วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

3 กรณีศึกษา


ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น กลายเป็นปัญหาใกล้ตัวภาคธุรกิจมากขึ้น เพราะนั่นหมายถึง ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ทำให้ที่ผ่านมาหลายธุรกิจ ต่างหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงานทางหนึ่ง เช่น ธุรกิจโรงแรม ที่มีการใช้พลังงานในปริมาณที่สูงมาก

จะเห็นได้จาก ผลการตัดสินรางวัล Thailand Energy Award 2007 จัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งโรงแรมดุสิต ไอร์แลนด์ รีสอร์ท จังหวัดเชียงรายได้รับรางวัล ในประเภทโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (OFF-GRID)จากการคิดค้นโครงการพัฒนาระบบผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แบบผสมผสานร่วมกับความร้อนเหลือทิ้ง

 ที่มาของโครงการดังกล่าว เกิดจากการมองเห็นปัญหาการสูญเสียพลังงานในการผลิตน้ำร้อนในกระบวนการบริการซักล้าง และประกอบอาหาร ในภาวะที่พลังงานที่ใช้อยู่เดิมเริ่มมีราคาสูงขึ้น จึงต้องหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทน นั่นคือ พลังงานแสงอาทิตย์ แหล่งพลังงานสะอาดและมีศักยภาพสูงในการผลิตพลังงาน

 โดยระบบการผลิตความร้อนตามโครงการนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนผลิตน้ำร้อน ส่วนกักเก็บน้ำร้อน และส่วนจ่ายน้ำเย็น ซึ่งหัวจ่ายจะส่งน้ำเย็นผ่านปั๊มน้ำ ไปยังแผงรับแสงอาทิตย์ในการผลิตน้ำร้อน ก่อนถูกส่งกลับนำมาเก็บไว้ในถังเก็บน้ำร้อน   ขณะที่น้ำส่วนหนึ่งจากถังเก็บจะถูกนำไปรับความร้อนที่ได้จากพลังงานเหลือทิ้งจากเครื่องปรับอากาศ หมุนเวียนกลับมาเก็บไว้ในถังเก็บน้ำ ผ่านท่อที่หุ้มฉนวนกันการสูญเสียความร้อนของส่วนจ่ายน้ำ
จากนั้นน้ำร้อนจะถูกจ่ายผ่านท่อหุ้มฉนวนของส่วนจ่ายน้ำไปยังห้องพักต่างๆ เพื่อรอการใช้งานต่อไป หากเกิดกรณีที่ระบบหลักไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการน้ำร้อนได้ ระบบผลิตน้ำร้อนสำรอง ซึ่งเป็นเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าที่ประกอบอยู่ในส่วนกักเก็บน้ำร้อน จะช่วยผลิตน้ำร้อนได้อีกทาง

หลังจากทดลองใช้มาได้ระยะหนึ่ง พบว่า พลังงานแสงอาทิตย์มีข้อจำกัดหลายอย่าง อาทิ อุปกรณ์มีราคาสูง ทำให้คืนทุนช้า เมื่อเทียบกับพลังงานอื่น ทางโรงแรมจึงปรับเทคโนโลยีการผลิต โดยการนำระบบผลิตน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์แบบผสมผสานกับพลังงานความร้อนเหลือทิ้ง (Waste heat) จากชุดระบายความร้อนของระบบปรับอากาศ และตู้แช่อาหารที่โรงแรมใช้งานเกือบตลอด 24 ชั่วโมง วิธีนี้ช่วยให้มีพลังงานความร้อนเหลือทิ้งจากกระบวนการดังกล่าวมากพอที่จะนำมาใช้ช่วยผลิตน้ำร้อนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งผลให้สมรรถนะของระบบผลิตน้ำร้อนโดยรวมดีขึ้น ซึ่งคุ้มค่าแก่การลงทุนและระยะเวลาคืนทุนสั้นลง

 โดยจากการศึกษาและเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการทำงานของแผงรับแสงอาทิตย์ ด้วยการติดตั้งแผงรับแสงอาทิตย์จำนวน 180 แผง บนพื้นที่ 324 ตารางเมตร ตั้งแต่เริ่มต้นในปี 2532 จนถึงปัจจุบัน พบว่าแผงรับแสงอาทิตย์ มีข้อจำกัดอายุการใช้งานที่ใช้เพียง 7 ปี ก็ต้องปรับปรุง ทำให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ต้องเข้ามาให้คำปรึกษาด้านการดูแลระบบและการติดตั้งที่เหมาะสมให้แผงวงจรมีประสิทธิภาพมากขึ้น จนทำให้สามารถผลิตน้ำร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ ในปริมาณ 1 หมื่นลิตร สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละเกือบแสนบาท คืนทุนภายใน 3 ปี ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 2,260,000 บาท  ผู้บริหารดุสิต ไอร์แลนด์ รีสอร์ท กล่าว

ไม่เฉพาะกรณีศึกษาของโรงแรมดุสิต ไอร์แลนด์ รีสอร์ท เท่านั้น โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ยังเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ให้ความใส่ใจในเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรงแรมได้ริเริ่มโครงการอนุรักษ์พลังงานมานานกว่า 15 ปี

ชัชวาล ศุภชยานนท์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี พัทยา บอกว่า โรงแรมดุสิตธานี พัทยา มีกิจกรรมเพื่อการประหยัดพลังงานหลากหลายวิธี อาทิ 1) เริ่มต้นจัดการด้านอนุรักษ์พลังงาน ด้วยการปิดไฟฟ้าบริเวณที่ไม่มีผู้เข้าพัก 2) เปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นแบบประหยัดพลังงานทั้งโรงแรม 3) วางแผนรณรงค์ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า มากว่า10 ปี ด้วยการลงทุนสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย เพื่อหมุนเวียนการใช้พลังงาน สามารถนำน้ำจากการบำบัดน้ำเสียมารดน้ำต้นไม้ เพื่อช่วยลดค่าน้ำประปา   4) มีการลดปริมาณขยะ ลดการปล่อยของเสีย สร้างบรรยากาศ และอากาศที่บริสุทธิ์ภายในโรงแรม 5) มีกิจกรรมปลุกจิตสำนึกของคนในองค์กร และผู้เข้าพักทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้รู้คุณค่าพลังงาน  ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโรงแรมจัดขึ้น 6) มีการออกแบบพื้นที่ใช้สอยส่วนต่างๆ ให้สามารถใช้พลังงานที่มีอย่างจำกัดได้อย่างคุ้มค่า เพื่อเป็นตัวอย่างโรงแรมอนุรักษ์พลังงาน

ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าของโรงแรมต่างให้ความร่วมมือปฏิบัติตามทุกกิจกรรมการรณรงค์เป็นอย่างดี อาทิ แขวนผ้าขนหนูไว้บนราวเมื่อไม่ต้องการซัก เพื่อเป็นการประหยัดน้ำและไฟฟ้าในการซัก อบ รีด ส่วนพนักงานหลังจากรณรงค์ร่วมกันแล้ว ทุกคนก็เกิดจิตสำนึกและสร้างนิสัยที่ดี นำกลับไปใช้ในชุมชนขยายผลไปสู่การสร้างสังคมที่ดี"

 นอกจากนี้ โรงแรมยังได้จัดตั้ง "แผนกเฉพาะกิจ" เพื่อดูแลด้านการอนุรักษ์พลังงานทั้งระบบ อาทิ การจัดการน้ำ ขยะ และการใช้ไฟฟ้า พร้อมติดตามประเมินผลงานอย่างใกล้ชิดทุกเดือน  ด้วยการวิเคราะห์ตัวเลขการใช้ไฟฟ้ารวมในแต่ละวัน เพื่อควบคุมการใช้ไฟฟ้าในรอบปัจจุบันไม่ให้เกินค่าเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าในรอบเดือนที่ผ่านมา

"ทุกเดือนคณะกรรมการจะมีการจัดทำข้อมูลรายงาน และนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่จะช่วยกันรณรงค์ประหยัดพลังงานในโรงแรม เช่น การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟฟ้าแบบตะเกียบ การควบคุมอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ให้เกิน 26 องศาเซลเซียส และการรณรงค์ให้พนักงานไม่ใช้ลิฟต์กรณีขึ้นลงบันได 2 ชั้น รวมถึงการประเมินตัวเลขการใช้ไฟฟ้าแต่ละเดือน"  

คุณชัชวาล ระบุว่า โรงแรมดุสิตธานี พัทยา มีปรัชญาสำคัญ คือ "การเติบโตของโรงแรมควบคู่กับการประหยัด" โดยต้องการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นโรงแรมเป็นที่ช่วยรักษาทรัพยากรโลก จึงยอมลงทุนปรับปรุงโรงแรมให้ใช้พลังงานน้อย ตั้งแต่การใช้หินอ่อน หินแกรนิต เพื่อลดการใช้เครื่องปรับอากาศ

 "พันธกิจของโรงแรมไม่ใช่เพียงการมุ่งแสวงหาผลกำไรอย่างเดียว แต่เป็นการช่วยสร้างสรรค์โลกด้วย"


 ส่วนปัญหา "ขยะ" หนึ่งในการแก้ปัญหามลพิษและทำลายสิ่งแวดล้อมของโรงแรม มีกิจกรรมลดการใช้ขยะภายในองค์กร เริ่มตั้งแต่การแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ก่อนจะนำไปจำหน่ายให้กับบริษัทกำจัดขยะโดยการฝังกลบ หรือนำกลับมาใช้ใหม่ตามกระบวนการรีไซเคิล

จากกิจกรรมเล็กๆ ที่ทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือผู้เข้าพักร่วมกันประหยัดพลังงาน ทำให้โรงแรมดุสิตธานี พัทยา สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึงเดือนละ 2,800 ดอลลาร์ หรือ เดือนละกว่าหนึ่งแสนบาท ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน
กรีนโฮเต็ล

คุณชัชวาล บอกว่า รูปแบบของโรงแรมอนุรักษ์พลังงานได้รับการตอบรับที่ดีในแง่ธุรกิจ ในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาราคาน้ำมันแพง และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ปรับตัวสูง  ซึ่งอนาคตหากราคาน้ำมันและพลังงานปรับราคาสูงขึ้นกว่านี้  ภายใน 1-3 ปีจากนี้ ก็น่าจะถึงเวลาที่โรงแรมจะนำพลังงานทดแทนมาใช้ โดยกำลังจะมีแผนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว

 โรงแรมดุสิตธานี พัทยา เป็นหนึ่งในอีกหลายแห่งที่ตระหนักดีว่าธุรกิจนี้ใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคิดค้นนวัตกรรมรูปแบบประหยัดพลังงานมาช่วยทดแทนและแบ่งเบาต้นทุนด้านพลังงาน
  อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ โรงแรมโนโวเทล สยาม ได้ร่วมมือกับโครงการ “โลกสีเขียว” (Green Globe) จนเป็นโรงแรมเดียวในภูมิภาคได้รับการยอมรับในเรื่องการใส่ใจประหยัดพลังงาน และได้รับประกาศนียบัตรด้านสิ่งแวดล้อม จากการคัดเลือกของหน่วยงานดังกล่าว

โดยสาเหตุที่ทำให้โรงแรมได้รับประกาศนียบัตรนี้ เนื่องจากมีความโดดเด่นในการประหยัด อนุรักษ์พลังงานและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ รวมไปถึงการรีไซเคิลและจัดการของเสีย โดยมีความมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณการใช้น้ำ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง รวมถึงเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิล

ผลจากการประเมินของ Green Globe จัดอยู่ในเกณฑ์ดี คือสูงกว่าค่ามาตรฐานขั้นต่ำในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการในบางด้าน เช่น การอนุรักษ์พลังงาน จัดอยู่ในขั้นที่สูงกว่าเกณฑ์ดีเช่นกัน

 “การอนุรักษ์พลังงาน จัดอยู่ในขั้นที่สูงกว่าเกณฑ์ จากการประเมินของคณะกรรมการ Green Globe เริ่มตั้งแต่ การลดปริมาณของเสีย การนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำไปแปรรูป ประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน การอนุรักษ์และการจัดการพลังงาน การจัดการเรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำ การจัดซื้อที่คำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมควบคู่ไปด้วย และที่สำคัญจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง “

โดย greenenergy

 

กลับไปที่ www.oknation.net