วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทัวร์ข้าวโฮมลาน : ขับขานเพลงปีซังข้าว (๕)


ทัวร์ข้าวโฮมลาน : ขับขานเพลงปี่ซังข้าว (๕)

ในตอนที่แล้วได้พูดถึงวิธีการทำนาของเกษตรกรไทยตั้งแต่เรื่องการปักดำจนถึงการเก็บเกี่ยว การนวดข้าว และการขนสู่ยุ้งฉาง  ในตอนนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับสภาพปัญหาของชาวนาไทยว่าในตอนนี้ยังสบายดีกันหรือเปล่า

ในอดีตชาวนาไทยทำนาปีละครั้งจึงเรียกว่า “ข้าวนาปี”  หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จจะขนสู่ยุ้งฉาง ส่วนข้าวที่เหลือจะนำไปขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว

แต่ในปัจจุบันชาวนาไทยหันมาปลูกข้าวปรับปรุงพันธุ์มากขึ้น จึงต้องมีการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงมากขึ้น จึงทำให้ปลาและสัตว์ต่าง ๆ ไม่สามารถอาศัยอยู่ในนาได้ต่อไปได้ ทำให้ชาวนาต้องสูญเสียแหล่งอาหารไปในช่วงฤดูกาลทำนา อีกทั้งการผลิตข้าวก็มุ่งเน้นเพื่อเป็นสินค้ามากกว่าการบริโภคในครอบครัว

แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่เมื่อพิจารณาถึงผลผลิตข้าวต่อไร่ของชาวนาไทย พบว่ามีผลผลิตประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่เวียตนามมีผลผลิตประมาณ 700 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ที่น่าสนใจพื้นที่การปลูกข้าวส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 70 จะอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน และยังคงใช้น้ำฝนในการทำนามากกว่าระบบชลประทาน ในขณะที่เหลืออีกร้อยละ 30 อยู่ในเขตภาคกลางมีระบบชลประทานสามารถทำนาปรังได้ถึง 2 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณในการจัดสร้างระบบชลประทานในพื้นที่ทำนาน้ำฝนอย่างจริงจังและเร่งด่วน

นอกจากนั้นการทำนายังมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง เครื่องทุ่นแรง จึงต้องกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบมาเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนา ในบางพื้นที่ต้องเช่าที่นาทำกิน ซ้ำร้ายในบางปีหากเกิดน้ำท่วมและเกิดฝนแล้งทำให้นาข้าวเสียหาย หรือขายข้าวในราคาตกต่ำ จึงทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้น

ทางออกที่ดีคือการทำนาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 3 ครั้ง ต่อปี จึงทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งโดยการกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่าย จนในบางครั้งเจ้าของนาถูกเจ้าหนี้ยึดที่ดินที่นำไปจำนอง อาจจำใจขายในราคาต่ำ รวมทั้งปัญหาการเช่าที่นาทำกินจากนายทุนในท้องถิ่น ในอนาคตระบบการทำนาไทยจะเกิดเกษตรกรรายใหญ่หรือบริษัทใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน ชาวนาจะกลายเป็นแรงงานรับจ้างไปในที่สุด

อีกทั้งในสภาวะที่ขาดแคลนปริมาณข้าวในประเทศยังคงมีบริษัทค้าข้าวจัดส่งข้าวไปขายยังต่างประเทศในราคาดี ในขณะที่ภายในประเทศยังคงขาดแคลนข้าวและไม่เพียงพอกับความต้องการของคนในประเทศ

นอกจากนั้นเรื่องของปัญหาชาวนาไทยต้องสูญเสียที่ดินของตนเองให้แก่นายทุนเจ้าหนี้ รวมทั้งการนำโฉนดที่ดินไปจำนองอยู่กับธนาคาร ธ.ก.ส. มีจำนวนถึง 3 ล้านครอบครัวทั่วประเทศ

ในส่วนของการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาให้กับชาวนา แต่ปัญหาที่แท้จริงของชาวนาก็คือการมีหนี้สินพอกพูน การเสียค่าดอกเบี้ย เงินต้นแก่นายทุน สำหรับชาวนาที่ไม่มีที่นาเป็นของตนเอง

นับเป็นเส้นทางเดินของข้าวไทยที่มีปัญหาตั้งแต่เริ่มแรกการผลิตที่ทุ่งนาแล้ว ทำอย่างไรปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขและช่วยเหลือคือปัญหาเร่งด่วนสำหรับชาวนาไทยในยุคนี้

ข้อมูลประกอบการเขียน    

จักรพันธุ์ กังวาฬ.  ข้าวไทยในวิกฤตอาหารโลก. นิตยสารสารคดี ปีที่ 24 ฉบับที่ 283 เดือนกันยายน 2551.

ติดตามอ่านตอนต่อไปว่าด้วย : ข้าวไทยจากท้องทุ่งสู่โรงสีไฟไปเมืองนอก

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net