วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

X X Y จะให้ฉันเป็นอะไร ?


โดยทั่วไป  X X  เป็นโครโมโซมที่ทำให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตเป็นเพศหญิง
 ในขณะที่  X Y  เป็นโครโมโซมที่ทำให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตเป็นเพศชาย
 แต่ถ้าโครโมโซมมีการแบ่งตัวที่แตกต่างออกไปจากนี้ล่ะ  จะทำให้ฅน ๆ นั้นเป็นเพศไหน ? และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฅน ๆ นั้นไม่ได้เป็นทั้งผู้ชายและผู้หญิง ?

นั่นเป็นคำถามในขณะเดียวกันก็เป็นโครงเรื่องย่อ ๆ ของหนังแนว Queer  (ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ)  จากประเทศอาร์เจนติน่า  ที่มีชื่อเรื่องสั้น ๆ ว่า X X Y  หนังเรื่องนี้นอกจากจะได้รับรางวัลจากเมืองคานส์เมื่อปีที่แล้ว ยังได้รับรางวัลกินนรีทองคำเมื่อคราวมาฉายในงานเทศกาลหนังนานาชาติที่กรุงเทพ ปีที่แล้วอีกด้วย
เราดูหนังเรื่องนี้ด้วยความประหลาดใจสุด ๆ เมื่อ x x y  ได้นำพาเราเข้าไปทำความรู้จักกับเรื่องราวชีวิตของฅนที่มีอวัยะเพศ ๒ อย่างในฅน ๆ เดียว

 อเล็กซ์เป็นเด็กวัยรุ่นที่มีรูปกายภายนอกเป็นหญิงที่ดู ๆ แล้วเธอก็ไม่ค่อยจะเป็นผู้หญิงเท่าไหร่นัก  ด้วยแขนขาที่เก้งก้าง ชอบเล่นอะไรแรง ๆ ประก อบกับหน้าอกที่ค่อนข้างแบนราบคล้ายเด็กผู้ชายเพราะเธอเพิ่งจะอายุ ๑๕  (หรืออาจเป็นเพราะอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับชื่อเรื่องของหนังเรื่องนี้)

 หนังค่อย ๆ บอกกับเราว่าครอบครัวของอเล็กซ์ เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านที่เกาะแห่งหนึ่งติดชายทะเล โดยที่พ่อของอเล็กซ์เป็นหมอเต่าที่คอยดูแลรักษาเต่าที่บาดเจ็บตามท้องทะเล (ความตอนนี้ไม่แน่ใจว่าเราจะเข้าใจถูกต้องหรือเปล่า เพราะเราดูหนังเรื่องนี้ที่สมาคมฝรั่งเศส เป็นเสียงพูดสเปนบรรยายอักษรภาษาอังกฤษ) 

จู่ ๆ ครอบครัวนี้ก็เชิญครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่งเข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วย โดยครอบครัวที่ถูกเชิญมามีลูกชายวัย ๑๖ ปี ชื่ออัลวาโร ซึ่งกำลังเป็นวัยรุ่นวัยเดียวกับอเล็กซ์

 หนังค่อย ๆ เผยให้ฅนดูรู้ว่า แท้จริงแล้วพ่อของอัลวาโรเป็นหมอ  การที่ครอบครัวของอัลวาโรต้องมาอยู่กับครอบครัวของอเล็กซ์ในบ้านหลังเดียวกัน ก็เพราะมีจุดมุ่งหมายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวของอเล็กซ์ด้วย

 แล้วหนังก็ค่อย ๆ เผยให้ฅนดูรับรู้ที่ละนิดว่า อเล็กซ์กำลังอยู่ในระหว่างการให้ยาและกินฮอร์โมนบางอย่างที่จะไปสะกัดกั้นการทำงานฮอร์โมนเพศชายในตัวเธอ  นั่นหมายความว่าในเร็ววันนี้อเล็กซ์กำลังจะถูกทำการผ่าตัดให้เหลือเพียงเพศใดเพศหนึ่ง  เพราะเธอมีอวัยวะเพศทั้งแบบผู้ชายและแบบผู้หญิงในตัวฅน ๆเดียวกัน

 ในที่สุดหนังก็บอกกับเราว่าสาเหตุที่ครอบครัวของอเล็กซ์ต้องย้ายถิ่นที่อยู่ไปเรื่อย ๆ ก็เพราะอเล็กซ์มี ๒ เพศ ที่แล้ว ๆ มาครอบครัวนี้มักจะถูกเพื่อนบ้านและโรงเรียนพากันสงสัยในเพศสภาพของอเล็กซ์ จึงทำให้ครอบครัวนี้ต้องย้ายถิ่นที่อยู่ไปเรื่อย คงเพราะอับอายหรืออะไรบางอย่างนั่นเอง อเล็กซ์จำต้องย้ายโรงเรียนไปเรื่อยเหมือนกัน

 พ่อเป็นทุกข์ใจแต่คงไม่เท่ากับแม่ที่เป็นฅนตัดสินใจเองว่าจะเลือกเพศใดเพศหนึ่งให้กับลูก เรื่องนี้ทั้งพ่อและแม่ไม่มีการสื่อสารกับอเล็กซ์เกี่ยวกับการผ่าตัดอเล็กซ์ให้อเล็กซ์ได้รับรู้  ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับอเล็กซ์เป็นการจัดการและตัดสินใจโดยผู้ใหญ่ทั้งสิ้น

 การที่ครอบครัวของอเล็กซ์เชิญครอบครัวของอัลวาโรให้มาอยู่ด้วย  ก็เพราะพ่อของอัลวาโรเป็นศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเพศสรีระและการผ่าตัด  การให้ครอบครัวของหมอมาอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกันก็เพื่อความสะดวกจะได้ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อหลีกเลี่ยงการครหาจากเพื่อนบ้าน เพื่อหมอจะได้ดูแลโปรแกรมการใช้ยาและฮอร์โมนกับอเล็กซ์ได้อย่างใกล้ชิด และเพื่อว่าครอบครัวของอเล็กซ์จะได้ปลีกตัวไปจากการรับรู้ของชุมชน  จึงได้พากันย้ายมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้

 ในขณะที่อเล็กซ์เองรู้สึกเบื่อที่ครอบครัวต้องย้ายที่อยู่บ่อย ๆ การย้ายที่อยู่ที่เรียนบ่อย ๆ ทำให้อเล็กซ์เป็นเด็กขาดเพื่อน ในขณะที่การเป็นวัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังแสวงหาตัวตนและต้องการมีเพื่อนเพื่อทำให้เกิดการพัฒนาทางสติปัญญา อเล็กซ์จึงเป็นเด็กที่ค่อนข้างโดดเดี่ยว 
อเล็กซ์ไม่ชอบการถูกควบคุมดูแลการใช้ยาและฮอร์โมน ในที่สุดเธอตัดสินใจที่จะไม่กินยาหรือใช้ฮอร์โมนใด ๆ ทั้งสิ้น  เธอต้องการหยุดการตัดสินใจของผู้ใหญ่รอบ ๆ ตัวที่คอยคิดและตัดสินใจแทนเธอมาตลอด

 หนังแสดงให้เห็นภาวะอารมณ์ที่เคร่งเครียดของอเล็กซ์ที่ต้องเผชิญกับภาวะกดดันรอบ ๆ ตัวเธอหลายอย่าง ปกติแล้วการเป็นวัยรุ่นมักถูกกดดันจากการใช้อำนาจของผู้ใหญ่รอบ ๆ ตัวอยู่แล้ว  กรณีของอเล็กซ์เป็นวัยรุ่นที่มีอะไรบางอย่างแตกต่างไปจากวัยรุ่นทั่วไป นั่นยิ่งเป็นภาวะการถูกกดดันที่ซ้ำซ้อน ที่แย่ไปกว่านั้นก็คืออเล็กซ์ไม่มีเพื่อนเลยสักฅน  การมีเพื่อนจะช่วยพัฒนาการด้านในของอเล็กซ์ได้มาก แต่ดูเหมือนอเล็กซ์จะตกอยู่ในภาวะลำบากยิ่ง

 ตลอดทั้งเรื่องเราจึงไม่ค่อยเห็นรอยยิ้มจากอเล็กซ์มากนัก
  
 อเล็กซ์นอกจากจะถูกกดดันไปกับการกระทำและการตัดสินใจแทนของผู้ใหญ่ที่ใช้อำนาจบนความเป็นเพศของเธอด้วยการพยายามเลือกเพศให้เธอแล้ว เธอยังต้องเผชิญกับความสับสนของตัวเองในการเรียนรู้ความเป็นเพศที่แตกต่างของตัวเธอกับเพื่อนวัยเดียวกันอีกด้วย

 เมื่อมีอัลวาโรเข้ามาอยู่ในบ้าน อัลวาโรจึงเป็นเพื่อนฅนเดียวที่พอจะเรียนรู้กันได้และที่สำคัญเป็นเพื่อนฅนเดียวที่เข้ามาในชีวิตของอเล็กซ์ในช่วงที่อเล็กกำลังขาดเพื่อน ทั้งคู่มีโอกาสคลุกคลีอยู่ด้วยกันบ่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่ออเล็กซ์อยู่ตามลำพังสองฅนกับอัลวาโร  อเล็กซ์เกิดอารมณ์ทางเพศกับอัลวาโรขึ้นมา  อัลวาโรถึงกับประหลาดใจและแทบช็อคสุดขีดเมื่ออัลวาโรพบว่าอเล็กซ์พยายามจะเข้าทางด้านหลังของเขา  อัลวาโรเองเวลานั้นสับสนและไม่รู้เหมือนกันว่าอเล็กซ์เป็นเพศไหน เพียงแต่คิดว่าอเล็กซ์อาจเป็นผู้หญิงที่มีลึงค์ เหตุนี้ทำให้อัลวาโรวิ่งหนีออกมาแบบตั้งตัวไม่ทัน เขาถึงกับสติแตกทีเดียว

 ในขณะที่อเล็กซ์เองกำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร หรือเป็นเพศไหน ?  เราจะเข้าใจภาวะดังกล่าวมากขึ้นในฉากถัดมาเมื่ออัลวาโรถามอเล็กซ์ว่าเธอชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย  อเล็กซ์ก็ยังตอบด้วยความสับสนระคนโกรธว่า  “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน !”
อเล็กซ์ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หรือแม้แต่จะเป็นอะไร  การที่สังคมมีทางเลือกให้ฅนเป็นได้แค่เพศใดเพศหนึ่งเป็นสาเหตุที่สร้างความสับสนให้กับอเล็กซ์ และเป็นปัญหาของสังคมเองมากกว่าจะเป็นปัญหาของอเล็กซ์

พวกวัยรุ่นเกเรก็พากันรังแกอเล็กซ์ด้วยการรุมกันฉุดกระชากลากเธอเข้าป่า  แล้วจับเธอแก้ผ้าเพื่อจะพิสูจน์ว่าเธอเป็นเพศไหนกันแน่  เมื่อพบว่าอเล็กซ์มี ๒ เพศก็พากันหัวเราะเยาะแล้วพยายามจะข่มขืนเธอ  โชคดีที่เด็กหนุ่มเพื่อนบ้านอีกฅนมาพบเข้าและช่วยเหลือได้ทัน
ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้เห็นอเล็กซ์เป็นฝ่ายถูกระทำจากฅนรอบ ๆ ตัวเธอตลอด 
ด้านครอบครัว  พ่อแม่ขาดความมั่นใจที่จะยอมรับว่าลูกจะเป็นอะไรก็ได้  พ่อแม่ถูกทำให้คิดและเชื่อไปตามสังคมว่าลูกต้องเป็นเพศใดเพศหนึ่ง จะมีสองเพศไม่ได้  ด้วยความคิดเช่นนี้ทำให้พ่อแม่พยายามจะทำให้อเล็กซ์มีเพียงเพศเดียว  นั่นเท่ากับว่าพ่อแม่กำลังทำร้ายอเล็กซ์โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำร้ายลูกอยู่

ด้านสังคมก็ทำร้ายครอบครัวนี้ด้วยการไม่ยอมรับ ทำให้ครอบครัวนี้ต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ การข่มขืนก็เป็นอีกความรุนแรงหนึ่งที่ปรากฏในหนังเรื่องนี้อันมีรากเหง้ามาจากการไม่ยอมรับความแตกต่าง

ด้านการแพทย์ก็พยายามจัดฅนที่มีอวัยวะเพศอย่างอเล็กซ์ให้กลายเป็นฅนป่วย  ทั้ง ๆ ที่อเล็กซ์ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร เธอมีสุขภาพดี แต่เธอก็ถูกจัดโปรแกรมให้กินยาสะกดฮอร์โมนเพศชาย เพื่อที่ว่าฮอร์โมนเพศหญิงในตัวเธอจะได้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่ และในที่สุดเธอจะได้ถูกผ่าตัดให้เหลือเพียงเพศหญิงเพียงเพศเดียว

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่อง  X X Y
แต่ในโลกของความเป็นจริงแทบไม่มีอะไรแตกต่างกันนัก
ในสังคมที่เราอยู่มีเด็กจำนวนหนึ่ง (หมายความว่ามีจำนวนไม่น้อย) ที่เกิดมาแล้วมี ๒ เพศ  เมื่อเกิดมาแล้วโรงพยาบาลต้องกาลงไปในใบเกิดว่าเป็นเพศใดเพศหนึ่งระหว่าง  “ชาย”  กับ  “หญิง”  ในใบเกิดไม่มีช่องสำหรับเด็ก ๒ เพศ กรณีนี้มักก่อให้เกิดปัญหากับเด็กสองเพศตามมาในภายหลัง ซึ่งเรากำลังจะกล่าวต่อไป

โดยทั่วไปเด็กที่เกิดมามีสองเพศมักมีอวัยวะ ๒ อย่างแต่ไม่ได้มีรูปร่างชัดเจน และไม่มีโอกาสรู้ได้ว่าอวัยวะอันใดจะสามารถทำการสืบพันธุ์หรือใช้งานได้จนกว่าจะโตเป็นหนุ่มเป็นสาว
ยกตัวอย่างสมมติว่า  “แดง”  เกิดมามี ๒ อวัยวะเพศ  แดงไม่มีโอกาสรู้ได้ว่าโตขึ้นอวัยวะเพศอันไหนจะใช้สืบพันธุ์ได้ แดงไม่มีโอกาสรู้ว่าองคชาติกับลูกอัณฑะจะผลิตตัวอสุจิได้หรือไม่  หรือรังไข่กับมดลูกจะสามารถผลิตไข่ให้สุกและมีประจำเดือนออกมาหรือไม่ จนกว่าแดงจะผ่านช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ในที่สุดจึงเป็นเรื่องที่ใช้เวลานานกว่าที่  “แดง”  จะรู้อย่างแน่ชัดว่าตนเองเป็นเพศอะไร

ไม่ได้หมายความว่าอวัยวะทั้งสองจะสามารถใช้การได้ดีทั้งสองอันเหมือนกับในหนัง  หรือไม่ได้หมายความว่าอันใดอันหนึ่งจะใช้ได้ดี  เพราะเท่าที่ปรากฏก็คือส่วนใหญ่แล้วฅนที่เกิดมามี ๒ เพศ มักจะพบว่าอวัยวะทั้งสองเป็นหมันทั้ง ๒ อันที่มักจะพบก็คือ เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ อวัยวะเพศหนึ่งในสองมักจะลีบเล็กลงกลายเป็นเนื้อที่ตาย หรือกลายเป็นเนื้อเสียที่ต้องผ่าตัดเอาออก  สำหรับบางรายหรือส่วนใหญ่แล้วมีความจำเป็นต้องตัดเอาอวัยวะเพศส่วนที่ลีบ (หรือตาย) ออกไปเพราะมันจะแปรสภาพกลายเป็นเนื้อที่เป็นพิษต่อร่างกายในเวลาต่อมา หรือถ้าไม่เป็นอันตรายก็ไม่จำเป็นต้องตัดออก ซึ่งก็แล้วแต่กรณี

แต่การผ่าตัดเอาอวัยวะที่ตายออกไปก็ยังไม่ยุ่งยากเท่ากับเหตุการณ์ต่อไปนี้  สมมติว่า “แดงฅนเดิม” เกิดมามีอวัยวะเพศสองอัน ถูกโรงพยาบาลกาลงในใบเกิดว่าเป็น “ผู้ชาย”  เพราะเห็นว่ามีองคชาติยื่นออกมา (อีกเหตุผลหนึ่งเพราะพ่อแม่จำนวนมากก็อยากได้ลูกชายอยู่แล้ว แค่เห็นว่ามีจู๋ก็ถือว่าเป็นผู้ชายแล้ว)

เมื่อ “เด็กชายแดง” โตขึ้นมาได้สักระยะปรากฏว่าฮอร์โมนความเป็นหญิงทำงานมากกว่า “เด็กชายแดง” จึงมีผิวพรรณขาวเนียน หน้าตาท่าทางเป็นผู้หญิง เมื่อโตขึ้น “นายแดง” หน้าตาสะสวยไว้ผมยาว เสียงก็เป็นผู้หญิง เมื่อโตเป็นหนุ่มองคชาติและอัณฑะได้ห่อเหี่ยวลงไปและเริ่มเป็นเนื้อตายที่ต้องเอาออก

ถึงเวลานี้ “นายแดง” จำเป็นต้องเหลือเพียงเพศเดียวคือเพศหญิง เพราะเธอต้องตัดเอาองคชาติที่ตายแล้วออกไป ในขณะที่ผ่าตัดแพทย์ก็ตกแต่งบาดแผลให้กลายเป็นช่องคลอดที่ใช้งานได้ (สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ด้วย) แต่ไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้เพราะอวัยวะเพศหญิงของ “นายแดง” ไม่ได้มีรังไข่ที่สมบูรณ์

ขณะนี้ “นายแดง” ได้กลายเป็นผู้หญิงเสียที แต่ความยุ่งยากที่ตามมาก็คือ การที่พ่อแม่และโรงพยาบาลแจ้งให้ “นายแดง” เป็นผู้ชายมาแต่กำเนิดได้ย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้กับ “นายแดง” ในเวลาต่อมา  เวลานี้ในบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านก็ยังเป็น “นาย” ทั้ง ๆ ที่รูปร่างหน้าตาของ “นายแดง” เป็นผู้หญิงมาก ๆ ทั้งน้ำเสียงและจริตจะกร้าน

เวลาที่ “นายแดง” เดินทางไปต่างประเทศยิ่งยุ่งยากสุด ๆ เพราะด่านตรวจที่สุวรรณภูมิ หรือด่านตรวจหลาย ๆ ประเทศที่ “นายแดง” ไปถึงมักจะตั้งแง่มีปัญหาไม่ให้เข้าประเทศเพราะชื่อนำหน้าของ “นายแดง” ในหนังสือเดินทาง (passport) เป็นมิสเตอร์  แต่รูปถ่ายและเจ้าของหนังสือเดินทางเป็นผู้หญิง  เจ้าหน้าที่จะมีปัญหากับ “นายแดง” เพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงทำไมชื่อนำหน้าเป็นนาย เจ้าหน้าที่คิดว่า “นายแดง” ต้องไปปลอมแปลงหนังสือเดินทางของใครมาแน่ ๆ
หรือกรณีการไปสมัครงาน หากนายจ้างรับสมัครพนักงานหญิง เมื่อไปสมัครพอเห็นเอกสารใบสมัครว่าเป็น “นายแดง” ก็ถูกเลิกจ้างตั้งแต่ยื่นใบสมัครเพราะถือว่า “นายแดง” เป็นผู้ชาย แต่พอไปสมัครงานในฐานะที่เป็นผู้ชายเพราะในเอกสารบัตรประชาชนเป็น “นาย” ก็ไม่ได้รับการว่าจ้างเพราะถูกมองว่าเป็นกะเทย (กรณีเช่นนี้กะเทยหลายฅนต่างก็ประสบเหตุการณ์เดียวกันมาแล้ว กะเทยจึงมักถูกจำกัดอยู่แค่อาชีพทำผม)

กรณีของ “แดง” จะไปโทษพ่อแม่ที่เลือกเพศชายให้ “แดง” ก็ไม่ถูก เพราะไม่มีใครรู้ว่าในอนาคตเด็กที่เกิดมามีสองเพศโตขึ้นจะต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ ทางที่ถูกก็คือทำอย่างไรสังคมและหน่วยงานต่าง ๆ จะตระหนักรู้และเข้าใจมากขึ้นว่าเพศของมนุษย์ไม่ได้มีแค่สองเพศ แต่เพศของมนุษย์มีมากกว่านั้น ทำอย่างไรสังคมจึงจะเรียนรู้ที่จะไม่เลือกปฏิบัติต่อฅนที่มีความแตกต่าง ทำอย่างไรเวลาที่เด็กเกิดมาควรจะมีช่องให้เลือกกามากกว่าผู้ชายกับผู้หญิง
อย่างไรก็ตาม “แดง” ก็มีตัวตนอยู่จริงในสังคมไทย เพราะ “แดง” เป็นนามแฝงของเพื่อนฅนหนึ่งของผู้เขียนที่กำลังเผชิญกับเหตุการณ์ดังกล่าว (หรืออาจจะยังมี “แดง” ฅนอื่น ๆ ที่เป็นเพื่อนกับคุณผู้อ่านด้วยก็ได้)

กรณีของอเล็กซ์ เป็นกรณีที่เป็นไปได้น้อย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่ฅน ๆ หนึ่งจะมีอวัยวะที่สมบูรณ์ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน  หากแต่ประเด็นก็คือสังคมจะยอมรับและเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหนที่ฅนเราจะมีสองเพศในฅน ๆ เดียวได้โดยไม่ถูกจำกัดหรือถูกเลือกปฏิบัติว่าต้องเป็นเพศใดเพศหนึ่งเหมือนอย่างอเล็กซ์

 X X Y จบลงด้วยภาพครอบครัวของอัลวาโรย้ายกลับออกไป โดยมีครอบครัวของอเล็กซ์ขับรถตามมาส่ง  ฉากสุดท้ายก่อนที่ทั้งคู่จะจากกัน อเล็กซ์นั่งตามลำพังสองต่อสองกับอัลวาโรที่มุมโขดหินริมชายหาด เธอเปิดกางเกงให้อัลวาโรดูว่าเธอไม่ได้เป็นผู้ชายแต่เธอก็มีอวัยวะเพศหญิงด้วย เหมือนกับว่าอเล็กซ์มีความไว้เนื้อเชื่อใจอัลวาโรมากขึ้น เธอจึงเปิดเผยตัวตนทางเพศให้อัลวาโรรับรู้  มิตรภาพระหว่างเด็กสองฅนกำลังเจริญเติบโต อเล็กซ์เริ่มมีเพื่อนสนิทที่ไว้วางใจได้ ทันใดนั้นพ่อของอัลวาโรก็เดินมาดึงตัวอัลวาโรไปขึ้นรถไปในขณะที่อัลวาโรยังไม่ทันได้กล่าวคำอำลาอเล็กซ์สักคำ

ไม่มีการผ่าตัดอเล็กซ์ให้เป็นเพศใดเพศหนึ่ง  อเล็กซ์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง พ่อแม่ของอเล็กซ์จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับลูกที่มีสองเพศต่อไป

เราชอบตอนจบของหนังเรื่องนี้ที่กำลังบอกกับฅนดูว่าในที่สุดแล้วสิทธิในการเลือกเพศว่าจะเป็นเพศไหนควรเป็นเรื่องของฅน ๆ นั้น ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะเผยให้เห็นความยากลำบากในการเกิดมามีสองเพศ ว่าต้องเผชิญกับอะไรบ้าง รวมทั้งพ่อแม่และครอบครัวก็ต้องเผชิญกับความทุกข์ทน
ฅนส่วนใหญ่ดูหนังเรื่องนี้แล้วอาจจะพากันทดท้อและบอกว่า ‘สงสารอเล็กซ์จังเลย’  แต่สำหรับเรา เราอยากบอกว่าเราสงสารและสมเพชสังคมมากกว่า เพราะสังคมโลกที่เราอยู่ยังคงมีความอัตคัดคับแคบต่อมนุษย์ที่มีความหลากหลายในตัวเอง บ่อยครั้งทีเดียวที่สังคมทำร้ายฅนด้วย “ความกรุณา” อยากให้ฅน ๆ นั้นเป็นอย่างที่สังคมอยากให้เป็น แต่ในความกรุณานั้นมักจะมาพร้อมกับ “ความไม่รู้” (อวิชชา) ความไม่รู้นี่เองที่ทำให้สังคมขาดวุฒิภาวะเพียงพอที่จะเข้าใจฅนอื่นที่แตกต่างและทำให้ฅนอื่น ๆ ต้องทุกข์ระทมเพราะความหวังดีของสังคมเอง เหมือนกับกรณีของอเล็กซ์ที่ใคร ๆ ต่างก็หวังดีอยากให้อเล็กซ์มีเพศเดียว แต่พวกเขาลืมสอบถามอเล็กซ์ว่าอเล็กซ์ต้องการอะไร

 ถ้าสังคมใจกว้าง มีสติปัญญา มีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ฅนที่แตกต่างฅนอื่น ๆ คงแฮปปี้มีความสุขมากกว่านี้  เมื่อนั้นเราคงไม่ต้องได้ยินคำว่า ‘สงสารอเล็กซ์’ อีกต่อไป เพราะความสงสารจะแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ ยอมรับ และสนับสนุนในที่สุด.

โดย หนึ่งลมหายใจ

 

กลับไปที่ www.oknation.net