วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รองนายกฯ ผนึกประชาชนกับภาครัฐร่วมเจตนารมณ์แก้วิกฤติหมอกควัน


 

รองนายกฯ ผนึกประชาชนกับภาครัฐร่วมเจตนารมณ์แก้วิกฤติหมอกควัน


“ไพบูลย์” ติดตามแก้ปัญหาหมอกควัน พร้อมลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงเจตนารมณ์แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ระบุหลักคิด ปชช. ผสานรัฐสามารถใช้ได้กับการป้องกันภัยธรรมชาติอื่นๆ


นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาหมอกควัน กล่าวในงานสัมมนา “การแปรวิกฤตหมอกควันอย่างยั่งยืน โดยขบวนการภาคประชาชนและภาคี” ที่สืบเนื่องมาจากสถานการณ์หมอกควันที่ปกคลุมในหลายพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ณ หอประชุมหมาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า แม้ปัญหาหมอกควันได้หมดไปแล้วทั้งจากการช่วยเหลือกันของหลายๆฝ่าย และเกิดจากการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ดังนั้นต้องมาคิดและพยายามหาทางป้องกันในรอบต่อไป ซึ่งปัญหาหมอกควันน่าจะยังเกิดขึ้นได้อีกตามรอบปี ตามฤดูกาล ซึ่งได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะปรับวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยเฉพาะภาคประชาชนถือว่ามีบทบาทสำคัญมากในการแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น คนในท้องถิ่น คนที่ทำมาหากินในพื้นที่ นับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และจะเห็นได้ว่าในช่วงวิกฤตชุมชนหลายแห่งได้รวมตัวเป็นองค์กร-เครือข่ายที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“ปัญหาหมอกควันถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่มากระตุ้นให้เกิดความร่วมมือของทุกฝ่ายนำไปสู่ระบบการจัดการที่ดีเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวม แต่อย่างไรก็ตามพลังของภาคประชาชนเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ แต่การผนึกกำลังในครั้งนี้จะผสมผสานกันกับพลังของภาคราชการ ทั้งส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น และส่วนกลาง รวมถึงภาคธุรกิจเอกชน องค์กรปกครองของท้องถิ่นที่จะทำให้เจตนารมณ์ในครั้งนี้สมบูรณ์ที่สุด” นายไพบูลย์ กล่าว

สำหรับแนวทางสำคัญที่จะร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันเพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์สำคัญ อาทิ การเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาหมอกควันสู่การพัฒนาฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งดิน น้ำ ป่า สนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายป่าชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนในพื้นที่ ให้มีส่วนร่วมส่งเสริมจัดการป่า ดูแล เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมไฟป่า พัฒนาระบบเกษตรที่สูงที่จะนำไปสู่การพัฒนาวิถีการผลิตอย่างพอเพียง สร้างเสริมพัฒนาทักษะความรู้และเทคนิคแก่ประชาชนสู่การพัฒนาในอนาคต จัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในระดับต่างๆ เพื่อเป็นกลไกในการประสานการทำงานร่วม ติดตาม สนับสนุนการดำเนินการในด้านต่างๆ พัฒนาระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ เพื่อการเตือนภัยและป้องกันภัยอันเนื่องมาจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เครื่องวัดระดับมลพิษทางอากาศ เป็นต้น

นายไพบูลย์ ยังกล่าวด้วยว่า การร่วมมือแก้วิกฤตหมอกควันในครั้งนี้จะเป็นหลักคิดเดียวกันในการร่วมกันแก้ไข ป้องกัน และเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติอื่นๆ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง โคลนถล่ม น้ำป่า ฯลฯ ที่จะต้องอาศัยพลังความสามารถของภาคประชาชนกับภาครัฐ

โดย ศุภฑิต_สนธินุช

 

กลับไปที่ www.oknation.net