วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชีวิตหมาๆ


ครอบครัวหมาจรที่ยึดมุมตึกว่างข้างบ้านดิฉันเป็นที่หลับนอนประกอบด้วยหมาสามตัวที่อยู่กันแบบหนึ่งชายสองหญิง ฝ่ายชายไม่มีปากเสียงอะไร แต่ต้องคอยทำหน้าที่ห้ามทัพ เพราะสองหญิงชอบทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ ลูกๆเรียกหมาตัวเมียทั้งสองนี้ว่า “ เมียหลวง ” กับ “ เมียน้อย  ” 

วันหนึ่งหมาตัวผู้ถูกรถทับตาย เมียหลวงกับเมียน้อยที่ไม่ถูกกันอยู่แล้วไม่มีตัวคุม จึงกัดกันอย่างหนัก เมียหลวงสู้ไม่ได้เพราะอายุมากกว่า เลยหนีไปยึดยึดที่มุมตึกชุดถัดไปเป็นรังนอน ตึกชุดนี้มีร้านอาหารอยู่ด้วย พวกหมาจึงได้เศษอาหารจากที่นั่นประทังชีวิต

ลูกๆของครอบครัวนี้พอโตก็แยกย้ายไปหาที่อยู่ใหม่ ลูกของเมียน้อยตัวหนึ่ง เมื่อโต ยังคงอยู่ละแวกเดียวกัน มีรังนอนเป็นที่ว่างหลังตึกอีกชุด ต่อมาออกลูกสีน้ำตาลน่ารักน่าชัง พอหย่านมเจ้าของตึกจึงแยกลูกไปเลี้ยงไว้ในบ้าน ส่วนตัวแม่ไม่ได้สนใจ จะมีกินหรือไม่ก็ช่าง ก็ฉันไม่ได้เลี้ยง เธอเป็นหมาจรอยู่แล้ว

พอลูกหมาโตได้สักสองอาทิตย์ ลักษณะของหมาจรก็แสดงออก คือเริ่มหนังกลับ เจ้าของตึกจึงไล่ไม่ให้อยู่ในบ้านอีก ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมลูกหมาจึงไม่อยู่กับแม่ แต่ลูกหมาซัดเซมาอาศัยอยู่ยาย ( หรือก็คือเมียน้อยของลูกๆดิฉัน ) ที่ตัวเองไม่รู้จัก แต่ลูกหมาพวกนี้ชอบนอนกลางถนน และชอบเข้าซุกใต้ท้องรถที่จอดอยู่บนไหล่ทางเป็นประจำ เวลาเจ้าของรถจะออกรถ ต้องคอยระวังไม่งั้นจะทับเอา

เมื่อวานตอนดิฉันจะไปรับลูกที่โรงเรียน ความที่รีบ เนื่องจากออกจากบ้านช้ากว่าปกติ จึงลืมสังเกตใต้ท้องรถ ว่ามีลูกหมานอนอยู่หรือไม่ ตอนออกรถจึงทับลูกหมาตัวหนึ่งอย่างจัง เสียงร้องโหยหวน ขณะค่อยๆคลานไปหามุมตึก ดิฉันใจหาย เกิดความทุกข์ขึ้นในใจทันที ใจก็ภาวนาให้ทับแค่ขา เพื่อลูกหมาจะได้ไม่เป็นอะไรมาก แต่พอรับลูกเสร็จ กลับถึงบ้านจึงเห็นลูกหมานอนตายอยู่ตรงที่คลานไปซุก

สามีมาเห็น จึงบอกว่ามันเป็นกรรมของสัตว์ ทุกชีวิตมีกรรมเป็นของตนเอง สัตว์ก็มีชีวิตแตกต่างกันออกไปเหมือนคน หมาที่บ้านหลานชายที่เปิดบริษัทนำเข้าสินค้าระดับหรูจากต่างประเทศ มีอาณาบริเวณที่เป็นลานหินอ่อน มีที่นอนที่กันยุงให้ด้วยมุ้งลวดโดยรอบ มีที่วิ่งเล่น มีฝักบัวอาบน้ำ มีสัตว์แพทย์คอยดูแล แต่หมาพวกนี้เกิดมาก็ขี้เรื้อน ไม่มีคนดูแล แถมยังตายเมื่ออายุได้แค่สามอาทิตย์

สักพัก เค้าไปซื้อกระดูกไก่บดมาเลี้ยงหมา นำศพลูกหมาไปฝัง ตัวยายเดินตามไปส่ง ร้องครางหงิงๆไปตามทาง

พอดีตอนกลางวันทำบุญให้เด็กเป็นค่าอาหารกลางวัน และค่าการศึกษา จึงอธิษฐานอุทิศส่วนกุศลให้ลูกหมา ขอผลบุญนั้นจงส่งให้ลูกหมาไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีกว่า และถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์ ขอให้ได้กินอิ่ม นอนอุ่น ให้ได้รับการศึกษาเพื่อที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้ธรรมะของพระพุทธองค์

เช้าวันนี้ไปส่งลูก ดิฉันจึงไม่กล้าเลี้ยวรถกลับเข้าบ้านด้วยทางเดิมอีก เพราะพวกหมาๆชอบนอนผึ่งแดดกลางถนนกัน แต่ใช้เส้นทางฝั่งตรงข้าม และปฏิญาณว่าจะดูใต้ท้องรถทุกครั้งที่จะออกรถ 

เพราะไม่อยากให้ความประมาทของตัวเองทำร้ายลูกหมาตัวอื่นๆอีก  ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว

เลยทำให้อยากพักการเล่าสักพัก หลบอยู่กับพู่กันและสี วาดรูปดอกไม้ต่อสักระยะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ณัฐรดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net