วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“เขาใหญ่” ปฐมบทอุทยานแห่งชาติ


 

ถ้าถามว่า... เที่ยวอุทยานแห่งชาติครั้งแรก ไปที่ไหน เชื่อได้ว่า “เขาใหญ่” จะต้องติดอยู่ในอันดับ TOP 5 ของคนเที่ยวป่า ท่องไพร และเชื่อว่าหลายคนๆ ก็เริ่มต้นเดินป่ากันที่แรก ครั้งแรก ก็ที่ “เขาใหญ่” นี่แหละ!!!

 

เพราะ เขาใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ถนนหนทาง รถราไปมาสะดวก ที่พักสบายไม่ว่าจะเป็นบ้านพักของอุทยานฯ ลานกลางเต็นท์ หรือจะอออกมานอนตีนเขาใหญ่ ก็มีโรงแรม เกสต์เฮ้าส์ โฮมสเตย์ มากมายให้เลือกนอนตามอัธยาศัยและกำลังเงิน

 

 

 

... ส่วนตัวก็เริ่มต้นทำความรู้จักป่าดงพงไพรก็ที่เขาใหญ่นี่แหละ จึงไม่ผิดนักถ้าจะให้ เขาใหญ่ เป็น ปฐมบท แห่งประสบการณ์เดินป่า ...

 

จำได้ว่าไปเขาใหญ่ครั้งแรก ไปทำข่าว งานทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้ให้ช้างป่า 7 เชือก ที่พลัดตกเหว “น้ำตกเหวนรก” และช้างป่าอีกหลายเชือก ที่บังเอิญเดินมาพลัดตกเหวมีอันเป็นไปที่นี่อยู่หลายๆครั้ง ว่ากันว่า สาเหตุที่ช้างมาเดินทะเล่อทะล่าตกเหวที่นี่ เพราะ ถนนที่ตัดผ่ากลางเขาใหญ่เป็นต้นเหตุ ให้เส้นทางการหากินของช้างต้องเปลี่ยนไป อีกกรณีหนึ่งมีพรานไล่ล่าช้าง เพื่อเอางา ทำให้ช้างไม่มีทางเลือกอื่น ต้องเปลี่ยนมาใช้เส้นทางอันตราย เพื่อหลบเลี่ยงการคุกคาม จากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “มนุษย์”

 

 น้ำตกเหวนรก

  

เหวสุวัต  

 

 

... นั่นเป็นครั้งแรกของการมาทำความรู้จักเขาใหญ่ และเป็นเหตุให้ต้องไปอีกหลายๆครั้งถัดๆมา ...

 

ปีที่เขาใหญ่ถูกไฟป่าลามเลีย เป็นคนหนึ่งที่ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงเกษตรฯ (ฮ.ที่ใครก็ล้อว่าอันตรายที่สุดในประเทศไทย อิอิ) สังเกตการณ์ ทำข่าว เห็นแนวไฟ พาดผ่านภุเขาลูกโน้น ไปลูกนี้ // เห็นฝูงนกเงือกหนีตาย บางครอบครัวนกเงือกที่มีลูกอ่อนในรัง บินไม่แข็ง พ่อ แม่ ลูก นกเงือก ซุกตัวอยู่ในโพรงรัง บนต้นไม้สูงไม่ไปไหน ในขณะที่ไฟลามเลียลำต้นไม้ที่ทำรังอยู่ ... ครอบครัวนกเงือกรักกัน และพร้อมจะตายด้วยกัน !!!

 

 

  

  

 

อีกครั้งที่เข้าไปกับคณะของ WWF เข้าไปสัมผัสสะดือเขาใหญ่ และเป็นการเดินป่าที่เรียกว่าเดินป่าจริงๆในชีวิต ... เจ้าหน้าที่นำคณะเดินไปตาม เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ย่านๆมอสิงโต เดินไปตามเส้นทางตัดทุ่งหญ้า เบื้องหน้าเป็นชายป่า เดินตัดเข้าไปในป่า ไม่รู้เดินไปมายังไง ไปถึงฐานปฏิบัติการณ์ของเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าไม้ ในเขตจังหวัดปราจีนบุรี !!!

 

...โอ้ว เดินกันยังไงนี้ ข้ามจังหวัดได้ขนาดนี้  ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีศักยภาพถึงเพียงนี้ ...

 

คณะของ WWF ชุดนั้น เข้าไปศึกษา เก็บข้อมูลประชากรเสือโคร่งในเขาใหญ่ สำรวจและเก็บตัวอย่างจาก อุนจิ ระหว่างทางเดินป่าเจ้าหน้าที่จะสอนว่า กองไหนเป็นของเสือ หรือกองไหนเป็นของตัวอื่น ถ้าเป็นของเสือ จะมีเศษซากขนสัตว์ปนอยู่

 

วันนั้นเจอไป 2 กอง ระหว่างที่เดินผ่านทุ่งหญ้า พ้นแนวป่า ก่อนถึงบ้านพักฐานปฏิบัติการณ์ของเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าไม้ ... และคืนนั้นคณะเดินทางราว 10 ชีวิต ใช้บ้านพักเจ้าหน้าที่นี่แหละซุกหัวนอน ก่อนนอนเพิ่มความตื่นเต้นด้วยการออกลาดตะเวนป่า

 

กลางดึก ... เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 2 คน พร้อมไฟฉาย และ ปืน ประกบหัวท้ายขบวน กำชับห้ามทีมงานปะพรมเครื่องหอม แม้กระทั่งแป้งฝุ่น

 

... ลาดตะเวนป่าคืนนั้นไม่เจอเสือ แต่เป็นประสบการณ์ที่จดจำไปอีกนาน ...

 

   

   

 

  

  

  

  

    

บางครั้งไม่ได้ตั้งใจไป เขาใหญ่ แต่เมื่อผ่านไปทางถนนมิตรภาพ ก็อดไม่ได้ที่จะเลี้ยวรถเข้าไป หาเรื่องขับผ่าเขาใหญ่ไปลงด้านปราจีนบุรี ซะงั้น !!!

 

ถ้าภารกิจของความเป็นอุทยานแห่งชาติ มีไว้เพื่อการอนุรักษ์ รักษา ศึกษาวิจัย “เขาใหญ่” ได้บรรลุภารกิจของการเป็นอุทยานแห่งชาติโดยสมบูรณ์ และหากจะเพิ่มภารกิจในการเป็นที่ท่องเที่ยว พักผ่อน “เขาใหญ่” ก็มีศักยภาพ และ คุณค่า อย่างเพียงพอที่จะรองรับได้ด้วยตัวของเขาเอง ...

 

โดยไม่จำเป็นต้องถูกนำออกขาย ให้สัมปทาน เอกชนหน้าไหนให้เข้ามาแสวงหากำไร !!! แล้วทิ้งความเสียหายไว้ให้ธรรมชาติ

โดย ณดาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net