาพเป็นข้าวเปลือกขนเข้าสู่ยุ้งฉางในวันเดียวกัน ผิดกับสมัยก่อนที่ต้องนำมัดข้าวมารวมจนเต็มลานทุกมัดจึงเริ่มลงมือตีข้าวเป็นข้าวเปลือกกองโตแล้วจึงขนเข้าสู่ยุ้งฉา

อีกทั้งในสมัยนี้แปลงนาถูกแบ่งย่อยโดยญาติพี่น้องในครอบครัวจึงเหลือเพียงที่นาแบบพอเพียง สูงสุดแต่ละเจ้าก็มีมัดข้าวรวมกันไม่เกิน 2,000 มัด หรือน้อยกว่านั้น จึงใช้เวลาในการตีข้าวให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน

แต่ถ้าเป็นลานข้าวที่มีมัดข้าวตั้งแต่ 2,000 – 5,000 มัด ของลุงคำมาก็ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะนำข้าวมารวมลานได้

สมัยตอนที่ผู้เขียนยังเรียนอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษา ในช่วงของการปักดำและการเก็บเกี่ยวทางโรงเรียนมักจะหยุดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนได้ไปช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองปักดำและเก็บเกี่ยวข้าวในท้องไร่ท้องนา ซึ่งในแต่ช่วงของการทำนาพวกเราก็จะไปคลุกอยู่ในท้องไร่ท้องนาจริง ๆ แม้จะไม่ได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ผิดกับการจัดการเรียนการสอนในสมัยนี้ที่มักจะห่างเหินกับความเป็นพื้นถิ่นมากยิ่งขึ้น

ลานข้าวยุคไฮเทคยกเครื่องเสียงมาขับกล่อมสนั่นบ้านทุ่ง

ตีข้าวกันตีจนซอดแจ้งสำหรับลานนี้

คืนนี้มีเพียงเราสามคน (ไม่มีสาว ๆ มาช่วยเลยเนาะ)

ลานข้าวในยุคนี้มีการพัฒนามากขึ้นจากในอดีตที่ใช้ขี้ควายมาละเลงผสมกับน้ำเพื่อเป็นพื้นลานปรับเปลี่ยนมาเป็นตาข่ายพลาสติกรองรับเมล็ดข้าวเปลือกในลาน ในบางเจ้าทำเอาผมตกใจนึกว่ายกหนังกลางแปลงมาไว้ที่นี้ เพราะเล่นยกเครื่องเสียงมาเปิดเพลงให้ดังสนั่นทุ่งกันไปเลย เลยไปถึงช่วงกลางคืนยังมีอีกรอบให้สะใจกันไปเลย 

ทัวร์ข้าวโฮมลานในตอนนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ พบกันในตอนหน้าครับ

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net